Wiko View2 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ในตระกูล View Series มาพร้อมกับหน้าจอ 5.93 นิ้ว ความละเอียด HD+ กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล กล้องหลังคู่ 12 + 5 ล้านพิกเซล มีโหมดช่วยเบลอภาพพื้นหลัง มีโหมด Live AR Filters ระบบสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่อง ระบบสแกนนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง

ด้านประสิทธิภาพ Wiko View2 Plus ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 450 Octa-Core 1.8 GHz แรม 3 GB หน่วยความจำภายใน 32 GB เพิ่ม MicroSD ได้ถึง 256 GB แบตเตอรี่ 4,000 mAh ตัวเครื่องดีไซน์สวยพรีเมียม

มีให้เลือก 3 สี คือ ดำแอน ทราไซต์ (Anthracite), ทอง (Gold) และลาเวนเดอร์ บลีน (Lavender Bleen) วางขายในราคา 4,990 บาท

สำรวจตัวเครื่อง

มาพร้อมกับหน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.93 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720×1512 พิกเซล) สัดสวนการแสดงผลหน้าจอ 19:9 แม้จะเป็นมือถือที่ขอบจอบางและมีรอยบากด้านบน แต่ว่าอัตราส่วนหน้าจอแสดงผลคิดเป็น 78.4% ของขนาดตัวเครื่องเท่านั้น เพราะว่าขอบล่างของจอจะมีหนาพอสมควร ทำให้เป็นมือถือที่ขอบบนบาง แต่ขอบล่างหนา

ตัวหน้าจอบริเวณขอบมีความโค้ง 2.5D ฉะนั้นถ้าจะติดฟิล์มแบบเต็มจอ จะต้องเลือกฟิล์มที่ออกแบบมาสำหรับสำหรับหน้าจอขอบโค้ง 2.5D ด้วย

Wiko_View2_Plus_009

ตัวรอยบากมีขนาดใหญ่พอสมควร ภายในรอยบากจะประกอบไปด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 MP รูรับแสง f/2.0 มีโหมด Live portrait blur, Face Beauty และ Live filters นอกจากนั้นยังมี Auto-HDR สามารถเปิดใช้งานโดยที่ค่าเริ่มต้นปรับไปตามสภาพแสง ถ่ายวีด๊ดอความละเอียด 1080p@30fps

ลำโพงสนทนา เซ็นเซอร์และไฟแจ้งเตือนสถานะต่างๆ

Wiko_View2_Plus_011

ปุ่มควบคุมที่รวมอยู่ในหน้าจอแสดงผล

Wiko_View2_Plus_012

ด้านล่างตัวเครื่องประกอบไปด้วยช่องต่อ micro USB 2.0 รองรับ USB On-The-Go และไมโครโฟนสำหรับสนทนา รองรับ Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi Direct, hotspot รองรับ Bluetooth 4.2, A2DP, LE ส่วน GPS มีแค่ A-GPS ตัวเดียว

Wiko_View2_Plus_008

ด้านบนเป็นช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. มี FM radio

Wiko_View2_Plus_007

ด้านข้างประกอบด้วยปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ความหนาของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 8.6 มม. น้ำหนักอยู่ที่ 166 กรัม ตัวเครื่องออกแบบมาให้ด้านข้างมีความโค้งมน และเป็นผิวด้าน ทำให้จับถนัดมือ ไม่ลื่น

Wiko_View2_Plus_006

อีกด้านเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด แบบ Hybrid Dual SIM ใส่ได้ 2 ซิม แบบ Nano SIM และ ใส่ microSD ได้โดยไม่ต้องถอดซิม 2 ออก รองรับ FDD-LTE Category 4 DL 150 Mbps, UL 50
Mbps

Wiko_View2_Plus_005 Wiko_View2_Plus_013

วัสดุด้านหลังเป็นชนิดมันวาว สะท้อนแสง มีความเรียบ แต่ดูหรู โดยรุ่นที่เรากำลังรีวิวเป็นสีลาเวนเดอร์บลีน (Lavender Bleen) ที่ไล่สีได้อาร์ตสุดๆ

ตัวกล้องหลังคู่ 12+5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช ตัวเซ็นเซอร์เป็น Sony IMX486 มีโหมดถ่ายภาพดังนี้ AI-Artistic Blur, AI-Portrait Blur, AI-HDR, AI-Face Beauty, Panorama, Live Filters, Professional, Night, AR Filters, Video Stabilisation, Video Auto-Zoom, Slow motion, Time lapse

Wiko_View2_Plus_002

ตัวสแกนนิ้วมือจะอยู่ตรงกลางด้านหลัของงตัวเครื่อง ถ้าใครเคยใช้มือถือที่มีสแกนนิ้วมืออยู่หลังมาก่อนก็ไม่ต้องปรับตัวอะไร แต่ถ้าไม่เคยก็ปรับตัวเล้กน้อย ถ้าชินแล้วก็จะแตะโดนเอง

ตัวเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือทำงานได้ดี สแกนได้แม้หน้าจอจะปิดอยู่ สแกนได้เร็วในระดับนึง ตอนตั้งค่าจะสแกนช้านิดนึง แต่ตอนใช้งานจริงถือว่าทำได้เร็วอยู่ อาจจะมีสแกนแล้วไม่ติดบ้าง สแกนแล้วเปิดหน้าจอช้าบ้าง แต่โดยรวมแล้วไม่ถือว่าน่าเกลียด

Wiko_View2_Plus_004 Wiko_View2_Plus_003

ซอฟท์แวร์

มาพร้อมกับ Android 8.1 (Oreo) จะมีอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ ผ่านทาง OTA เป็นระยะ มาพร้อมอินเตอร์เฟสของ Wiko ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเพียวแอนดรอยด์ มีหน้าตาที่แทบไม่แตกต่างกัน ไอคอนที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย มีความเรียบง่าย ฟีเจอร์ไม่เยอะ เน้นใช้งานได้จริง และเบา

ในแง่การตอบสนองยังไม่ประทับใจ ค่อนช้างหน่วง และช้า หลายๆแอพกว่าจะเปิดใช้งานได้ ใช้เวลารอพอสมควร หลายๆ แอพที่ต้องโหลดข้อมูลยิ่งทำงานได้ช้า โดยเฉพาะการเปิดแอพใหม่ๆ แต่พอเปิดได้แล้วก็ทำงานได้ค่อนข้างดี ใช้งานแอพทั่วไปอย่าง Facebook, Instagram, Twitter, Line ได้เป็นอย่างดี บางจังหวะอาจจะมีหน่วงบ้าง

2018-11-25_16-03-31

มีเซอร์เซอร์สแกนนิ้วมือ สามารถใช้ปลดล็อคเครื่อง และยังสามารถยังเป็นปุ่มย้อนกลับ หรือใช้งานเป็นปุ่มสั่งงานด่วนอาทิ เปิดแอพที่ต้องการ และโทรออกเบอร์ที่ต้องการ

การตอนสนองของเซ็นเซอร์อาจจะไม่เร็วเมื่อเทียบกับรุ่นเรือธง แต่ทำงานได้ดี

นอกจากสแกนนิ้วแล้วยังสามารถใช้ Face Unlock สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเข้าใช้งานเครื่องได้อีกทาง เท่าที่ใช้งานก็ทำงานได้ดี เวลาจะใช้งานต้องกดเปิดหน้าจอก่อน สแกนได้เร็วพอๆกับสแกนนิ้วมือ แต่มีข้อจำกัดอยุ่ที่การใช้งานต้องมีแสงสว่างเพียงพอ ไม่งั้นจะสแกนไม่ติด

2018-11-25_16-03-46

ประสิทธิภาพ

มาพร้อมกับซีพียู Qualcomm SDM450 Snapdragon 450 (14 nm) Octa-core 1.8 GHz Cortex-A53 ชิปกราฟฟิก Adreno 506 แรม 3GB หน่วยความจำ 32GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256 GB เป็นมือถือที่เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป หรือผู้ที่เริ่มต้นใช้มือถือใหม่ๆ ที่ไม่ได้เน้นเล่นเกม หรือใช้งานหนักๆ ถ้าเล่น Social ทั่วไป ดูคลิปบ้าง แชทเป็นหลักก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ แต่ถ้าอยากได้มือถือมาเล่นเกม ไม่แนะนำรุ่นนี้ครับ

จากที่ทดสอบเล่นเกม Free Fire ปรับความละเอียดปกติ พบว่าสามารถเล่นได้ แต่มีหน่วงๆเล้กน้อย แต่ไม่น่าเกลียด ติดแค่เวลาเลื่อนมุมมองไปหาทำได้ช้า อาจจะหันปื่นไปยิงไม่ทันคนอื่นเขา

2018-11-25_16-04-09 2018-11-25_16-03-58

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here