YouTube ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอยอดเยี่ยมสำหรับครีเอเตอร์ เปิดกว้างให้ครีเอเตอร์มีอิสระในการสร้างสรรค์คอนเทนต์โดยไม่มีข้อจำกัดด้านรูปแบบ

Youtube Partner Day K.Mukpim scaled

กรุงเทพฯ, 19 กรกฎาคม 2566: ในงาน YouTube Partner Day ปีนี้ YouTube ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอที่ผู้คนสามารถสร้างและแบ่งปันความคิดเห็น  เพื่อเชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลกและสามารถสร้างรายได้จากผลงานที่พวกเขารักมากที่สุด   รวมทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ครีเอเตอร์ด้าน Creative Freedom หรืออิสระในการสร้างสรรค์ผลงานโดยไม่มีข้อจำกัด ทั้งในด้านรูปแบบที่หลากหลายบน YouTube ตั้งแต่ Shorts แนวตั้งความยาวไม่เกิน 60 วินาที ไปจนถึงวิดีโอและสตรีมแบบสดความยาวหลายชั่วโมง รวมถึงเนื้อหาคอนเทนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่เนื้อหาที่ให้ความบันเทิง ความสนุก สาระ ไปจนถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคน และรูปแบบการสร้างรายได้ที่หลากหลาย 

มุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจ YouTube ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 9 ปี ในการดำเนินงานของ YouTube ในประเทศไทย เรายังคงเดินหน้าสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงแนวคิดและสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกอย่างมีคุณภาพไปพร้อมกับการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมให้ครีเอเตอร์ ศิลปิน ตลอดจนแบรนด์ต่างๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง YouTube ยังทุ่มเทและมุ่งเน้นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าใน 3 ด้านจาก YouTube ได้แก่ (1) ด้านอารมณ์ (Emotionally Rewarding) ผลสะท้อนจากคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับทุกช่วงเวลาในชีวิตและความสนใจที่เปลี่ยนแปลงของผู้คน นอกจากการเข้าถึงคนดูจำนวนมากแล้ว เราเชื่อว่า YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่ครีเอเตอร์รู้สึกผูกพันกับแฟนๆ และผู้ติดตามอย่างลึกซึ้ง จนเกิดเป็นชุมชนที่มีความแน่นแฟ้น (2) ด้านการสร้างรายได้ (Financially Rewarding) ให้ครีเอเตอร์ได้รับผลตอบแทน ผ่านโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube เพราะเราเชื่อมั่นว่า YouTube จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อครีเอเตอร์ประสบความสำเร็จเท่านั้น (3) ด้านความสร้างสรรค์ (Creatively Rewarding) มอบความสุขสนุกสนานไปกับการสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมได้อย่างอิสรภาพในรูปแบบที่หลากหลาย”

YouTube เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ได้สร้างสรรค์คอนเทนต์และเชื่อมต่อกับผู้ติดตามและแฟนๆ ได้อย่างมีอิสระ โดยชูจุดเด่นด้าน Creative Freedom ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

  1. การสร้างสรรค์ข้ามประเภทเนื้อหา (Freedom on Genres): จากเดิมที่คอนเทนต์มีการแบ่งประเภทไว้อย่างชัดเจน สู่การปลดล็อคการสร้างผลงานที่ผสมผสานเพื่อความแปลกใหม่และการมีส่วนร่วมของผู้ชมอย่างท่วมท้น เช่น การนำคอนเทนต์วาไรตี้และทอล์คโชว์กับกระแสนักการเมือง หรือการโต้วาทีในรูปแบบเกมโชว์ 
  2. การสร้างสรรค์ที่หลากหลายรูปแบบ (Freedom on Formats): สามารถสร้างผลงานได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ วิดีโอยาว-สั้น  สตรีมแบบสด  ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองแต่ละกลุ่มเป้าหมาย อย่างที่ผ่านมา ศิลปินเพลงประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากการเปิดตัวเพลงโดยการใช้ประโยชน์จาก Shorts เพื่อสร้างกระแสและชาเลนจ์กับแฟนๆ ให้มาร่วมสนุกกัน 
  3. การสร้างสรรค์วิธีสร้างรายได้หลายช่องทาง (Freedom on Monetization): YouTube ยังช่วยสนับสนุนให้เหล่าครีเอเตอร์สามารถรับส่วนแบ่งรายได้และสร้างรายได้จากเนื้อหาของตนเองด้วยรูปแบบที่หลากหลาย นอกเหนือจากโฆษณา ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมา YouTube ได้จ่ายค่าตอบแทนให้กับครีเอเตอร์ ศิลปิน และบริษัทสื่อรวมแล้วกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ 

ปัจจุบัน เหล่าบรรดาครีเอเตอร์สามารถรับส่วนแบ่งและสร้างรายได้บน YouTube จากคอนเทนต์ผ่านโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube (YouTube Partner Program: YPP) รวมถึงช่องทางต่างๆ สำหรับครีเอเตอร์ในการสร้างรายได้ที่นอกเหนือจากโฆษณา เช่น การเป็นสมาชิกของช่อง (Channel Memberships), Super Chat, Super Stickers และ Super Thanks ในประเทศไทย  โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา YouTube ก็ได้นำเสนอรูปแบบการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากโฆษณาบน Shorts

Youtube Partner Day Creator scaled

เอกอนันต์ (เจ) เลิศพงษ์อนุกูล ครีเอเตอร์ หนึ่งในนักแคสเกมอันดับต้นๆ ของเมืองไทยจาก ช่อง Maser กล่าวว่า “ผมชอบที่ YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่ให้อิสระในการทดลองสร้างเนื้อหาหลายๆ รูปแบบ สำหรับผมการสตรีมสดเป็นสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด เพราะเราได้มีปฏิสัมพันธ์ พูดคุยโต้ตอบกับแฟนๆ แบบเรียลไทม์อย่างใกล้ชิด ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับคนดูเหมือนเรากำลังเล่นเกมกับเพื่อน รวมถึงการทำวิดีโอ Shorts ที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ช่อง Maser เติบโตอย่างน่าทึ่งในปีนี้ โดยมียอดวิวที่เพิ่มขึ้นถึง 450% ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน ผู้ติดตามและรายได้ก็เพิ่มขึ้นด้วย แน่นอนว่าไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ดังนั้น สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังเริ่มต้นทำ YouTube ผมแนะนำให้เริ่มจากการลองสร้างคอนเทนต์รูปแบบที่เราชอบและถนัด แล้วค่อยๆ ทดลองสิ่งใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้ลองค้นหาตัวเองจนเจอสูตรสำเร็จในแบบของคุณ”

YouTube เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก โดยสิ่งหนึ่งที่ YouTube ยึดมั่นมาตลอดการเดินทาง 9 ปี ของ YouTube ในประเทศไทย คือ การยึดครีเอเตอร์เป็นหัวใจสำคัญในทุกการดำเนินงาน และจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเพื่อให้ YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ทุกคนได้สร้างสรรค์ผลงานอย่างมีอิสระเต็มที่