รวมกระแสโซเชียลสุดปังของ ‘BLACKPINK’ กับเพลงใหม่ ‘Pink Venom’

pink venom aw

4 สาว BLACKPINK กลับมาคัมแบ็คอย่างสดใส หลังจากห่างหายจากการออกผลงานใหม่กว่า 2 ปี โดยในครั้งนี้ได้ปล่อยเพลงอย่าง ‘Pink Venom’ จากอัลบั้มล่าสุด ‘Born Pink’ ให้ ‘บลิ๊งค์’ ได้รับชมและรับฟังกันไปเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา อีกทั้งยังสร้างปรากฏการณ์บนโซเชียลอย่างมหาศาลเช่นเคยด้วยการขึ้นแท่น MV ที่มียอดวิวสูงสุดประจำปี 2022 บน YouTube โดยมีการเข้าชมทั้งหมด 90.4 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมงแรก

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้ทำการเก็บข้อมูลผ่านเครื่องมือ ZOCIAL EYE ระหว่างวันที่ 18-24 สิงหาคม 2565 เพื่อดูภาพรวมกระแสดังกล่าว พบว่า มีการพูดถึงทั้งหมด 68,141 ข้อความ จากเกือบ 14,000 แอคเคาท์ แบ่งเป็นคนทั่วไป 72.6% และแบรนด์ 27.4% ซึ่งสามารถกวาดเอ็นเกจเมนต์รวมทั้งสิ้น 15,690,893 เอ็นเกจเมนต์ ใน 1 สัปดาห์ของการเก็บข้อมูล

เมื่อเปรียบเทียบการพูดถึงเพลง Pink Venom ก่อนวันปล่อยเพลง (18 สิงหาคม) และในวันที่ปล่อยเพลง (19 สิงหาคม) พบว่า จำนวนการพูดถึงเพิ่มขึ้น 10 เท่า โดยหลังจากปล่อยเพลง ข้อความส่วนมากจะถูกพูดถึงอยู่บน Twitter ก่อนแพลตฟอร์มอื่นๆ คิดเป็น 49.1% หลังจากนั้น จะถูกนำมาพูดถึงใน Facebook คิดเป็น 45.1% และช่องทางอื่นๆ ตามมา โดยเมื่อดูสัดส่วนของการพูดถึง จะเห็นได้ว่า 76.09% มาจากเพศหญิง และ 23.91% มาจากเพศชาย ส่วนช่วงอายุที่มีการพูดถึงสูงสุดยังคงเป็น 18-24 ปี ซึ่งคิดเป็น 54.64% ซึ่งเป็นกลุ่มช่วงอายุที่ใช้ Twitter ในการสื่อสารหลักบนโซเชียลนั่นเอง

นอกจากสถิติข้างต้น เรายังพบอีก 3 ประเด็นที่น่าสนใจจากการปล่อยเพลงครั้งนี้ นั่นคือ

  • กระแสเจนนี่ BLACKPINK ใส่เสื้อทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 

แม้เจนนี่จะใส่เสื้อออกมาเพียงไม่กี่วินาที แต่ก็สร้างปรากฎการณ์ให้เสื้อยืด Manchester United Teamgeist Jersey ขายหมดในระยะเวลาอันรวดเร็ว หลายคนตั้งคำถามว่าสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต้องการตีตลาดในเอเชีย หรือแท้จริงแล้ววง BLACKPINK เองก็ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในกลุ่มแฟนๆ ที่ติดตามกีฬาหรือไม่ ถือเป็นการครอสโอเวอร์ระหว่าง 2 วงการ คือ วงการ K-Pop และวงการกีฬาได้อย่างลงตัว เพราะทำให้เพจแฟนแมนยู หรือเพจอัปเดตฟุตบอลออกมาพูดถึง BLACKPINK กันเป็นจำนวนมาก

  • การเกาะกระแสแบบเรียลไทม์ของแบรนด์ในประเทศไทย

แบรนด์ต่างๆ บนโซเชียลล้วนกระโดดเข้ามาจับกระแสเพลง Pink Venom กันแทบจะทันทีที่เพลงถูกปล่อยออกมา เมื่อดูสถิติจากเครื่องมือ ZOCIAL EYE ในหมวด Categories พบว่า 3 อันดับธุรกิจที่มีการพูดถึงเพลงนี้มากที่สุด คือ 1. ธุรกิจค้าปลีก อาทิ อีคอร์มเมิร์ซและห้างสรรพสินค้า 2. ธุรกิจสื่อและบันเทิง 3. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

จากกระแสครั้งนี้ยังพบว่า หลายแบรนด์จับกระแสด้วยประโยค ถ้าเพลงใหม่ #Blackpink ถึง xxx ล้านวิวจะ…’ เพื่อแจกรางวัลหรือโปรโมชั่นเรียกยอดไลค์ แชร์ คอมเมนต์ จากลูกเพจและแฟนคลับ BLACKPINK โดย 3 อันดับแบรนด์ที่โพสต์และได้รับเอ็นเกจเมนต์สูงสุด ได้แก่

  • นันยาง กับการประกาศผลิตช้างดาวสีชมพู-ดำ หากเพลง Pink Venom มียอดเข้าชม 80 ล้านใน 1 วัน โพสต์นี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวโซเชียลโดยมีหลายคนรอให้สินค้าผลิตและวางจำหน่ายโดยเร็วที่สุด ไปจนถึงแนะนำดีไซน์ ขนาด รูปแบบรองเท้า และวัสดุที่นำมาผลิตตามที่ตนต้องการ แค่โพสต์นี้เพียงโพสต์เดียวสามารถกวาดไปมากกว่า 100,000 เอ็นเกจเมนต์เลยทีเดียว

​​นันยาง

  • แอดไวซ์ กับการแจกคอมเซ็ต พร้อม Gaming Gear สีดำ-ชมพู หาก BLACKPINK มียอดเข้าชมเกิน 100 ล้านใน 48 ชั่วโมง โพสต์นี้กวาดไปมากกว่า 80,000 เอ็นเกจเมนต์ และมีลูกเพจ รวมถึง คนที่ไม่ได้เป็นผู้ติดตามเพจฯ เอง เข้ามาคอมเมนต์ว่า ‘รอ’ เป็นจำนวนมาก

advice

  • โคเรียดอง ร้านอาหารเกาหลีดองชื่อดังก็ไม่น้อยหน้า ปล่อยโปรโมชั่นลดราคา หากจำนวนการเข้าชมถึง 100 ล้านภายใน 48 ชั่วโมง คอมเมนต์ภายใต้โพสต์ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ‘รอ’ และ ‘99 สาธุ’ เป็นเคล็ด เพราะจำกัดเพียงแค่ 1,200 สิทธิ์เท่านั้น

koreadong

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่เกาะกระแสและได้รับเอ็นเกจเมนต์ที่ดีจากชาวโซเชียล อาทิ ร้านกาแฟอินทนิล, ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์, Power Buy, Swensen’s 

  • การคัฟเวอร์และทำรีแอคชั่นเพลง Pink Venom ของเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์

เป็นเหมือนธรรมเนียมของอินฟลูเอ็นเซอร์ไปเสียแล้วที่ไม่ว่า BLACKPINK จะปล่อยเพลง ออกสินค้าใหม่ หรือเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์อะไรก็จะมีคอนเทนต์ประเภทคอสเพลย์, ทำรีแอคชั่น, แปลเพลง, หรือชาเลนจ์เต้นตามออกมาให้เห็น โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ที่ได้รับเอ็นเกจเมนต์อันดับต้นๆ ได้แก่ นัท นิสามณี กับ 4 ลุคสุดปังตาม MV Pink Venom, ส้ม มารี กับการเต้น #PinkVenomChallenge, โพสต์จากเพจคาราโอเกะชั้นใต้ดินที่กล่าวว่าเพลง Pink Venom ติดอันดับ 1 แต่ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ติดอันดับ 20 ในพรีเมียร์ลีก, รีแอคชั่นเพลงจากไมค์ ชินรัฐ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่า BLACKPINK จะปล่อยผลงานใหม่ หรือแม้โปรโมตสินค้าในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกเอง ก็ทำให้สินค้าเหล่านั้นถูกหยิบมาพูดถึงหรือถูกปั่นราคา จนกลายเป็นแรร์ไอเทมที่ใครหลายคนตามหาทั้งสิ้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวงที่คอยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ว่าได้