รีวิว ASUS Chromebook Flip CX5500 แล็ปท็อป Chrome OS ที่เหมาะสำหรับทำงาน เรียน และเพื่อความบันเทิง

ASUS ได้เปิดตัว Chromebook มาด้วยกัน 3 รุ่น โดยมีรุ่นไฮทไลท์คือ ASUS Chromebook Flip CX5 มีด้วยกัน 2 โมเดลคือ CX5500 และ CX5400 ในบทความนี้เราจะ รีวิว ASUS Chromebook Flip CX5500 ให้ชมกันครับ

ASUS Chromebook Flip CX5500 แล็ปท็อปจอสัมผัส 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล มาพร้อม Chrome OS ชิป Intel® Core™ i3-1115G4 และชิปกราฟิก Intel® UHD Graphics แรม LPDDR4 on board 8 GB หน่วยความจำ M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD ความจุ 256 GB รองรับ Wi-Fi 6 ดีไซน์เรียบง่ายด้วยสีขาว Immersive White ตัดกับสีดำ Matte Black ด้านใน

มาพร้อมขอบจอบางแบบ NanoEdge และการใช้งานหน้าจอที่สามารถพับได้ 360 องศา สำหรับใช้เป็นแท็บเล็ต รองรับ Touch Screen เพื่อการวาดเขียนด้วยปากกา Stylus ที่มีมาให้ในตัว

Chromebook Flip CX5500 มาพร้อมรับประกัน 3 ปีแบบ On Site Service ราคาวางขายอยู่ที่ 23,000 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน

ช่องทางสั่งซื้อ

รีวิว ASUS Chromebook Flip CX5500

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า Chromebook เหมาะสำหรับ กลุ่มกศึกษา หรือ หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้ Chromebook ในการทำงาน และเพื่อความบันเทิง รวมถึงสถาบันการศึกษา เพราะ Chromebook เน้นไปทางการเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับการเรียนการสอน สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่อาจารย์ นักเรียน และฝ่ายไอทีในการบริหารจัดการ และดูแลอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดาย

สเปก ASUS Chromebook Flip CX5 (CX5500) CX5500FEA-E60051

  • Operating System: Chrome
  • Processor: Intel® Core™ i3-1115G4 Processor
  • Intergrated GPU: Intel® UHD Graphics
  • RAM: 8GB LPDDR4 on board
  • Storage: 256GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD
  • Display: 15.6-inch FHD (1920 x 1080) 16:9
    • Touch screen
    • With stylus support
  • Wireless: Wi-Fi 6(802.11ax)+BT5.0
  • ราคา : 23,000.- บาท

สำรวจตัวเครื่อง

ASUS Chromebook Flip CX5500 มาพร้อมกับ Adapter ชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB Type C ให้กำลังชาร์จอยู่ที่ 45 วัตต์ จุดเด่นคือให้สายมาค่อนข้างจะยาว และตัว Adapter มีขนาดที่เล็กมากๆ น้ำหนักก็เบา สะดวกต่อการพกพา แต่ให้กำลังชาร์จแรงถึง 45 วัตต์ ชาร์จแบบเดียวก็ใช้งานได้ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง

มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล NanoEdge Displayขอบบางทั้ง 3 ด้าน (ซ้าย ขวา บน) ช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้น โดยตัวเครื่องไม่ต้องถูกออกแบบให้ใหญ่ตาม

ทำให้เราได้ Notebook หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ที่ตัวเครื่องเล็กกว่า Notebook หน้าจอ 15.6 นิ้วทั่วไปในท้องตลาด โดยหน้าจอแสดงผลคิดเป็น 81% ของขนาดตัวเครื่อง จอแสดงผลความละเอียด Full HD แสดงผลมุมกว้าง 178 องศา และให้สีสันที่สมจริงๆ มากๆ

หน้าจอเป็นแบบทัชสกรีน สามารถใช้นิ้วมือแตะสั่งงานได้เหมือนสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตได้เลย รองรับการใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัส

ปากกาสไตลัส

รองรับปากาสไตลัส มาตรฐาน Universal Stylus Initiative (USI) 1.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การใช้สไตลัสที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น รองรับแรงกดที่ 4,096 ระดับ

โดยตัวปากกาจะใช้ถ่าน AAA จำนวน 1 ก้อน สามารถใช้งานได้นาน 300 วันเลยทีเดียว สามารถใช้เขียนหน้าจอวาดรูปหรือใช้แตะสัมผัสหน้าจอแทนนิ้วหรือเมาส์ได้เลย

มีปลอกปากกาสำหรับเก็บปากกาสไตลัส ติดไว้กับตัวเครื่อง มีมาให้ 2 อัน ตัวปลอกปากกาจะมีแม่เหล็กสำหรับยึดติดกับช่องที่ออกแบบมาบนตัวเครื่อง (ซึ่งก็คือช่องสำหรับอ่าน microSD Card) หยิบจับใช้งานได้ง่าย หากเราไม่ต้องการใช้ปากกาก็สอดเก็บเข้าไปในปลอก

ตัวปากกามีฟังก์ชั่นสามารถใช้ลากเพื่อบันทึกหน้าจอแทนการคลิกเมาส์ได้เลย สามารถลากเอาเฉพาะส่วนที่ต้องการแคปหน้าจอ หรือแคปทั้งหน้าก็ได้ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสะดวกมากๆ เพราะเราไม่ต้องหาโปรแกรมมาติดตั้งเองที่สำคัญใช้งานได้สะดวกเรียกใช้งานได้ง่ายมาก

นอกจากนั้นแล้วเรายังสามารถขีดเขียน เติมแต่งภาพหน้าจอที่เราแคป มาเพื่อจดบันทึกหรือทำไฮไลท์แล้วบันทึกเพื่อส่งต่อหรือเก็บไว้ได้ง่ายมากๆ

สำหรับใครที่ไม่ถนัดใช้ touchpad แต่ก็ไม่อยากใช้มือ หรือปากกาแตะหน้าจอ ในกล่องมีแถมเมาส์ไร้สายมาให้ด้วย เป็นเมาส์จาก Asus เองขนาดเหมาะมือสีเงิน ขนาดกระทัดรัด

แป้นพิมพ์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน

ตัวแป้นพิมพ์มาพร้อมกับ numpad อยู่ฝั่งขวามือ layout Keyboard ค่อนข้างชิดกัน หลายปุ่มมีขนาดเล็กกว่าแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดของ Windows ตัวแป้นพิมพ์มีไฟ backlit สำหรับใช้งานในที่แสงน้อย มีระยะการกด 1.4 มิลลิเมตร เพื่อการพิมพ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พื้นผิว Obsidian Velvet บริเวณที่พักฝ่ามือยังให้ความรู้สึกเนียนนุ่มเพื่อความสบายยิ่งขึ้นเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน

ตัว touchpad จะอยู่เยื้องมาทางฝั่งซ้ายมือมีขนาดใหญ่ 5.68 นิ้ว สั่งงานเหมือน touchpad ของ Notebook Windows เลย เลื่อนไปมาได้อย่างลื่นไหลคลิกซ้ายคลิกขวาได้ มีความแม่นยำ และการควบคุมที่แม่นยำสูง ยิ่งไปกว่านั้นยังรวมเอาเทคโนโลยีการป้องกันการวางมือลงไปบนทัชแพดโดยบังเอิญ และการรองรับท่าทางสัมผัสหลายนิ้วเพื่อสั่งการแบบมัลติทัช

อย่างที่เห็นบน layout Keyboard ด้านบนว่าตัวแป้นพิมพ์มีการสกรีนภาษาไทยมาให้ แม้การวาง layout บางส่วนจะแตกต่างจากบน Windows แต่การวางแป้นพิมพ์จะเหมือนกัน แตกต่างแค่บางปุ่ม เช่นไม่มีปุ่ม Windows อยู่ข้างๆ ปุ่ม alt และการกดปุ่มเปลี่ยนภาษาบน Chrome OS จะใช้วิธีกด Control + Space Bar เพื่อเปลี่ยนภาษา

ซึ่งผมได้ใช้เขียนบล็อก พบว่าการตอบสนองการพิมพ์ทำได้ดีเลย ด้วยระยะการกดที่ไม่ลึก ให้ความรู้สึกแบบเดียวกับแล็ปท็อปของ Asus ซึ่งการวาง layout แป้นพิมพ์จะคล้ายกับแล็ปท็อป Windowows ของ Asus ปุ่มลูกศรจะอยู่ใต้ปุ่ม Enter

แต่ก็มีหลายส่วนที่ยังไม่ชินเนื่องจากการงแป้นพิมพ์ที่แตกต่างบน windows รวมถึงยังไม่ชินกับการใช้ปุ่มสลับภาษาและปุ่ม delete ที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ชินมือแล้วก็ปุ่ม NumPad ที่อยู่ชิดกับปุ่ม Enter และปุ่ม Shift เรียกได้ว่า การพิมพ์ต้องปรับเยอะพอสมควร

ที่สำคัญปกติแล้วถ้าบน Windows ปุ่มแถวแรกสุดของแป้นพิมพ์จะเป็น F1-F12 ซึ่งก็จะมีฟังก์ชันเสริมต่างๆ สำหรับสั่งงานเครื่องรวมอยู่ในปุ่มด้วย แต่บน Chrome OS จะไม่มี F1-F12 แล้ว ก็จะเหลือแค่เป็นปุ่มฟังก์ชันสำหรับสั่งงานตัวเครื่องอย่างเดียว

มาพร้อมกับ Dual-speaker อัดแน่นไปด้วยระบบเสียง ลำโพงคู่สเตอริโอคุณภาพสูงและห้องสะท้อนเสียงขนาดใหญ่พิเศษที่สร้างเสียงที่มีความเที่ยงตรงสูง ให้เอฟเฟกต์เสียงรอบทิศทางที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับระบบเสียงจากแล็ปท็อปขนาดใหญ่ เสียงที่คมชัดและทรงพลังมอบประสบการณ์การฟังที่ชวนดื่มด่ำเมื่อสตรีมเพลงหรือวิดีโอ พร้อมด้วย harman/kardon

  • Smart Amp Technology
  • ลำโพงในตัว
  • ชุดไมโครโฟนในตัว
  • harman/kardon (พรีเมียม)
  • มีการรองรับการรู้จำเสียง Google Assistant

หน้าจอที่ใช้งานได้หลายโหมด

ตัวหน้าจอสามารถใช้งานได้ทั้งหมด 2 โหมด คือโหมดโน๊ตบุ๊ค และโหมดแท็บเล็ต และเมื่อเราพักหน้าจอเป็นโหมดแท็บเล็ต เราจะสามารถหมุนหน้าจอใช้งานได้ทั้งแนวนอน แนวตั้ง

โดยตัวหน้าจอมันจะมีเซ็นเซอร์สำหรับหมุนหน้าจอไปตามทิศทางที่เราหมุน และหน้าจอจะปรับความละเอียดของการแสดงผลและอัตราส่วนของหน้าจอให้เหมาะสมกับการหมุนหน้าจอของเรา เหมือนในมือถือหรือแท็บเล็ตที่เราคุ้นชินกัน

ความทนทานแบบกองทัพ MIL-STD 810H

ตัวเครื่องออกแบบมาในโทนขาวดำฝาหลังและฝาหลังหน้าจอเป็นสีขาว Immersive White ตัดกับภายในสีดำทั้งหมด ดูสวยงามลงตัวมาก นอกจากนี้ยังมีการเคลือบที่เป็นเอกลักษณ์ของฝาเครื่องอะลูมิเนียมอัลลอยยังให้พื้นผิวที่ดูหรูหราเหมือนวัสดุเซรามิก เพื่อความสวยงาม อ่อนโยน และเรียบง่าย

ASUS Chromebook Flip CX5 สร้างขึ้นเพื่อให้มีความทนทานสไหรับไลฟ์ สไตล์ที่ต้องเดินทางอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังเป็นไปตามมาตรฐานกองทัพสหรัฐอเมริกา MIL-STD 810H ซึ่งเข้มงวดมากกว่าที่เคยเป็นมา และยังผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดภายในบริษัท รวมถึงการทดสอบแรงดันแผง การกระแทก และการตกหล่นเพื่อให้แน่ใจว่ามีความทนทานสูงสุด จึงไม่ต้องกังวลกับการกระแทก

360° ErgoLift Hinge

บานพับแบบยกตัวได้ ErgoLift Hinge 360 องศา ซึ่งทาง Asus คิดค้นและออกแบบหาแนะนำมาใช้กับ Notebook ในหลายรุ่นของแบรนด์ นอกจากช่วยอะไรยึดหน้าจอแสดงผลได้อย่างแข็งแรงแน่นหนาทุกมุมแล้ว หากเรากางบานพับหน้าจอทำมุม 135 องศา บานพับด้านล้างจะยกตัวเครื่องขึ้นทำมุม 3 องศา

แป้นพิมพ์จะเอียงรับกับมุมองศาของมือ การเอียงแป้นพิมพ์นี้ช่วยเพิ่มความสบายในระหว่างการพิมพ์เป็นระยะเวลานาน โดยจะเป็นการออกแบบที่เน้นความสะดวกสบายของผู้ใช้เป็นหลัก และช่วยทั้งในเรื่องการระบายความร้อนของตัวเครื่องอุณหภูมิของตัวเครื่องต่ำลง และเพิ่มระดับเสียงให้มีความขึ้นได้มากกว่าการวางราบไปกับพื้น

การเชื่อมต่อที่ครอบคลุม

ASUS Chromebook Flip CX5 ให้การเชื่อมต่อที่ราบรื่น พอร์ต USB-C® 3.2 Gen 2 แบบสองฟังก์ชันเป็นทั้งช่องชาร์จแบต สตรีมมีเดีย หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วง พอร์ต HDMI 2.0 ให้ตัวเลือกในการเชื่อมต่อแล็ปท็อปกับจอแสดงผล 60 Hz 4K ภายนอกได้ นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบ microSD เพื่อให้มีพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมเพื่อความสะดวกและความเข้ากันได้สูงสุด

port เชื่อมต่อ

  • 1 x USB 3.2 รุ่น 2 Type-A
  • 2 x USB 3.2 รุ่น 2 Type-C รองรับการแสดงผล/การป้อนไฟ
  • 1 x HDMI 2.0a
  • เครื่องอ่านการ์ด Micro SD
  • WiFi 6

WiFi 6 ใน ASUS Chromebook Flip CX5 มอบความเร็วที่เร็วกว่าการเชื่อมต่อด้วยสายแลน ที่ 2.4 กิกะบิตต่อวินาที นอกจากนี้ เทคโนโลยี ASUS WiFi Stabilizer ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพของการเชื่อมต่อด้วยการกรองสัญญาณรบกวนอีกด้วย

ระบบปฏิบัติการ CHROME OS

อย่างที่กล่าวตอนแรกว่ารุ่นนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Chrome OS ซึ่งเข้าถึง Google Play ได้อย่างเต็มที่ จึงสามารถใช้แอป Android ที่คุณชื่นชอบสำหรับการทำงาน การเล่น และความคิดสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ด้วยการรวมระบบคลาวด์ที่ไร้รอยต่อจึงสามารถเข้าถึงเกือบทุกอย่างจากอุปกรณ์ใดก็ได้บน ASUS Chromebook Flip CX5 เปิดโลกใบใหม่แห่งอิสรภาพ! แต่เราต้องเชื่อมต่ออินเตอร์ก่อนใช้งาน

หน้าตาเมนูตั้งค่าของ Chrome OS จะมี layout Interface เหมือน Google Chrome บน PC เพียงแต่ฟังก์ชันในการตั้งค่าจะดูเป็น Android มากกว่า ซึ่งเราสามารถตั้งค่าการใช้งานได้เหมือนมือถือ Android เช่น ตั้งค่าเปิด-ปิด WiFi เปิด-ปิด Bluetooth เชื่อมต่อ Bluetooth เข้าดูอุปกรณ์เชื่อมต่อ ดูอุปกรณ์เก็บข้อมูล ดูบัญชีที่ Login

หรือแม้แต่เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ดูแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ติดตั้งแล้วในเครื่อง ที่สำคัญสามารถอัพเดทเวอร์ชั่นได้เรื่อยๆ แบบฟรีไม่ต้องกังวล

คุณสมบัติความปลอดภัยในตัว (Security) ให้การอัปเดตอัตโนมัติ และการป้องกันไวรัสในตัว ทำให้อุปกรณ์ของคุณปลอดภัยและทันสมัยอยู่เสมอ

และเนื่องจาก Chromebook ถูกสร้างขึ้นจากรากฐานที่ปลอดภัยมั่นคงของบัญชี Google ส่วนบุคคลของคุณ เอกสารส่วนตัว อีเมล รูปภาพ และข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของคุณจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยตลอดเวลา

  • Built-in virus protection การป้องกันไวรัสในตัวจะปกป้อง Chromebook จากมัลแวร์โดยอัตโนมัติ สามารถมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่ต้องทา แทนที่จะติดตั้งซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยของบริษัทอื่น
  • Security sandbox ระบบความปลอดภัยแบบแซนด์บ็อกซ์ Chrome OS เก็บซอฟต์แวร์ต่างๆ บน Chromebook แยกจากกันด้วยแซนด์บ็อกซ์ ดังนั้นแม้ว่าจะเข้าสู่เว็บไซต์ที่เป็นอันตราย ส่วนที่เหลือก็ยังคงปลอดภัย
  • Verified boot การตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ช่วยให้ Chromebook ตรวจหามัลแวร์และซ่อมแซมอัตโนมัติได้ด้วยตนเองหากเกิดความเสียหาย
  • Titan C Security Chip เป็นชิปรักษาความปลอดภัยที่ออกแบบโดย Google ช่วยให้ Chromebook ปลอดภัยอยู่เสมอ Chromebooks ทั้งหมดที่เปิดตัวตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 มาพร้อมกับชิปความปลอดภัย Titan ทั้งหมด
  • Multi-user support แบ่งปัน Chromebook ของเราให้คนรอบข้างใช้ได้ โดยยังรักษาความเป็นส่วนตัว Chromebook เครื่องเดียวสามารถรองรับผู้ใช้หลายคน ในขณะที่ยังคงความเป็นส่วนตัวของแต่ละคน Chromebook ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้ง่ายต่อการแบ่งปัน

รวดเร็ว (Speed) Chromebook บู๊ตเครื่องได้เร็วถึง 6 วินาที เร็วมาก พูดง่ายๆ คือถ้าเครื่องปิดอยู่ เปิดฝาขึ้นมาขึ้นจะเปิด ทันทีที่เราเปิดฝาออกสุด เครื่องเปิดถึงหน้าล็อคอินแล้ว เร็วมาก จึงพร้อมใช้งานทุกเมื่อไม่ต้องรออีกต่อไป และ Chromebook จะอัปเดตซอฟต์แวร์อัตโนมัติทุก ๆ 6 สัปดาห์ มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ของคุณจะได้รับซอฟต์แวร์ล่าสุด

ฟังก์ชั่นที่ผมรัก ปกติผมจะใช้ Google Assistant เป็นประจำอยุ่แล้ว รู้หรือไม่ เราสามารถใช้ Google Assistant บน Chromebook Flip CX5 ได้ ช่วยให้เราทำงานหลายอย่างพร้อมกันและทำงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็ว ส่งอีเมล ค้นหาเอกสาร ฟังเพลง เข้าถึงปฏิทินของคุณ หรือควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮม

สามารถทำทั้งหมดนี้ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอไปมา เพียงพูดว่า “Ok Google” เพื่อเริมสั่งการ (ต้องเชื่อมเน็ตนะ)

การใช้งาน

Chromebook ขึ้นชื่อว่า ใช้งานง่าย (Simplicity) ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เริ่มต้นด้วยการลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ของคุณ คุณก็จะพร้อมใช้งาน แม้ว่าคุณจะไม่ได้เชื่อมต่อกับ Wi-Fi คุณก็ทำสิ่งต่างๆ ให้เสร็จได้แม้ออฟไลน์ แม้ว่าการทำงานออฟไลน์จะไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่มันใช้งานได้ หากเลิกใช้ก็ Remove Account ได้ง่ายๆ

สามารถเข้าถึง Google Play เพื่อการเรียนรู้ และความบันเทิงได้ไร้ขีดจำกัด Google Workspace แอปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Google เช่น Gmail, เอกสาร, ไดรฟ์, ปฏิทิน, Meet ฯลฯ ช่วยให้ผู้ใช้ทางานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว และ ด้วยการรวมระบบคลาวด์ที่ไร้รอยต่อ คุณจึงสามารถเข้าถึงเกือบทุกอย่างจากอุปกรณ์ใดก็ได้บน ASUS Chromebook Flip CX5 และด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 11 ชั่วโมง ลืมการชาร์จไปได้เลย

มี Guest Mode ไม่จำเป็นต้องล็อกอินสามารถเข้าใช้งาน Guest Mode เพื่อใช้งานเครื่องแบบชั่วคราว สามารถเข้าถึงได้บางฟีเจอร์ เหมาะสำหรับให้คนอื่นยืมเครื่องเพื่อเช็คเมล หรือค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตผ่าน Chrome

ตัวหน้าจอ Interface จะดูแปลกใหม่สำหรับคนที่เคยใช้โน๊ตบุ๊ค Windows มาอย่างแน่นอน จะไม่มีปุ่ม start หรือเมนูเหมือนใน Windows ออกไปทางคล้ายๆ กับ Android รวมถึง Icon แอปต่างๆ มีความเหมือนและคล้ายกับบน android

มีหน้ายังมีหน้ารวมแอพพลิเคชั่นให้เรียกใช้งานเหมือนบน android โดยรวมแล้วรู้สึกว่า Icon เล็กกว่าขนาดหน้าจอแสดงผลอยู่พอสมควร ดูไม่ค่อยสมดุลเท่าไหร่ แต่ก็มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ถ้าเราจำไอคอนแอปที่เคยใช้บน android กว่าจะหาแอปบน Chrome OS ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

สามารถเข้าถึง Google Play หรือ Play Store ได้เหมือนมือถือหรือแท็บเล็ต Android โดยเข้าใช้งานผ่าน Gmail ซึ่งเราต้อง Login ก่อนเข้าใช้งาน Chrome OS ก่อนอยู่แล้ว

หน้าจออินเตอร์เฟส Play Store บน Chrome OS ก็เหมือนบน Android เลย แบ่งเป็นแท็บ เกม แอปพลิเคชัน ภาพยนตร์ แล้วก็หนังสือ สามารถดาวน์โหลดแล้วก็ update application ต่างๆ ที่มีบน android มาติดตั้งบน Chrome OS ได้

แต่ไม่ใช่ทุกแอปจะสามารถติดตั้งแล้วใช้งานได้ บางแอปติดตั้งได้ แต่อาจจะเปิดใช้งานไม่ได้ (โดยเฉพาะพวกเกม) ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องรอทางผู้พัฒนาอัพเดทให้รองรับ Chrome OS แต่โดยส่วนใหญ่แล้วแอปเกือบจะใช้งานได้ทั้งหมดจะมีแค่บางแอปและบางเกมที่จะใช้งานไม่ได้

ยกตัวอย่างแอปตระกูล Microsoft Office อย่าง word excel PowerPoint เราสามารถดาวน์โหลดจาก Play Store มาติดตั้งได้เลย จากนั้น Login ด้วย Account ของ Microsoft ที่เราสมัครหรือมีสิทธิ์เข้าใช้งาน Microsoft Office 365 อยู่ เท่านี้เราก็ใช้งาน word excel PowerPoint บน Chromebook ได้แล้ว

แต่ถ้าเราไม่อยากใช้ Word ก็ใช้ของฟรีอย่าง Google Doc Google Sheet ทดแทนได้เช่นกัน ซึ่งเท่าที่ลองใช้งาน พบว่าใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่ติดปัญหาหน่วงกระตุก หรือช้าเลย

ทดสอบเขียนบทความบน Chromebook ผ่าน chrome พบว่าใช้งานได้เทียบเท่าบนโน๊ตบุ๊คเลย ยกเว้นความไม่ชินตา ตรงรูปแบบของ font ที่แตกต่างออกไป ในการพิมพ์ หรือการใช้คีย์ลัดสั่งงาน ส่วนมากสามารถกดเหมือนบน Windows เลย จะมีแค่บางปุ่มที่แตกต่างออกไป เช่น ปุ่มเปลี่ยนภาษา ส่วนปุ่มอย่างอื่น เช่น ปุ่มคัดลอก ปุ่มวาง ปุ่มเลือกทั้งหมด ตรงนี้สามารถใช้ปุ่มเดียวกันกับบน Windows ได้เลย

หากเราใช้ Windows เราก็จะคุ้นชินกับ File Explorer ซึ่งเป็นตัว File Manager ที่ติดมากับ Windows แต่บน Chrome OS จะมี File Manager ที่หน้าตาเหมือนกับ File Manager ที่อยู่บน Android โดยเราสามารถค้นหาไฟล์และจัดการไฟล์ต่างๆ ในเครื่องรวมถึงไฟล์ที่เราดาวน์โหลดมาจากแอป File Manager ตัวนี้ได้เลย เพียงแต่จะไม่ได้แยกหรือมีหน้าตาเหมือนกับ File Explorer บน windows

แต่ถ้าใครเคยใช้ Android มาก่อนการใช้ File Manager บน Chrome OS ไม่ใช่เรื่องยากอย่างแน่นอน ข้อดีคือเราสามารถดึงไฟล์จาก Google Drive ใน account เดียวกันจากไป File Manager ตัวนี้ได้เลย

จากการใช้งานพบว่ายังมีข้อจำกัดบางอย่างที่ยังด้อยกว่า Windows คือการลากไฟล์จากแอปนึงไปสู่แอปนึงยังทำได้แค่บางแอปเท่านั้น ยกตัวอย่าง ผมพยายามจะลากไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในเครื่อง โดยจะลากจาก File Manager ไปแก้ไขต่อในแอป Canva ซึ่งเป็นแอปแต่งรูปที่ผมใช้ประจำในการเขียนบล็อก

พบว่าไม่สามารถลากไปอัพโหลดเข้าแอป Canva ได้ ต้องใช้วิธีกดปุ่มอัพโหลดจากตัวแอปถึงจะได้ไฟล์ที่ต้องการ

กลับกันบน Google Chrome หากต้องการอัพโหลดรูปภาพจากเครื่องไปยังเว็บไซต์ที่กำลังเขียนบล็อก ผมสามารถลากไฟล์จาก File Manager มาที่หน้าเว็บเพื่ออัพโหลดได้เลย

ด้วยความที่เป็น Chrome OS แล้วก็สามารถเข้าถึง Play Store ได้ ทำให้เราสามารถโหลดแอป อย่าง LINE และ Login เข้าใช้งานได้ทันที ซึ่งเราสามารถใช้ได้ทั้งแบบเต็มหน้าจอและแบบหน้าต่าง

แต่ข้อควรระวังคือหากเราจะใช้ Acount เดียวกันกับที่ใช้ในมือถือ Android อยู่ มา login บน Chrome OS จะทำให้ LINE บนมือถือ Android ของเราจะหลุดทันที ผมเข้าใจว่าตัวแอป LINE มองว่า Chrome OS ก็คือ Android ตัวนึง ไม่ได้มองว่ามันคือ PC(ซึ่งแอปก็คือแอปของ Android นี่แหละ) ทำให้เราไม่สามารถ login ซ้ำได้

หากล็อคอินไป LINE ที่อยู่ก่อนบนมือถือจะเด้งหลุดออกทันที ฉะนั้นควรระมัดระวัง เดี๋ยวแชทหายไม่รู้ตัว ในการใช้งานส่วนฟีเจอร์ ก็เหมือนกับบนมือถือเลย ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เท่านั้น หน้าตาและดีไซน์ก็เหมือน สามารถใช้ฟีเจอร์ได้ทุกอย่าง มีสติ๊กเกอร์ให้ใช้ ส่งไฟล์ แนบไฟล์ได้

แอป Facebook ก็เช่นกัน เราสามารถโหลดได้จาก Play Store ได้เลย ซึ่งก็เป็นเวอร์ชั่นเดียวกันกับในมือถือ Android หน้าตาเหมือนกันฟังก์ชั่น และการใช้งานเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเราสามารถใช้งานแบบเต็มหน้าจอหรือแบบหน้าต่างได้

เท่าที่ใช้งานดูพบว่าใช้งานแบบหน้าต่าง จะดูน่าใช้งานมากกว่า เนื่องจากตัวแอปพลิเคชั่นไม่ได้ออกแบบมาสำหรับแสดงผลเต็มหน้าจอ layout ก็จะดูไม่สวยงามมีพื้นที่ว่างเยอะ ที่สำคัญหากเราใช้แบบหน้าต่างเราจะสามารถเปิด LINE พร้อมกันได้ ยกตัวอย่างในภาพผมเปิดแอป Facebook เปิด Chrome แล้วก็เปิด LINE ใช้งานได้พร้อมกันได้อย่างลื่นไหล

หรือจริงๆแล้วเราสามารถใช้งาน Facebook บน Chrome ก็ได้ จะเหมือนใช้ใน PC ปกติ ซึ่งน่าจะสะดวกกว่า

แอป YouTube รวมถึงอีกหลายแอปอาทิ Gmail แม้จะมีไอคอนแอปพลิเคชันอยู่บนหน้าจอ แต่เมื่อกดเปิดใช้งานแอป เป็นเพียง Shortcut เพื่อเปิดเว็บไซต์บนบราวเซอร์ Chrome อีกที แตกต่างเพียงแค่ มี Shortcut ให้เปิดเข้าจากหน้า Desktop ทำให้สะดวกในการเข้าถึงมากขึ้น

ในแง่ความบันเทิงเราสามารถรับชม YouTube บน Chromebook เมื่อเปิดใช้งานจะเด้งเปิด youtube.com บน Chrome จากนั้นก็ใช้งานใน PC หรือ Notebook ได้เลย ตัวเครื่องรองรับการเล่นวีดีโอความละเอียด 4K ให้ภาพที่คมชัดลื่นไหล สีสันสดสมจริง ที่สำคัญคุณภาพเสียงดีมากๆ เสียงมีมิติ ให้อรรถรสในการฟังเพลงและดูหนังเยี่ยมยอด

ไม่ใช่แค่แอป YouTube เรายังสามารถใช้งาน App ฟังเพลง Streaming อย่าง spotify joox หรือแม้แต่ App Streaming ดูหนังอย่าง netflix หรือ Disney+ Hotstar

เราสามารถวางมือบนจอแล้วเขียนด้วยปากกาได้เลย มีแอปสำหรับวาดภาพหรือเขียนมาให้ในตัว เราสามารถสร้างสรรค์งานดีๆ จากเครื่องตัวนี้ได้เลย ตัวปากกาทำงานได้ดีมาก เขียนไม่ดีเลย์ รับรู้แรงกดได้ดี ที่สำคัญเราสามารถมือเครื่องราบกับพื้นได้เลย

มีฟังก์ชั่นที่สามารถแปลงข้อความที่เขียนเป็นข้อความแบบพิมพ์ได้เลย เพียงแค่เปิดแอป แล้วเขียนในช่องที่แอปให้เขียน เมื่อเขียนเสร็จแอปจะแปลงเป็นข้อความให้ทันที

Chromebook อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การศึกษาโดยแท้จริง

ถือเป็นตัวเลือกที่ดีและเหมาะสม แต่ทรงประสิทธิภาพซึ่ง Chromebook มีฟีเจอร์การช่วยเหลือพิเศษและการรักษาความปลอดภัยในตัวเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในห้องเรียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ให้ปลอดภัย

ออกแบบมาเพื่อผู้เรียนทุกคน

  • การตั้งค่าในตัวและแอปที่ใช้งานง่ายเพื่อมีส่วนร่วมกับนักเรียนทุกคน
  • นักเรียนสามารถเข้าถึงแอป การตั้งค่า และอื่นๆ อีกมากมายจากอุปกรณ์เครื่องใดก็ได้
  • เตรียมความพร้อมให้นักเรียนมุ่งสู่อนาคตด้วยโครงงานแบบทา งานร่วมกันที่จะช่วยส่งเสริมทักษะการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลผ่าน Google Workspace for Education
  • สำรวจและแชร์แอปใหม่ๆ กับนักการศึกษาโดยใช้ Chromebook App Hub

เหมาะสาหรับโรงเรียน สถาบันการศึกษา

  • จัดการอุปกรณ์เป็นร้อยเป็นพันเครื่องได้ในแพลตฟอร์มส่วนกลางอย่างคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  • อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันได้ซึ่งสามารถแชร์ระหว่างห้องเรียนและนักเรียน
  • สามารถช่วยในการจัดสอบ กรณีต้องการให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบ จะไม่สามารถเข้าสู่โหมดการค้นหาในโลกออนไลน์ได้
  • ช่วยประหยัดเวลาให้ครูในการอัพเดทเครื่อง เพราะเครื่องจะอัพเดทอัตโนมัติเอง
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา

การรับประกัน*

  • รับประกัน 3 ปี Onsite Service
  • รับประกัน 3 ปี Global Warranty (ครอบคลุม 57 ประเทศทั่วโลก)
  • รับประกันอุบัติเหตุ 1 ปีแรก