ZTE ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์การส่งสัญญาณ 5G ผ่านคลื่นไร้สายและบรอดแบนด์เคลื่อนที่ 5G รุ่นที่ 4 มุ่งสู่ยุคใหม่แห่งการเชื่อมต่อระหว่างกันแบบ 5G

- Image00001 4 - ภาพที่ 1

เซินเจิ้น, จีน–2 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แซดทีอี คอร์ปอเรชัน (ZTE Corporation) (0763.HK / 000063.SZ) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันโทรคมนาคมและเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมือถือสำหรับองค์กรและผู้บริโภค ได้ประกาศว่าซีรีส์ผลิตภัณฑ์ 5G FWA (การส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านคลื่นไร้สาย) และ MBB (บรอดแบนด์เคลื่อนที่) มียอดการจัดส่งถึงหนึ่งล้านรายการแล้วทั่วโลก และยังได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ 5G FWA และ MBB รุ่นที่ 4 ของแซดทีอีอย่างเป็นทางการในงานโมบายล์เวิลด์คองเกรสประจำปี 2565 หรือ MWC 2022

กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งประกอบด้วยซีรีส์อุปกรณ์ 5G CPE (อุปกรณ์รับสัญญาณจากผู้ให้บริการ 5G) รุ่น MC888 ภายในอาคาร ซีรีส์อุปกรณ์ 5G CPE รุ่น MC889 ภายนอกอาคาร และอุปกรณ์ 5G MiFi MU5120 แบบพกพาได้รุ่นใหม่ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อการใช้งานภายในอาคาร ภายนอกอาคาร และระหว่างการเดินทาง โดยใช้แพลตฟอร์มโมเด็มความถี่คลื่นวิทยุ (Modem-RF) 5G สแนปดราก้อน (Snapdragon®) รุ่น X65 และ X62 ซึ่งอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

ในยุค 5G นี้ แซดทีอีมีพันธกิจในการให้บริการการรับข้อมูลปลายทางด้วย 5G ในสภาวการณ์ที่หลากหลายสำหรับผู้ใช้ทั่วโลก ในปี 2562 แซดทีอีได้ออกผลิตภัณฑ์ MC801 อุปกรณ์ 5G CPE รุ่นแรกของบริษัท และจากนั้นได้ออกอุปกรณ์ 5G CPE ภายในอาคารรุ่นที่สองและรุ่นที่สามในปี 2563 และ 2564 ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ใหม่ในกลุ่ม FWA และ MBB นี้ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นจากผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้า เพื่อรองรับการใช้งานรับข้อมูลปลายทางด้วย 5G ในสภาวการณ์ที่หลากหลาย จึงเหมาะกับการใช้งานส่วนบุคคล ในบ้าน ระหว่างการเดินทาง ในสำนักงาน และอื่น ๆ

ซีรีส์ผลิตภัณฑ์ MC888 สำหรับการใช้งานภายในอาคารประกอบด้วยผลิตภัณฑ์สองรุ่น ได้แก่ MC888 และ MC888 อัลตร้า โดยผลิตภัณฑ์รุ่น MC888 อัลตร้ามาพร้อมกับแพลตฟอร์มการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านคลื่นไร้สายไปยังตัวรับสัญญาณรุ่นที่ 2 ของควอลคอมม์ (Qualcomm® Fixed Wireless Access Platform Gen 2) ซึ่งใช้แพลตฟอร์มโมเด็มความถี่คลื่นวิทยุ 5G สแนปดราก้อนรุ่น X65 และมาตรฐานด้านเทคนิคระดับไวไฟ 6E (Wi-Fi 6E) ซึ่งมีอัตราการส่งข้อมูลสูงสุดที่ 6000 เมกะบิตต่อวินาที

โดยรองรับมาตรฐานด้านเทคนิค mmWave-Sub6 NR CA และ 3GPP R16 อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังใช้สายอากาศลำดับ (antenna array) อัจฉริยะ 3.0 โดยมีอัตราขยายของสายอากาศสูงสุด 10dBi จึงทำให้สามารถรับสัญญาณ 5G ได้อย่างมีเสถียรภาพและสมบูรณ์แม้ว่าสัญญาณจะอ่อน ทั้งนี้ MC888 อัลตร้ามีการกระจายความร้อนอย่างต่อเนื่องโดยใช้เทคโนโลยีระบายอากาศในตัวเองที่มีความสามารถในการทะลุทะลวงประกอบกับการออกแบบท่ออากาศที่สามารถซึมผ่านได้จากบนลงล่าง

จึงทำให้มั่นใจได้ในการทำงานระยะเวลายาวนานเป็นพิเศษด้วยความเร็วสูงอย่างเสถียรแม้อยู่ในสภาวะที่ต้องใช้พลังงานสูง ยิ่งไปกว่านั้น MC888 อัลตร้ายังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบระยะใกล้ (NFC) ด้วยการแตะครั้งเดียว (one-touch) จึงทำให้สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ที่ใช้เทคโนโลยี NFC สามารถเชื่อมต่อกับเราท์เตอร์นี้ได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องมีขั้นตอนกรอกรหัสผ่านที่น่ารำคาญใจ

- Image00002 1 - ภาพที่ 3

ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ MC888 รุ่นมาตรฐานซึ่งใช้แพลตฟอร์มรุ่น X62 ของควอลคอมม์ที่รองรับไวไฟ 6 โดยมีอัตราการรับส่งข้อมูลสูงสุดที่ 3600 เมกะบิตต่อวินาที สามารถเชื่อมต่อได้โดยผู้ใช้จำนวนสูงสุด 32 รายพร้อมกัน ที่สำคัญคือผลิตภัณฑ์นี้ใช้เทคโนโลยีสายอากาศเดียวกันกับรุ่น MC888 อัลตร้า โดยสายอากาศที่มีอัตราขยายสูงซึ่งติดตั้งมาในตัวนี้ช่วยให้ผู้ใช้รับสัญญาณได้อย่างแข็งแกร่ง

สำหรับการใช้งานภายนอกอาคาร ในฐานะบริษัทการสื่อสารชั้นนำของโลก แซดทีอีได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่น MC889 และ MC889 โปร ซึ่งใช้ได้กับเครือข่าย mmWave, Sub-6 5G และ 4G LTE โดยออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสมรรถนะในการทะลุทะลวงต่ำของสัญญาณเครือข่าย mmWave และ Sub-6 อีกทั้งยังมีความต้องการที่สูงขึ้นในด้านอุณหภูมิ สภาพแวดล้อม และสมรรถนะในการรับสัญญาณ ด้วยคุณสมบัติการกันฝุ่นและกันน้ำระดับ IP67 และ IP65 ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม

ผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติในอุณหภูมิระหว่างลบ 40 ถึง 60 องศา จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้เป็นอุปกรณ์ CPE สำหรับการใช้งานภายนอกอาคารในทุกสภาพอากาศ ผลิตภัณฑ์รุ่น MC889 โปรใช้เทคโนโลยีสายอากาศอัตราขยายสูงพิเศษที่อัตรา 11dBi ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการรับสัญญาณของผู้ใช้ปลายทางได้เป็นอย่างมาก

แซดทีอียังนำผลิตภัณฑ์ 5G CPE ภายในอาคารและภายนอกอาคารไปต่อยอด โดยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ 5G MiFi รุ่น MU5120 แบบพกพาได้รุ่นใหม่ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้อย่างเสถียรโดยอุปกรณ์ 32 ชิ้นพร้อมกัน อุปกรณ์ดังกล่าวนี้ใช้แพลตฟอร์มการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านคลื่นไร้สายรุ่น 2 ของควอลคอมม์ ซึ่งมาพร้อมกับแพลตฟอร์มโมเด็มความถี่คลื่นวิทยุ 5G สแนปดราก้อนรุ่น X62 และไวไฟ 6 ด้วยอัตราการกินไฟต่ำและใช้แบตเตอรี่ขนาด 10000 มิลลิแอมป์ชั่วโมงซึ่งมีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่กว่า 16 ชั่วโมง ในขณะเดียวกัน MU5120 ยังรองรับการชาร์จเร็วแบบย้อนกลับกำลังไฟ 18 วัตต์และฟังก์ชั่น NFC แบบแตะครั้งเดียว จึงช่วยให้ผู้ใช้มีประสบการณ์การใช้งานในทางปฏิบัติที่ดียิ่งขึ้น

นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่ห้าตัวที่ได้กล่าวถึงข้างต้น แซดทีอียังได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธง MC888 Flagship ในงาน MWC 2022 ได้แก่อุปกรณ์รับสัญญาณ 5G ไวไฟ 7 (Wi-Fi7 5G CPE) รุ่นแรกที่มีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม โดยจะวางจำหน่ายในตลาดในไตรมาส 4 ของปีนี้

นอกจากนี้แซดทีอียังได้แสดงสมรรถนะการสื่อสารที่ยอดเยี่ยม ด้วยชิป SD X65 ของควอลคอมม์ อุปกรณ์ 5G mmWave CPE รุ่นใหม่ได้ปรับปรุงอัตราการส่งข้อมูลของอุปกรณ์ 5G mmWave CPE กำลังสูงให้สูงกว่า 10 กิกะบิตต่อวินาที จึงทำให้มีอัตราการรับส่งข้อมูลไร้สายของอุปกรณ์ปลายทางสูงกว่าของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ CPE รุ่นใหม่นี้จะรองรับการเชื่อมต่อระหว่าง Sub-6G กับ mmWave โดยวัสดุฉนวนกันความร้อนและระบายความร้อนแบบใหม่ เทคโนโลยีระบบแบ่งเวลา CA และอัลกอริทึมกำลังไฟรุ่นใหม่ที่มีการควบคุมแบบไมโคร ทำให้มีการระบายความร้อนและการครอบคลุมของสัญญาณที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จึงสามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายในด้านต่าง ๆ อย่างเช่น บิ๊กดาต้า อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และอินเทอร์เน็ตของยานยนต์ (IoV)

“เป็นเวลาหลายปีที่บริษัทควอลคอมม์ เทคโนโลจีส์ และบริษัทแซดทีอี ได้ทำงานร่วมกันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์บรอดแบนด์เคลื่อนที่ โดยโซลูชัน 5G ที่ทรงพลังที่สุดของแซดทีอีได้แก่อุปกรณ์รับสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านคลื่นไร้สายสำหรับบ้านและสำนักงานซึ่งใช้แพลตฟอร์มส่งสัญญาณผ่านคลื่นไร้สายรุ่นที่ 1 ของควอลคอมม์” กอแทม ชีโอรัน (Gautam Sheoran) รองประธานฝ่ายบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริษัทควอลคอมม์ เทคโนโลจีส์ กล่าว “ขอแสดงความยินดีกับแซดทีอีในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ CPE รุ่นใหม่สำหรับการใช้งานภายในอาคารและภายนอกอาคาร รวมถึงเราท์เตอร์เคลื่อนที่ซึ่งใช้แพลตฟอร์มส่งสัญญาณผ่านคลื่นไร้สายรุ่นที่สองของควอลคอมม์ พร้อมด้วยแพลตฟอร์มความถี่คลื่นวิทยุ 5G สแนปดราก้อนรุ่น X65 และ X62 เราตั้งตารอที่จะช่วยแซดทีอีในการนำสมรรถนะ การครอบคลุม และประสบการณ์ผู้ใช้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดไปสู่บ้านและสำนักงานต่าง ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของบริษัท”

“ด้วยระบบนิเวศอัจฉริยะที่รองรับทุกสภาวการณ์อย่างเต็มรูปแบบ “1+2+N” แซดทีอี โมบายล์ ดีไวซ์ (ZTE Mobile Devices) กำลังค่อย ๆ สร้างวิถีชีวิตอัจฉริยะในทุกสภาวการณ์ และขณะนี้ก็มีส่วนแบ่งขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดอุปกรณ์ 5G CPE ของโลก ในแง่ของอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoE) การบูรณาการแบบรองรับทุกสภาวการณ์ของ “1+2+N” จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยถ้าไม่มีความช่วยเหลือของ “5G +” ที่เกิดจากอุปกรณ์บรอดแบนด์เคลื่อนที่ 5G” หลัว เว่ย (Luo Wei) รองประธานบริษัทแซดทีอี คอร์ปอเรชัน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายศูนย์ผลิตภัณฑ์ แซดทีอี ดีไวซ์ กล่าว “ผลิตภัณฑ์รุ่นที่สี่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ 5G FWA และ MBB ของแซดทีอีจะนำประสบการณ์ 5G ที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปสู่องค์กรและผู้บริโภคทั่วโลกด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่น่าทึ่ง ซึ่งจะทำให้ชีวิตเชิงเทคโนโลยีสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นต่อไปในอนาคต”

Related Posts

- “ซีเมนส์ โมบิลิตี้” เปิดตัว 4 ไฮไลท์เทคโนโลยีดิจิทัลระบบรางใหม่ล่าสุดของโลก พร้อมนำไทย–ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยกระดับระบบรางรับโลกอนาคต

- สุขทั่วไทย ไปกับทรู 5G…ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G

- รีวิว Samsung Galaxy M33 5G: กับ 5 เหตุผลที่ควรเลือกรุ่นนี้

- พัฒนาการของสมาร์ทซิตี้ในปี 2565 โดย ซีเมนส์ ประเทศไทย

- AIS 5G เตรียมวางจำหน่าย iPhone SE รุ่นใหม่ และ iPhone 13 Pro สีอัลไพน์กรีนที่สวยงาม และ iPhone 13 สีเขียวสะดุดตา