Skip to content

Anything แฉ Apple แบนแอป “vibe coding” ซ้ำสอง อ้างกฎ App Store ล้าสมัยปิดกั้นนักพัฒนารุ่นใหม่

Developers behind vibe coding app Anything detail next steps after months-long fight with Apple

ช่วงนี้เราคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับ Apple และ App Store กันบ่อยขึ้นนะครับ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ล่าสุดมีกรณีที่น่าสนใจมาก ๆ เมื่อแพลตฟอร์ม “vibe coding” อย่าง Anything ออกมาแฉ Apple อย่างดุเดือดว่าโดนถอดแอปออกจาก App Store ไปถึงสองรอบ โดยอ้างว่ากฎของ Apple นั้นล้าสมัยและกำลังปิดกั้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ของเหล่านักพัฒนาแอปยุคใหม่

จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดนะ เพราะ Anything บอกว่าแอปของพวกเขาเคยได้รับการอนุมัติไปเมื่อปีที่แล้วด้วยซ้ำ แต่พอเข้าช่วงเดือนธันวาคม Apple ก็เริ่มบล็อกการอัปเดต โดยอ้างอิงถึง Guideline 2.5.2 ที่โด่งดัง เรื่องนี้บอกเลยว่าไม่ได้แค่สร้างความปวดหัวให้ Anything แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในโลกของการพัฒนาแอปที่เราต้องจับตาดู

เบื้องหลังดราม่า App Store กับกฎ 2.5.2 ที่ Anything โดนเต็มๆ

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นกับคำว่า vibe coding มันคือการพัฒนาแอปที่ผู้ใช้สามารถส่งข้อความสั้น ๆ (text prompts) ไปให้ AI แปลงเป็นโค้ด แล้วสร้างออกมาเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริง ซึ่ง Anything เนี่ยก็ทำได้แบบนั้นเลย ผู้ใช้สามารถพรีวิวแอปบนอุปกรณ์ตัวเองได้ก่อนจะตัดสินใจส่งขึ้น App Store (ถ้ามีบัญชีนักพัฒนานะ)

แต่ Apple ไม่ได้มองแบบนั้นครับ พวกเขาให้เหตุผลว่า Anything ละเมิดกฎ App Store ที่มีมานานแล้ว โดยเฉพาะกฎข้อ 2.5.2 ที่บอกว่า:

  • Section 2.5.2 (App Review Guidelines): “แอปต้องเป็นแบบ Self-contained ใน Bundle และไม่สามารถอ่านหรือเขียนข้อมูลนอกพื้นที่ที่กำหนดไว้ได้ หรือดาวน์โหลด, ติดตั้ง, หรือรันโค้ดที่แนะนำหรือเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติหรือฟังก์ชันการทำงานของแอป รวมถึงแอปอื่น ๆ”

นอกจากนี้ยังมีกฎข้อ 3.3.1(B) ของ Developer Program License ที่ระบุว่า:

  • Section 3.3.1(B) (Developer Program License): “โค้ดที่ถูกแปลอาจถูกดาวน์โหลดไปยังแอปพลิเคชันได้ แต่จะต้องไม่เปลี่ยนวัตถุประสงค์หลักของแอปพลิเคชันโดยการจัดหาคุณสมบัติหรือฟังก์ชันการทำงานที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจและโฆษณาของแอปพลิเคชัน”

นี่แหละครับคือประเด็นหลักที่ Apple อ้าง แล้วก็เป็นเหตุผลที่ทำให้แอป Anything ถูกถอดออกจาก App Store ไปแล้วถึง 2 ครั้ง! ครั้งแรกวันที่ 26 มีนาคม และอีกครั้งหลังจากที่แอปถูกนำกลับมาใหม่ได้ไม่กี่วัน ซึ่งทางนักพัฒนา Anything ก็บอกว่าพวกเขาพยายามแก้ไขตามที่ Apple ต้องการถึง 4 ครั้ง ด้วยวิธีทางเทคนิคที่แตกต่างกันไป แต่ก็ยังไม่ผ่านอยู่ดี

Vibe Coding: อนาคตของการสร้างแอปที่ Apple อาจมองข้าม

ทีมพัฒนา Anything บอกว่า “จำนวนคนที่สามารถสร้างแอปได้กำลังจะเปลี่ยนจากหลักล้านไปสู่หลักร้อยล้าน หรือในที่สุดคือทุกคน” และคนเหล่านี้แหละคืออนาคตของ App Store ที่น่าสนใจคือ พวกเขาแสดงให้เห็นว่ามีผู้ใช้งานบางรายสามารถสร้างแอปด้วย vibe coding และนำขึ้น App Store ได้สำเร็จด้วยซ้ำ

ถึงตอนนี้ Anything ก็ยังไม่ยอมแพ้ พวกเขากำลังพัฒนาต่อยอด “text-to-app” เพื่อช่วยสร้างแอป iOS บนคลาวด์ และกำลังจะออก Desktop Companion สำหรับพรีวิวบนอุปกรณ์ด้วย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์ของ vibe coding และการสร้างแอปด้วย AI กำลังมาแรง และเป็นเรื่องที่ Apple ต้องหันมามองอย่างจริงจัง

เพราะในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก็มีความกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่อยากให้ Apple พิจารณาหรือยอมรับภูมิทัศน์ของการพัฒนาแอปที่กำลังเปลี่ยนไป อย่างที่เราเห็นกระแสของ vibe coding ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และยิ่งใกล้วันงาน WWDC26 เข้ามาเรื่อย ๆ ก็ยิ่งน่าสนใจว่า Apple จะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร

Apple ควรปรับตัวไหมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป?

ในมุมมองของผมเอง App Store ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Apple เลยก็ว่าได้ครับ แต่ในเมื่อเทคโนโลยีและวิธีการสร้างแอปมันเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้ กฎเกณฑ์ที่ถูกตั้งขึ้นมานานแล้วก็อาจจะต้องมีการทบทวนและปรับปรุงให้ยืดหยุ่นมากขึ้น จริง ๆ แล้วการที่คนจำนวนมากสามารถเข้าถึงการสร้างแอปได้ง่ายขึ้น มันน่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับ ecosystem โดยรวมด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่สร้างโอกาสให้นักพัฒนารายย่อย แต่ยังนำเสนอความหลากหลายและนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้ผู้ใช้งานอีกด้วย สำหรับแฟน ๆ Apple อย่างเรา ๆ ก็คงได้แต่หวังว่าในอนาคตอันใกล้ Apple จะมีท่าทีที่ชัดเจนและเปิดกว้างมากขึ้นกับเทรนด์การพัฒนาแอปแบบใหม่ ๆ อย่าง vibe coding นี้ครับ

ที่มา: 9to5mac.com