Skip to content

Blackmagic เปิดตัว URSA Cine Immersive 100G กล้องถ่าย 3D ตัวท็อปสำหรับ Vision Pro โดยเฉพาะ

Blackmagic Debuts $29K+ URSA Cine Immersive 100G for Vision Pro

จริง ๆ แล้วช่วงนี้ตลาดคอนเทนต์ 3D หรือ Immersive Video กำลังคึกคักมากเลยนะครับ ยิ่งมีอุปกรณ์อย่าง Apple Vision Pro เข้ามา ยิ่งทำให้การสร้างสรรค์เนื้อหาแบบนี้ดูมีอนาคตขึ้นไปอีก ล่าสุด Blackmagic Design แบรนด์ที่โปรด้านอุปกรณ์โปรดักชันวิดีโอ ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ นั่นคือ URSA Cine Immersive 100G ซึ่งถือเป็น กล้อง Vision Pro ที่ออกแบบมาสำหรับจับภาพ 3D โดยเฉพาะ เจาะกลุ่มมืออาชีพที่ต้องการคุณภาพสูงสุดและฟีเจอร์จัดเต็ม

หลายคนอาจสงสัยว่า URSA Cine Immersive 100G ต่างจากรุ่นเดิมที่เคยเปิดตัวไปตอนปี 2024 ยังไง? หลัก ๆ เลยคือตัวเลข 100G ที่เพิ่มเข้ามานี่แหละครับ มันคือการอัปเกรดระบบ Ethernet ให้เป็น 100G ซึ่งจำเป็นมาก ๆ สำหรับการส่งข้อมูลวิดีโอ Immersive แบบสด ๆ ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงมาก ๆ ทำให้การถ่ายทอดสดคอนเทนต์ 3D ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ถือเป็นครั้งแรกที่มีกล้องเชิงพาณิชย์ทำแบบนี้ได้เลยนะ

URSA Cine Immersive 100G: ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

พร้อมกับการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ Blackmagic Design ยังได้เผยโฉม Blackmagic URSA Cine Live Encoder ด้วย ตัวนี้เป็นโมดูลประมวลผลสำหรับไลฟ์สดโดยเฉพาะ ราคาอยู่ที่ $1,645 หรือประมาณ 6 หมื่นกว่าบาท ซึ่งหน้าที่ของมันคือการบีบอัดวิดีโอ Immersive แบบสดๆ ให้เป็น Apple ProRes เพื่อส่งออกเป็นวิดีโอ IP แบบ SMPTE-2110-22 ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรวมสตรีมภาพสเตอริโออัตราเฟรมเรตสูงเข้าไว้ในสาย 100G Ethernet เส้นเดียวได้เลย สะดวกสำหรับงานโปรดักชันใหญ่ๆ มากๆ

แต่แน่นอนว่าความสามารถระดับนี้ก็มาพร้อมราคาที่ต้องจ่ายครับ Blackmagic URSA Cine Immersive 100G มีราคาเริ่มต้นที่ $29,145 หรือประมาณ 1 ล้าน 7 หมื่นบาทนิดๆ (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีนะครับ) และจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 ส่วนรุ่นเดิม Blackmagic URSA Cine Immersive ที่เปิดตัวในปี 2024 ตอนนี้ก็ลดราคาลงมาเหลือ $27,495 จากราคาเปิดตัวที่ $30,000 ใครสนใจรุ่นเริ่มต้นก็ยังคงหาซื้อได้บนเว็บไซต์ Blackmagic ครับ

สเปกเทพของกล้อง Blackmagic URSA Cine Immersive ทั้งสองรุ่น

ทั้ง URSA Cine Immersive 100G และรุ่นเดิม ต่างก็มาพร้อมสเปกจัดเต็มสำหรับการถ่ายทำคอนเทนต์ 3D คุณภาพสูง:

  • ระบบเลนส์ 3D Stereoscopic: ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการจับภาพ 3 มิติโดยเฉพาะ
  • เซ็นเซอร์คู่ 8K: ให้ภาพความละเอียดสูงถึง 8,160 x 7,200 พิกเซลต่อตา
  • มุมมองภาพ 180 องศา: ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวาง ให้ประสบการณ์ที่สมจริง
  • รองรับ Spatial Audio: บันทึกเสียงแบบรอบทิศทาง เพื่อเพิ่มมิติให้กับคอนเทนต์
  • อัตราเฟรมเรตสูงสุด 90 fps: เหมาะสำหรับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและลื่นไหล
  • Dynamic Range 16 Stops: เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนทั้งส่วนมืดและส่วนสว่าง สีสันแม่นยำทุกเฟรม
  • หน้าจอสัมผัส HDR คู่ขนาด 5 นิ้ว: ใช้งานง่าย ตรวจสอบภาพได้ทันที
  • หน้าจอ LCD แสดงสถานะสีภายนอก: สำหรับเช็คค่าต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
  • พอร์ตเชื่อมต่อหลากหลาย: นอกจาก Ethernet 100G แล้ว ยังมี 12G-SDI out, USB-C, XLR audio และ 8-pin Lemo สำหรับไฟเลี้ยง

Blackmagic บอกว่ากล้อง URSA Cine Immersive ได้ถูกนำไปใช้งานในโปรดักชัน Immersive ระดับท็อปหลายงานแล้ว อย่างเช่น MotoGP: Tour De Force, Debut at the BBC Proms, สารคดีที่กำลังจะฉายเกี่ยวกับ Real Madrid และการปล่อยจรวด Artemis II ของ NASA ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าเชื่อถือของกล้องรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

มุมมองจากบรรณาธิการ: ทำไมกล้อง Vision Pro ตัวนี้ถึงน่าจับตา?

สำหรับเราแล้ว การเปิดตัว URSA Cine Immersive 100G ของ Blackmagic Design ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาด Immersive Content และ Apple Vision Pro ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นอนาคตที่จริงจัง ซึ่งการมีอุปกรณ์ระดับมืออาชีพที่สามารถถ่ายทอดสด 3D คุณภาพสูงได้แบบนี้ จะเปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ โดยเฉพาะโปรดักชันเฮาส์ใหญ่ๆ สามารถผลิตงานที่ซับซ้อนและน่าตื่นตาตื่นใจได้มากขึ้นไปอีก เรามองว่านี่คืออีกก้าวสำคัญที่จะทำให้คอนเทนต์สำหรับ Vision Pro มีความหลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในเชิงการผลิต ถึงแม้ราคาจะสูง แต่ถ้าพิจารณาจากฟีเจอร์และความสามารถในการสร้างรายได้จากงานระดับมืออาชีพ ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคนที่จริงจังกับวงการนี้ครับ

ที่มา: macrumors.com