Skip to content

อัปเดต CarPlay เวอร์ชั่น iOS 26 พร้อม 10 ทริคเด็ด ที่คนใช้ต้องรู้!

The best CarPlay tips and tricks

จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าสำหรับคนที่ใช้ iPhone แล้วมีรถยนต์ การใช้งาน CarPlay เนี่ยมันเป็นอะไรที่ ‘ขาดไม่ได้’ ไปแล้วนะ เพราะมันช่วยให้เราเข้าถึงระบบความบันเทิงและข้อมูลในรถได้ดีกว่าระบบที่ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ให้มาเยอะเลยทีเดียว ทั้งการเข้าถึงแอปโปรด, การสั่งงาน Siri แบบไร้รอยต่อ แถมเชื่อมต่อก็ง่าย ใครใช้ CarPlay มานานอาจจะคุ้นเคยดี แต่ตอนนี้มันมีอะไรใหม่ ๆ มาเพียบเลย โดยเฉพาะกับฟีเจอร์ใหม่ใน iOS 26 ที่อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา วันนี้เราเลยจะพามาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง และมีทริคอะไรที่ช่วยให้คุณใช้งาน CarPlay ได้คุ้มค่าที่สุด.

จัดเต็มฟีเจอร์ใหม่ใน CarPlay บน iOS 26 ที่คุณต้องลอง

iOS 26 รอบนี้ Apple จัดเต็มให้ CarPlay พอสมควรเลยนะ โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่หลายคนอาจจะรอคอย มันไม่ได้แค่ทำให้ CarPlay สวยขึ้น แต่ยังเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานได้จริง ๆ

  • Widgets: รอบนี้ CarPlay รองรับ Widgets แล้วนะ! เหมือนที่เราใช้บน iPhone เลย ทีนี้เราก็เอา Widgets ที่ชอบมาไว้บนหน้าจอรถได้เลย การแสดงผลจะขึ้นอยู่กับขนาดหน้าจอรถ บางคันอาจจะสร้าง Stack ของ Widgets ได้สองชุด บางคันก็ได้ชุดเดียว คุณสามารถเข้าไปจัดการเพิ่มหรือเรียงลำดับ Widgets ได้ที่ Settings ใน CarPlay -> General -> CarPlay -> Widgets และยังเลือกเปิด ‘Smart Rotate’ ให้มันสลับ Widget เองได้ด้วยนะ
  • Live Activities: ฟีเจอร์นี้ก็มาลง CarPlay ด้วย! มันคือการแสดงผลกิจกรรมแบบเรียลไทม์เหมือนบน iPhone เป๊ะ ๆ ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบมากเพราะมันช่วยให้เราไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อย ๆ โดยปกติมันจะเปิดใช้งานอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่อยากใช้ก็เข้าไปปิดได้ที่ Settings ใน CarPlay
  • Pinned Messages: แอป Messages ใน CarPlay ถูกปรับโฉมใหม่ มีการเพิ่มฟีเจอร์ ‘ปักหมุดข้อความ’ เข้ามาด้วย แต่ก็มีคนตั้งข้อสังเกตเยอะเหมือนกันว่ามันจำเป็นไหม Apple เลยเพิ่มตัวเลือกให้ปิดฟีเจอร์นี้ได้แล้วใน iOS 26.2 โดยเข้าไปที่ Settings ใน CarPlay แล้วเลือกปิด ‘Pinned Messages’
  • SharePlay: ใครที่ชอบฟังเพลงกับเพื่อน ๆ ในรถ ฟีเจอร์นี้คือดีงามมาก! ถ้าเราขับรถแล้วอยากให้คนอื่นในรถมีส่วนร่วมกับการเลือกเพลงใน Apple Music ได้ ก็แค่แตะไอคอน SharePlay ที่มุมขวาบนของหน้าจอ Now Playing มันจะสร้าง QR Code ให้เพื่อนสแกน พอสแกนแล้ว คุณก็จะได้รับแจ้งเตือนเพื่ออนุมัติให้เพื่อนเข้าร่วมเซสชันได้เลย ที่เจ๋งคือเพื่อนคุณไม่ต้องมี Apple Music ก็ร่วมได้นะ!
  • Icon Tinting: สำหรับคนที่อยากปรับลุคให้หน้าจอ CarPlay ดูสดชื่นขึ้น คุณสามารถเลือกโหมดการแสดงผลของไอคอนแอปได้ 3 แบบ คือ Default, Dark และ Clear ซึ่งหาได้ใน Settings ของ CarPlay เลย

ทริคเด็ดที่ช่วยให้ CarPlay ของคุณใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากฟีเจอร์ใหม่ ๆ แล้ว CarPlay ยังมีทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้หรือไม่ค่อยได้ใช้ ซึ่งมันช่วยให้ชีวิตบนรถของคุณง่ายขึ้นเยอะเลยล่ะ

  • ปรับแต่งแอปและหน้า Home Screen: แอปที่เรามีใน iPhone อาจจะมีเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราอยากให้มันโผล่มาหมดใน CarPlay Home Screen นะ เราสามารถซ่อนแอปที่ไม่ต้องการหรือจัดเรียงลำดับได้ง่าย ๆ แค่ไปที่ Settings ใน iPhone -> General -> CarPlay -> เลือกชื่อรถของคุณ -> Customize จากนั้นก็แค่แตะเครื่องหมายลบสีแดงเพื่อซ่อนแอป หรือจะลากไอคอน (ตรงสามขีดด้านขวา) เพื่อจัดลำดับก็ได้
  • เลือกวอลล์เปเปอร์ CarPlay ที่ใช่: แม้เราจะใช้รูปส่วนตัวเป็นวอลล์เปเปอร์ไม่ได้ แต่ Apple ก็มีตัวเลือกวอลล์เปเปอร์สวย ๆ มาให้พอสมควรนะ ลองเข้าไปเปลี่ยนได้ที่ Settings ใน CarPlay -> Wallpaper แล้วเลือกแบบที่ชอบได้เลย
  • แบบมีสาย vs. ไร้สาย: เลือกยังไงให้เหมาะ?: CarPlay ทำงานได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย ขึ้นอยู่กับรุ่นรถของคุณนะ จริง ๆ แล้วแบบมีสายมักจะเสถียรและเร็วกว่า ส่วนแบบไร้สายอาจจะมีอาการหน่วง ๆ บ้างเวลาเปลี่ยนเพลงหรือเรียก Siri ส่วนตัวแล้วเราจะใช้แบบไร้สายสำหรับขับรถใกล้ ๆ ในเมืองที่ขึ้นลงรถบ่อย ๆ แต่ถ้าต้องเดินทางไกล ๆ ก็จะใช้แบบมีสายจะดีกว่า มันขึ้นอยู่กับรถแต่ละคันด้วยนะ แต่ถ้าอยากให้รถที่รองรับแค่แบบมีสายมาเป็นไร้สาย ก็มีอะแดปเตอร์แปลงนะ อย่าง CarlinKit 5.0 ที่แนะนำเลย ราคาไม่ถึง 60 ดอลลาร์ด้วยซ้ำ
  • โหมดมืด (Dark Mode) และโหมดสว่าง (Light Mode) อัตโนมัติ: ใน CarPlay คุณสามารถเลือกการแสดงผลได้สามแบบคือ Light, Dark หรือ Automatic ซึ่งโหมด Automatic นี่แหละที่ชอบมาก เพราะมันจะสลับระหว่างโหมดมืดกับสว่างเองตามเวลาและสภาพแสงภายนอก ทำให้สายตาเราสบายขึ้นเยอะ
  • Driving Focus Mode เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่: หนึ่งในประโยชน์สำคัญของ CarPlay คือช่วยเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะโหมด Driving Focus ที่จะบล็อกการแจ้งเตือน, ข้อความ และสายเรียกเข้า เพื่อให้เรามีสมาธิกับการขับรถได้เต็มที่ คุณสามารถเข้าไปปรับแต่งโหมดนี้ได้ที่ Settings ใน iPhone เพื่ออนุญาตการแจ้งเตือนจากบางคน หรือเปิดฟีเจอร์ตอบกลับอัตโนมัติเวลาเราขับรถ แถมยังตั้งให้ Driving Focus เปิดเองอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อกับ CarPlay ได้ด้วย
  • Announce Messages: Siri อ่านข้อความให้ฟังและตอบกลับด้วยเสียง: ฟีเจอร์ยอดนิยมใน iPhone ที่ทำงานร่วมกับ Siri คือการอ่านข้อความให้ฟัง แล้วเราก็สามารถตอบกลับด้วยเสียงได้เลย มันทำงานได้ทั้งกับแอป Messages ของ Apple และแอปอื่น ๆ อย่าง WhatsApp ด้วยนะ วิธีตั้งค่าคือไปที่ Settings ใน iPhone -> Siri & Search -> Announce Notifications แล้วเปิด Announce Notifications และเลือกแอปที่ต้องการ จากนั้นก็อย่าลืมเช็กใน Settings ของ CarPlay ว่าเปิด ‘Announce Messages with Siri’ อยู่ด้วยนะ

CarPlay ในวันนี้… มันคือผู้ช่วยสำคัญบนท้องถนน

จากที่เราได้เห็นกันไปแล้ว CarPlay มันไม่ใช่แค่ระบบความบันเทิงในรถอีกต่อไปแล้วนะ มันถูกพัฒนาให้กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดขึ้นและใส่ใจความปลอดภัยของผู้ขับขี่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการมาของฟีเจอร์ใหม่ ๆ ใน iOS 26 ที่เพิ่มความสามารถทั้ง Widgets, Live Activities หรือแม้แต่ SharePlay ที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้งานจริง ๆ หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่ของเล่น แต่สำหรับเรามองว่ามันคือสิ่งที่ทำให้การขับรถในชีวิตประจำวันสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้นมาก ๆ สำหรับคนใช้ iPhone แล้ว นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่คุณควรใช้ CarPlay ให้คุ้มค่าที่สุดจริง ๆ.

ที่มา: 9to5mac.com