Ahrefs เผยแพร่ผลการศึกษาหน้าเว็บกว่า 331,000 หน้า เพื่อตรวจสอบผลกระทบของการสร้างเนื้อหาด้วยปัญญาประดิษฐ์ต่อการจัดอันดับบน Google Search โดยพบว่าระบบค้นหาของ Google ไม่ได้ปิดกั้นหรือลงโทษหน้าเว็บเพียงเพราะใช้ AI ตราบใดที่เนื้อหานั้นไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อปั่นอันดับ
⏱ ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
จากการวิเคราะห์หน้าเว็บที่ติดอันดับ 1 ถึง 3 ในผลการค้นหา พบว่ามีหน้าเว็บที่เขียนด้วย AI ทั้งหมด 100% อยู่ที่ 5.3% และมีหน้าเว็บที่มีเนื้อหาจาก AI ตั้งแต่ 80% ขึ้นไป อยู่ที่ 9% ข้อมูลนี้แสดงว่าเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ล้วนสามารถขึ้นสู่อันดับสูงสุดได้
อย่างไรก็ตาม หน้าเว็บส่วนใหญ่ที่ติด 3 อันดับแรกยังคงเขียนโดยมนุษย์เป็นหลัก โดยหน้าเว็บที่มีสัดส่วน AI ต่ำกว่า 50% คิดเป็น 82.2% ของผลการค้นหากลุ่มนี้
ในส่วนของการเก็บข้อมูลเข้าสู่ระบบดัชนี (Indexation) หน้าเว็บที่มีสัดส่วน AI สูงมากมีอัตราการถูกเก็บข้อมูลอยู่ที่ 40.35% เทียบกับหน้าเว็บที่มี AI ในระดับต่ำซึ่งอยู่ที่ 49.28% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า Google ไม่ได้มีระบบคัดกรองเพื่อตัดหน้าเว็บ AI ออกจากสารบบโดยสิ้นเชิง
สำหรับปริมาณการมองเห็น (Impressions) หน้าเว็บที่มีเนื้อหา AI ระดับต่ำถึงปานกลางได้รับยอดการมองเห็นมากกว่ากลุ่มที่ใช้ AI ระดับสูงถึง 2-3 เท่า แต่ทั้งนี้ หน้าเว็บที่ใช้ AI จำนวนมากไม่ได้มีตัวเลขการมองเห็นที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็วหลังผ่านไป 3 ถึง 6 เดือนตามข้อสันนิษฐานเดิม
ไรอัน ลอว์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเนื้อหาของ Ahrefs ให้ความเห็นว่า Google ไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีคอนเทนต์ AI แต่พิจารณาจากเกณฑ์คุณภาพตามปกติ เนื่องจากเนื้อหาที่พึ่งพา AI ปริมาณมากมักมีปัญหาการเขียนซ้ำข้อมูลทั่วไป ขาดรูปภาพ ขาดลิงก์อ้างอิง และมีข้อผิดพลาดบ่อยครั้ง
ผู้ดูแลเว็บไซต์จึงควรระวังการผลิตเนื้อหาจำนวนมากที่ด้อยคุณภาพมากกว่าการกลัวการใช้งาน AI
ที่มา: ahrefs.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Google AI Overviews แสดงผลในคำค้นหาชื่อแบรนด์พุ่งแตะ 83%
- Ahrefs เผยวิธีใช้ Claude Code ช่วยวิเคราะห์และทำคอนเทนต์ SEO
- Ahrefs เตือนเว็บแบบ Static เสี่ยงเจอปัญหาทางเทคนิคหากตั้งค่าไม่ครบ
- Ahrefs เผยนักการตลาด 69% เผยแพร่คอนเทนต์ AI เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]