เวลาที่เราเผชิญหน้ากับการสูญเสีย ไม่ว่าจะคนรัก ของรัก หรือแม้แต่ความฝันที่เคยมี หลายคนคงรู้สึกว่ามันคือสิ่งที่พรากทุกอย่างไปจากเรา มีแต่ความเจ็บปวดที่เข้ามาแทนที่ จนเรามักจะพยายามหลีกหนีมันอยู่เสมอ แต่จริง ๆ แล้ว การรับมือกับการสูญเสีย ไม่ได้หมายถึงการกำจัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจ และเปลี่ยนมุมมองจาก “สิ่งที่ถูกพราก” ไปสู่ “สิ่งที่ได้รับ” ต่างหากล่ะ
เราเองก็เคยเชื่อเหมือนกันว่า ถ้าเราใช้ชีวิตอย่างดี ไม่เคยทำร้ายใคร ทำแต่สิ่งดี ๆ ความสูญเสียหนัก ๆ คงไม่มาเยือนครอบครัวเราง่าย ๆ หรอก แต่ในชีวิตจริงมันกลับไม่เป็นอย่างนั้นเลย มีลูกสาวคนหนึ่งเสียชีวิตไปหลังคลอดได้แค่สองวัน อีกคนหนึ่งเกิดมาพร้อมความพิการทางระบบประสาท หรือแม้แต่ลูกสาวอีกคนก็ห่างเหินกับครอบครัวไปกว่า 25 ปีแล้ว
ประสบการณ์เหล่านี้สอนให้เรารู้ว่า การสูญเสียมันอยู่รอบตัวเราเสมอ และบางครั้งมันก็ไม่ใช่แค่คนรักที่จากไป แต่เป็น “ชีวิตที่เราเคยจินตนาการไว้” หรือ “ความฝันที่เราอยากจะสร้างร่วมกัน” ที่หายไปด้วย ซึ่งความเจ็บปวดเหล่านี้แหละ ที่ทำให้เราต้องหันกลับมาตั้งคำถามว่า เราจะอยู่กับมันยังไงดีในเมื่อมันหลีกเลี่ยงไม่ได้
สร้างความสัมพันธ์กับ ‘การสูญเสีย’ ทำได้อย่างไร?
หลายคนอาจคิดว่า ใครจะอยากไปสร้างความสัมพันธ์กับความเจ็บปวดแบบนั้น? เราก็แค่ไม่อยากเจอเลยต่างหาก แต่ชีวิตก็คือการเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรถาวรหรอกจริงไหมครับ ดังนั้น การที่เรามีชีวิตอยู่ ก็คือการที่เราต้องเจอการเปลี่ยนแปลงและความสูญเสียที่มาคู่กันเสมอ ทางเลือกที่เรามีไม่ใช่การหนี แต่เป็นการเลือกที่จะสร้างความสัมพันธ์กับมันต่างหาก เพื่อให้เราใช้ชีวิตได้อย่างเบาสบายและยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งมันมีองค์ประกอบหลัก ๆ ที่น่าสนใจอยู่ไม่กี่ข้อนะ
- การยอมรับ (Acceptance): เอาเข้าจริง การยอมรับนี่แหละคือทางออกที่ดีที่สุด เพราะถ้าเราไม่ยอมรับ มันก็ไม่ได้ช่วยให้การสูญเสียมันหายไปนี่นา มันก็ยังคงอยู่ตรงนั้นแหละ ไม่ว่าเราจะตะโกนว่า “ฉันไม่ยอมรับแก!” ดังแค่ไหนก็ตาม การยอมรับคือความซื่อสัตย์กับตัวเองว่าเราหยุดมันไม่ได้ และก็คือการถ่อมตัวต่อความยิ่งใหญ่ของชีวิตด้วย ซึ่งมันไม่ใช่การยอมรับแค่ครั้งเดียวจบนะ แต่เป็นการฝึกฝนไปทีละวัน อาจมีบางวันที่เรายังติดอยู่ในสภาวะที่ไม่ยอมรับ แต่มันก็จะค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ จนเราเข้าใจชีวิตมากขึ้น
- เปิดใจให้ความโศกเศร้า (Allowing Grief): ความโศกเศร้าคือเสียงหัวใจที่แตกสลายของเราครับ ถ้าเราเก็บกดความรู้สึกเหล่านี้ ทั้งความโกรธ ความไม่พอใจ หรือความเสียใจ มันก็เหมือนกับเราปิดกั้นพลังชีวิตของตัวเองนะ ปล่อยให้หัวใจที่แตกสลายได้พูดออกมา ได้ร้องไห้ออกมาเถอะ บางทีมันก็ไม่ได้มีแค่ความเจ็บปวดอย่างเดียวหรอก แต่มีความอ่อนโยนที่เราเคยได้รับ และมันจะช่วยให้เรายังคงรักษาสายสัมพันธ์กับชีวิตไว้ได้แม้ในยามที่เราสูญเสีย
- ลองเข้าใกล้การสูญเสีย (Getting Closer): ฟังดูบ้าใช่ไหมครับ? ใครจะอยากเข้าใกล้ความเจ็บปวด แต่ถ้าเราอยากทำความเข้าใจชีวิต การเดินเข้าใกล้การสูญเสียคือทางที่ดีที่สุดเลยนะ มันคือการที่เราพยายามยอมรับมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องเริ่มด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลองถามตัวเองว่า “การสูญเสียกำลังต้องการอะไรจากเรา?” คำตอบอาจจะเป็น “จงทำความรู้จักกับด้านมืดของชีวิต เรียนรู้ว่าจะช่วยเหลือผู้ที่กำลังสูญเสียได้อย่างไร ให้เกียรติความเมตตา และยอมให้ความโศกเศร้าเกิดขึ้น”
- มองหาสิ่งที่ได้รับ (Asking, “What is Given?”): หลายคนอาจคิดว่า การสูญเสียมีแต่การพรากไป แต่จริง ๆ แล้ว มันให้อะไรกับเราเยอะมากเลยนะ การสูญเสียเปรียบเสมือนผู้ส่งสารแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยยืนยันว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ในชีวิตเรา เรามักจะวอกแวกไปกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จนลืมไปว่าอะไรคือแก่นแท้ที่สำคัญ การสูญเสียจะเรียกเรากลับมาสู่จุดนั้น มันยังช่วยลดความทะนงตัวของเรา และเตือนว่าเราควบคุมอะไรได้น้อยแค่ไหน ที่สำคัญคือ มันเชื่อมโยงเราเข้ากับผู้อื่นได้ ไม่ว่าเราจะแตกต่างกันแค่ไหนก็ตาม
ความสงบและโอกาสใหม่ๆ หลังการเข้าใจการสูญเสีย
สำหรับเราแล้ว การยอมรับและสร้างความสัมพันธ์กับ การรับมือกับการสูญเสีย อย่างซื่อสัตย์ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ชีวิตเราสงบขึ้นนะ เพราะเมื่อเราเลิกต่อสู้กับมัน เลิกปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น ความตึงเครียดในใจมันก็จะลดลงไปเอง ทำให้เราสามารถเรียนรู้และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องอยู่ในภาวะสงครามกับตัวเองอีกต่อไป
จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะเปลี่ยนมุมมองนี้ได้ในพริบตา แต่ถ้าเราค่อย ๆ ฝึกฝนและเปิดใจให้ตัวเองได้สัมผัสกับความรู้สึกเหล่านี้ เราก็จะพบว่าชีวิตไม่ได้มีแค่ความมืดมิดจากการสูญเสียเสมอไปครับ มันยังมีแสงสว่างและโอกาสใหม่ ๆ ที่ซ่อนอยู่เสมอ ขอแค่เรากล้าที่จะมองหามัน
ที่มา: psychologytoday.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สัญญาณไฟรถยนต์ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง และปลอดภัย
- โดนเตารีดนาบ ต้องทำอย่างไร? ปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
- แจกฟรี 12 เทมเพลตการ์ดแต่งงาน ลายดอกไม้-ใบไม้ แก้ไขเองได้ เลือกโทนสีได้ตามธีมงาน
- รวม 10 ฟอนต์ภาษาไทยสวย ๆ มีให้เลือกหลายสไตล์ พร้อมลิงก์ดาวน์โหลด
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]