รีวิว Xiaomi Redmi S2 กล้องหน้าปรับเป๊ะได้ดั่งใจ และกล้องหลังคู่ พร้อม AI Portrait

AIS ร่วมกับ Xiaomi เปิดตัว Xiaomi Redmi S2 มาพร้อมกับจุดเด่นเรื่องกล้องหน้า ที่มาพร้อมกับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ AI Beautify 4.0 ระบบเซลฟี่อัจฉริยะ ปรับหน้าเป๊ะได้ดั่งใจ และกล้องหลังคู่ 12MP และ 5MP พร้อม AI Portrait ทำให้การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอทำได้ง่ายๆ

มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ จากราคาปกติ 5,590 บาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน เหลือเพียง 1,490 บาท (ส่วนลดค่าเครื่อง 4,100 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS HOT DEAL 599 บาทขึ้นไป

Xiaomi เปิดตัว Redmi Note 7 ในไทย แรม 3GB รอม 32GB ราคา 4,999 บาท

โดย Xiaomi Redmi S2 พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป ที่เอไอเอส ช็อป, ร้านเทเลวิซ และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และทางออนไลน์ที่ AIS Online Store

ข้อมูลสเปก

  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด 720×1440 พิกเซล
  • ซีพียู Qualcomm MSM8953 Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz Cortex-A53
  • ชิปกราฟฟิก Adreno 506
  • แรม 3 GB
  • หน่วยความจำ 32GB เพิ่ม microSD ได้ 256 GB
  • Android 8.1 (Oreo) อินเตอร์เฟส MIUI 9.5
  • Dual SIM (Nano-SIM, dual stand-by) รองรับ 4G
  • แบต Li-Po 3080 mAh
  • ขนาด 160.7 x 77.3 x 8.1 mm
  • น้ำหนัก 170 กรัม
  • กล้องหลัง 12 MP (f/2.2, 1.25μm, PDAF) + 5 MP มี LED flash
  • กล้องหน้า 16 MP (2.0µm), HDR, LED flash

อุปกรณ์ในเครื่องก็มาตรฐานทั่วไป มีตัวเคื่อง, คู่มือการใช้งาน, เคสใส่, สายชาร์จ, อะเดปเตอร์, และเข็มจิ้มซิมการ์ด ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง

สำรวจตัวเครื่อง

มาพร้อมกับหน้าจอ IPS LCD ใหญ่ ขนาด 5.99 นิ้ว แบบ FullView Display เต็มอิ่มทุกความบันเทิง อัตราส่วน 18:9 ความละเอียดระดับ HD+ 720 x 1440 พิกเซล หน้าจอแสดงผลคิดเป็น 74.5% ของตัวเครื่อง

กล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิเซล มาพร้อม Selfie Flash มาพร้อมกับเทคโนโลยี AI Beautify 4.0 เป็นระบบเซลฟี่อัจฉริยะ ที่ใช้ AI ประมวลผล ช่วยให้ปรับหน้าเป๊ะได้ดั่งใจ โดยที่ไม่ต้องทยอยปรับเองทีละิด ทำให้เราได้รูปที่หน้าให้เรียว ลบจุดด่างดำ ปรับสีผิวสีปาก อัตโนมัติเพื่อให้ได้รูปสวย

Face Unlock เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายด้วยระบบปลดล๊อคผ่านใบหน้า

เส้นดำๆ บริเวณหัวและท้ายเครื่องที่เห็นคือเส้นรับสัญญาณ

รองรับระบบ 2 ซิม แบบ nano SIM พร้อมการใช้งานควบคู่กับ MicroSD Card ใช้งานได้เต็มที่กับการ Standy 4G และ 3G พร้อมกัน

ตัวเครื่องเป็น aluminum body มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมืออยู่ตรงกลาง อยู่ในตำแหน่งที่นิ้วชี้สามารถแตะถึงพอดี ตัวเซ็นเซอร์ทำงานได้ค่อนข้างดี บางมุมอาจจะมีสแกนติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ความเร็วในการสแกนอยู่ในระดับที่ดี แต่คงเทียบกับรุ่นแพงๆ ไม่ได้

กล้องหลังแบบคู่ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายภาพปกติ และ 5 ล้านพิกเซลสำหรับเก็บภาพแบบ Bokeh คั้นกลางด้วย LED Flash

ตัวกล้องมาพร้อมกับ AI Portrait ให้ภาพหน้าชัดหลังเบลอ สวยแบบมืออาชีพ

ซอฟท์แวร์

อย่างที่ทราบจากสเปกว่ารุ่นนี้มาพร้อมกับ Android 8.1 (Oreo) อินเตอร์เฟส MIUI 9.5 ด้วยสเปกที่มาพร้อมกับซีพียู Qualcomm Snapdragon 625 ชิปกราฟฟิก Adreno 506 และแรม 3GB ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล และหลายๆเกมส์เล่นได้ลื่นไม่สะดุด

จากการใช้งานมาไม่พบว่ามีอาการค้าง แอพเด้งเลย แต่เจออาการหน่วงๆ เล็กน้อยเวลาสลับแอพไปมา แต่ไม่ได้ช้าจนน่าเกลียด ตัวอินเตอร์เฟส ถ้าใครไม่เคยใช้งาน MIUI มาก่อนอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย โดยเฉพาะเมนูตั้งค่าจของตัวเครื่อง มีการจัดเรียงเมนูใหม่ หลายๆ ตัวก็หาไม่เจอ แต่สามารถพิมพ์ค้นหาได้

ฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่าง Face Unlock และสแกนนิ้วมือ ทำงานได้ดี แต่ไม่อยากให้คาดหวังว่าจะต้องดีเทียบเท่ามือถือแพงๆระดับ 3-4 หมื่นได้ เพราะประสิทธิภาพไม่เหมือนกัน (ราคาก็แตกต่างกันมาก) ถามว่าทำงานได้ไหม ก็ทำงานได้ดีในระดับนึง ตามประสิทธิภาพของเครื่อง อาจจะหน่วงและช้าบ้าง สแกนไม่ติดบ้าง

มีฟีเจอร์ให้เราสามารถใช้งาน 1 แอพได้ 2 บัญชีด้วย ทำให้เราสามารถใช้งาน Facebook, Messenger, Instagram หรืออื่นๆ ได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องติดตั้งแอพเพิ่มเติม สามารถเปิดใช้งานได้จากเมนูตั้งค่าได้เลย

ตัวอย่างภาพจากกล้อง