AWS เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน Amazon Connect ในประเทศไทย

กรุงเทพฯ (7 กันยายน 2564) – อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services: AWS) ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในประเทศไทยสำหรับ Amazon Connect ศูนย์บริการลูกค้าแบบบริการตนเองที่ใช้งานง่ายบนระบบคลาวด์นี้ช่วยธุรกิจสร้างประสบการณ์การให้บริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า ซึ่งได้มีการลดอัตราการให้บริการในการโทรออกลงถึง 80%

ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ช่วยพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นผ่านบริการที่มีความเฉพาะตัวสำหรับลูกค้าแต่ละคนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการทำงานแบบงานอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเอเจนต์ และการตรวจสอบลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาแบบเรียลไทม์ โดยใช้การวิเคราะห์เสียงที่ขับเคลื่อนด้วยแมชชีนเลิร์นนิ่งแต่ไม่รบกวนการสนทนาปกติ

จากผลการศึกษา Total Economic Impact โดยบริษัทวิจัย Forrester หลังจากทิ่บริษัทเปลี่ยนมาใช้ Amazon Connect เป็นระยะเวลา 3 ปี ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน โดยช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการสมัครสมาชิกได้ถึง 31% ต่อปี และให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 241%[1] เนื่องจากโดยปกติแล้วศูนย์บริการลูกค้ามีความซับซ้อนและมีต้นทุนสูง ต้องอาศัยระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์และอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีในการติดตั้งระบบ

ศูนย์บริการลูกค้ามีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน แต่ยังคงต้องรักษาความต่อเนื่องและมาตรฐานที่ดีในการให้บริการ ซึ่ง Amazon Connect ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตั้งและกำหนดการทำงานของศูนย์บริการลูกค้าบนระบบคลาวด์ที่สามารถปรับขนาดได้ภายในไม่กี่นาที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ไม่มีภาระผูกพันในระยะยาว หรือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการจัดการใด ๆ ทั้งสิ้น

“ความคาดหวังของลูกค้าและการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Touch Points) ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และกระแสการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ศูนย์บริการลูกค้าในแบบเก่าหรือแบบดั้งเดิมกำลังกลายมาเป็นจุดอ่อนขององค์กรอย่างรวดเร็วไม่ว่าองค์กรนั้น ๆ จะมีขนาดเล็กหรือใหญ่เพียงใดก็ตาม ธุรกิจควรเปลี่ยนแปลงกระบวนการมีส่วนร่วมกับลูกค้าให้ได้อย่างเร่งด่วน

โดยเริ่มจากการเปิดรับศูนย์บริการลูกค้าแห่งอนาคต” คอเนอร์ แมคนามารา กรรมการผู้จัดการภาคพื้นอาเซียน อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Conor McNamara, managing director of ASEAN at AWS) กล่าว “ด้วย Amazon Connect องค์กรต่าง ๆ จะได้สามารถสร้างศูนย์บริการลูกค้าที่สามารถติดตั้งและทำงานได้ภายในไม่กี่นาที โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน

สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งสามารถปรับขนาดขึ้นและลงตามปริมาณการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป และมีความคุ้มค่ากว่าเนื่องจากบริษัทต่าง ๆ จะจ่ายเฉพาะเวลาที่เอเจนต์มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเท่านั้น” คอเนอร์ กล่าวเสริม

ความสามารถใหม่ของ Amazon Connect ได้แก่ Amazon Connect Customer Profiles ที่รวบรวมข้อมูลลูกค้าจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ มารวมกันเป็นโปรไฟล์ลูกค้าโดยอัตโนมัติ และส่งโปรไฟล์ไปยังเอเจนต์โดยตรงทันทีที่เริ่มให้บริการหรือโต้ตอบกับลูกค้า เพื่อให้บริการมีความเฉพาะตัวสำหรับลูกค้าแต่ละคนมากยิ่งขึ้น และ Amazon Connect Tasks ซึ่งทำการติดตามและจัดการงานของเอเจนต์แบบอัตโนมัติ

ช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานได้ถึง 30% และช่วยให้องค์กรปรับปรุงประสิทธิภาพ ทำงานซ้ำแบบอัตโนมัติ และลดต้นทุน Amazon Connect Voice ID เป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยตรวจสอบผู้โทรเข้ามาแบบเรียลไทม์ โดยใช้การวิเคราะห์เสียงที่ขับเคลื่อนด้วยแมชชีนเลิร์นนิ่งแต่ไม่รบกวนการสนทนาปกติ

ทำให้ผู้โทรมีตัวเลือกในการรับรองความถูกต้องด้วยตนเองโดยใช้ Amazon Connect Voice ID ซึ่งเป็นการเพิ่มขั้นตอนรักษาความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันมิจฉาชีพและช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องยุ่งยากในการตอบคำถามหลายข้อเพื่อยืนยันตัวตน

ชุมชนพันธมิตรของ AWS (AWS partner community) มีพันธมิตรด้านเทคโนโลยีมากกว่า 400 รายที่ได้รับการรับรองจาก Amazon Connect ซึ่งพันธมิตรกลุ่มนี้นำเสนอบริการต่าง ๆ ที่ผสานรวมเข้ากับ Amazon Connect แก่ลูกค้า ประกอบไปด้วยการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) การบริหารจัดการกำลังคน (Workforce Management) การวิเคราะห์ และซอฟต์แวร์ Robotic Process Automation (RPA)

ซีโน เอส-เทค จำกัด (Sino S-Tech Ltd.) หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันคอนแทคเซ็นเตอร์ชั้นนำของประเทศไทยและเป็นพันธมิตรของ AWS ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการศูนย์บริการลูกค้ากว่า 100 ผู้เชี่ยวชาญบน AWS Marketplace “Amazon Connect ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตั้งศูนย์บริการลูกค้าได้ในเวลาไม่กี่นาที

โดยไม่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการจัดการใด ๆ นี่คือสิ่งที่มาเปลี่ยนอุตสาหกรรมคอนแทคเซ็นเตอร์ในประเทศไทย เราเชื่อว่าการมีค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง การรักษาความปลอดภัย และความสามารถในการปรับขนาดของ AWS cloud นั้นมีค่าอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าในประเทศไทย และเรามุ่งหวังที่จะเดินหน้าในความร่วมมือของเรากับ AWS ต่อไป เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกคนเท่าที่จะเป็นไปได้” สโรช บุญเกียรติบุตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีโน เอส-เทค จำกัด กล่าว

SCG EXPRESS เป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงและให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย “ภารกิจของ SCG EXPRESS คือการให้บริการที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ โดย G-Able ซึ่งเป็นพันธมิตรของ AWS ช่วยเราในการนำ Amazon Connect มาใช้ และเราได้เห็นถึงการพัฒนาที่ดีขึ้นในทันที รวมถึงการจัดการระบบที่ดีขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน ตลอดจนการตั้งค่าผู้ใช้ที่ปรับแต่งได้

ซึ่งความยืดหยุ่นและความคล่องตัวของ AWS Cloud ช่วยให้เราสามารถปรับเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย” มงคลชัย สุทธิศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ SCG EXPRESS กล่าว

NTT Ltd. บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกและพันธมิตรที่ปรึกษาระดับพรีเมียร์ของ AWS (AWS Premier Consulting Partner) มีความยินดีกับการประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน Amazon Connect โดย NTT ทำงานร่วมกับลูกค้าของ AWS ในประเทศไทยในหลากหลายอุตสาหกรรม

ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน การค้าปลีก และการผลิต “เรามีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จกับ AWS ที่ช่วยให้บริษัทไทยเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลด้วยการย้ายและปรับปรุงปริมาณงานบน AWS cloud ให้ทันสมัย เรารู้สึกยินดีที่จะนำเสนอ Amazon Connect ให้แก่ลูกค้า เพื่อเป็นอีกบริการที่ช่วยขับเคลื่อนประสิทธิภาพของพนักงานและยกระดับมาตรฐานการบริการลูกค้าไปสู่อีกระดับ” สุทัศน์ คงดำรงเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา บริษัท NTT Ltd. กล่าว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Amazon Connect ได้ที่ https://aws.amazon.com/connect

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดย: TQPR (Thailand)

ทางทีม Digitalmore ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง