10 ข้อที่จำเป็นต้องรู้ก่อนเปิดร้านเบเกอรี่ ขายขนมยังไงไม่ให้เจ๊ง

การเปิดร้านเบเกอรี่ คงเป็นความฝันของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการทำขนม ทำอาหาร รวมไปถึงคนที่ติดใจในรสชาติของเหล่าขนมอบแสนอร่อย หรือที่เรียกติดปากกันว่า สายหวาน นั่นเอง

ในมุมมองของเราที่เป็นผู้บริโภค อาจจะคิดว่าการเปิดร้านเบเกอรี่เป็นเรื่องง่ายๆ แค่มีเงินทุนเพียงพอก็สามารถเปิดร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเองได้แล้ว แต่หากลองได้มาลงทุนแบบจริงๆ จังๆ กลายเป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่แบบเต็มตัว เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องล้มเลิกกลางคัน ร้านเจ๊ง ยอดขายไม่ถึงเป้า และสุดท้ายก็ต้องพับความฝันเก็บใส่กระเป๋าไปแต่โดยดี

ซึ่งจริงๆ แล้ว การเปิดร้านเบเกอรี่นั้นจะว่าง่ายก็ง่าย แต่จะว่ายากก็ยาก นอกจากเงินทุนที่จำเป็นจะต้องมีเพียงพอแล้ว ยังต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ เข้ามาช่วยด้วยเช่นกัน และในบทความนี้เราจะมาแชร์ 10 ข้อที่จำเป็นต้องรู้ก่อนเปิดร้านเบเกอรี่ จะขายขนมยังไงไม่ให้ร้านเจ๊ง ทำยังไงให้ร้านเป็นที่สนใจ ขายขนมสร้างกำไรได้แบบที่ต้องการ ตามไปดูกันเลย!

10 ข้อที่จำเป็นต้องรู้ก่อนเปิดร้านเบเกอรี่

มีใจรัก มีความรู้เรื่องเบเกอรี่

แน่นอนว่าถ้าเราจะทำอะไรสักอย่างแบบจริงๆ จังๆ สิ่งแรกที่ต้องมีเลยก็คือใจของเราเองที่รักในสิ่งนั้นๆ ถ้าเราอยากจะเปิดร้านเบเกอรี่ อย่างแรกคือต้องมีใจรักการทำขนมจริงๆ และยังจะต้องเป็นคนที่ชอบทานขนม รวมถึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับขนมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นขนมแบบต่างๆ วิธีการทำ ส่วนผสม วัตถุดิบ เคล็ดลับความอร่อย การพลิกแพลงหรือคิดค้นสูตรใหม่ๆ ขนมแต่ละชิ้นสามารถเก็บไว้ได้กี่วัน ควรเก็บยังไงไม่ให้เสีย ฯลฯ

มีเงินทุนพร้อม

เมื่อมีใจรักแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาก็คือ เงินลงทุนที่จะต้องมีให้เพียงพอสำหรับการเปิดร้าน รวมไปถึงการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ วัตถุดิบในการทำขนม เงินทุนสำหรับค่าเช่าที่ในกรณีที่มีหน้าร้าน เงินทุนสำหรับการตกแต่งร้าน นอกจากนี้ยังจำเป็นจะต้องมีส่วนที่แบ่งเก็บสำรองเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน หรือเผื่อในกรณีที่ร้านไปไม่รอดก็ยังสามารถถอยกลับมาตั้งหลักใหม่ได้

วิเคราะห์คู่แข่งให้ดี

สิ่งสำคัญถัดมาก็คือ การวิเคราะห์ร้านเบเกอรี่ที่เป็นคู่แข่ง โดยเฉพาะใครที่มีหน้าร้านแล้วมีร้านเบเกอรี่อื่นๆ อยู่ในละแวกใกล้เคียง ก่อนจะเปิดร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง ควรศึกษาและวิเคราะห์ร้านคู่แข่งอื่นๆ ให้ดีก่อน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการร้าน จุดเด่นของร้าน การบริการ รวมไปถึงหน้าตาและรสชาติขนม เพื่อนำมาวางแผนก่อนจะเปิดร้านเบเกอรี่ของตัวเอง

นำเสนอจุดเด่นของตัวเอง

เมื่อมั่นใจว่าวิเคราะห์ร้านคู่แข่งดีแล้ว ต่อไปก็คือการหาจุดเด่นหรือจุดขายของร้านตัวเอง โดยจะต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับร้านคู่แข่งร้านอื่นๆ พยายามหาสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ดึงความเป็นตัวเราออกมา วางคอนเซ็ปต์และทิศทางของร้านให้เป็นในแบบของเราเอง เช่น ขนมสูตรพิเศษของร้าน หรือขนมที่มีขายเฉพาะที่ร้านเรา เป็นต้น

เลือกทำเลที่ดีที่สุด

ก่อนจะเลือกทำเลก็ต้องรู้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของร้านเราคือใคร แล้วจึงค่อยเฟ้นหาทำเลที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด อยู่ในจุดที่เป็นแหล่งของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นในตลาด ย่านชุมชน ห้างสรรพสินค้า หรือตามสถานที่อื่นๆ ที่มีไลฟ์สไตล์เหมาะกับการเปิดร้านเบเกอรี่ เพราะหากไม่เลือกทำเลให้ดี ต่อให้ขนมของเราจะอร่อยแค่ไหนก็คงขายไม่ออกแน่ๆ

วางแผนการจัดการและการบริหารร้านให้ดี

เมื่อเลือกทำเลที่ดีที่สุดได้แล้ว สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ การจัดการและการบริหารร้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารต้นทุน การทำบัญชี ระบบของร้านหรือวิธีการขาย การจัดการออเดอร์ ฯลฯ การวางแผนจัดการร้านที่ดีนอกจากจะทำให้เราสามารถควบคุมทิศทางของร้านได้แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่ร้านจะเจ๊งหรือล้มไม่เป็นท่าได้ด้วย

มีขนมให้เลือกหลากหลาย

จะเปิดร้านเบเกอรี่ทั้งที ถ้าจะมีขนมอยู่เพียงแค่ไม่กี่อย่างก็คงจะดูไม่น่าซื้อ ยิ่งถ้าร้านคู่แข่งของเรามีขนมหลากหลายแบบด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องเพิ่มความหลากหลายของขนมในร้านเราให้มากขึ้น พยายามคิดค้นสูตรหรือขนมรูปแบบใหม่ๆ ไว้ให้ลูกค้าได้มีตัวเลือก อาจจะเพิ่มสูตรเฉพาะสำหรับคนรักสุขภาพ หรือเพิ่มเมนูเครื่องดื่มต่างๆ อย่างชา กาแฟ ฯลฯ

มีโปรโมชันเพื่อเรียกลูกค้า

ในการค้าขาย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การทำโปรโมชันนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น สังเกตว่าร้านค้าดังๆ หลายๆ ร้านที่มีฐานลูกค้าเยอะหรือมีกลุ่มลูกค้าเจ้าประจำ มักจะมีโปรโมชันพิเศษอยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนคิดโปรโมชันควรบริหารจัดการเรื่องต้นทุนและกำไรให้ดี เพื่อกันไม่ให้ทำโปรโมชันแบบขาดทุน นอกจากโปรโมชันแล้วก็อาจคิดค้นขนมสูตรพิเศษที่ขายเฉพาะช่วงเวลา หรือเฉพาะเทศกาลนั้นๆ ก็จะช่วยให้ร้านเบเกอรี่เป็นที่น่าสนใจมากขึ้น

ใช้ช่องทางออนไลน์ให้เป็นประโยชน์

นอกจากจะมีทำเลสำหรับหน้าร้านแล้ว อีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเพิ่มยอดขายได้ดีมากๆ นั่นก็คือช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Line OA, Facebook, Instagram, Twitter โดยร้านเบเกอรี่ของเราจะต้องแอคทีฟในออนไลน์ให้มากๆ ขยันโพสต์รูปขนมสวยๆ โพสต์รายละเอียด ราคา โพสต์กิจกรรม โปรโมชันต่างๆ พยายามมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าในออนไลน์ให้ได้มากที่สุด และอย่าเงียบหายไปนานๆ เพราะจะทำให้ร้านดูไม่น่าเชื่อถือ

การบริการที่ดี

สิ่งสำคัญที่สุดที่ถือว่าขาดไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับการทำอาชีพค้าขายหรือการบริการ นั่นก็คือการมี Service mind หรือมีใจรักการบริการนั่นเอง แน่นอนว่าเราเป็นเจ้าของร้าน เพื่อที่จะให้ยอดขายเป็นไปตามเป้า ร้านมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ก็จำเป็นจะต้องใส่ใจในเรื่องของการบริการ การพูดคุยหรือการสื่อสารกับลูกค้าก็ควรสุภาพให้มากๆ และยินดีรับฟังคำติชมจากลูกค้าเสมอ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาร้านเบเกอรี่ของเราให้ดียิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

taokaemai.com