Skip to content

Deep Water รีวิว: หนังภัยพิบัติเครื่องบินตก + ฉลามเขมือบ ที่ผู้กำกับ Renny Harlin กลับมาพร้อม “ความไม่ลึก” ตามสไตล์?

‘Deep Water’ Review: Renny Harlin’s Double-Dip Disaster Movie — Plane Crash + Shark Thriller —  Has His Signature Schlock Touch

จริง ๆ แล้วหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อของผู้กำกับ Renny Harlin จากหนังฉลามในตำนานอย่าง Deep Blue Sea เมื่อปี 1999 มาแล้วใช่ไหมครับ? ล่าสุดเขากลับมาอีกครั้งกับหนังภัยพิบัติเรื่องใหม่ที่มีชื่อว่า “Deep Water” ซึ่งตัวอย่างก็บอกใบ้ชัดเจนว่านี่คือการผสมผสานระหว่างหายนะเครื่องบินตกกับฝูงฉลามหิวโหยเข้าไว้ด้วยกัน พอได้เห็น Deep Water รีวิว จากนักวิจารณ์ต่างประเทศแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง

หนังเรื่องนี้คือการพยายามดึงดูดความสนใจกลับมาอีกครั้งด้วยสูตรสำเร็จเดิม ๆ ของผู้กำกับ ที่ครั้งหนึ่งเคยทำได้ดีกับหนังทุนต่ำแต่ทำเงินดีอย่าง Deep Blue Sea แต่ครั้งนี้ Deep Water ไม่ใช่แค่ฉลาม แต่มันคือหายนะซ้อนหายนะครับ

จุดเด่นและพล็อตเรื่องของ Deep Water

Deep Water เปิดเรื่องมาด้วยการแนะนำตัวละครหลักบนเที่ยวบินข้ามทวีปจากลอสแอนเจลิสไปเซี่ยงไฮ้ โดยมี Aaron Eckhart รับบทเป็นนักบินผู้ช่วยที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญแต่ก็มีความหลังบางอย่าง ส่วน Ben Kingsley รับบทเป็นกัปตันจอมเก๋าที่กำลังจะเกษียณ เรื่องราวเริ่มระทึกเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ในห้องเก็บสัมภาระ ที่ลุกลามจนเกิดระเบิดและทำให้เครื่องบินเสียหายอย่างหนัก

ในที่สุดเครื่องบินก็ดิ่งลงกลางมหาสมุทรใกล้เกาะกวม โดยจากผู้โดยสาร 257 คน เหลือผู้รอดชีวิตเพียงประมาณ 30 คนเท่านั้น ซึ่งชิ้นส่วนเครื่องบินที่เหลืออยู่กลายเป็นเพียงแพชูชีพชั่วคราว แต่ทว่าความเลวร้ายยังไม่จบแค่นั้น เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับฝูงฉลามมาโกขนาดใหญ่ที่เข้ามาจู่โจมซ้ำเติมอย่างไม่ปรานี จุดนี้เองที่ “Deep Water” พยายามสร้างความตื่นเต้นด้วยฉากฉลามไล่ขย้ำแบบโจ่งแจ้ง

สไตล์ของ Renny Harlin กับการกลับมาครั้งนี้

ถ้าพูดถึง Renny Harlin เขามีจุดเด่นในการสร้างหนังแอ็กชันที่เน้นความบันเทิงแบบ “หนังเกรดบี” คือไม่ได้มีความลึกซึ้งทางอารมณ์หรือบทที่ซับซ้อนอะไรมากนัก ตัวละครมักจะแบนราบ ไม่มีมิติ แต่เขามีทักษะในการสร้างฉากแอ็กชันให้ดูหวือหวาและน่าติดตามอยู่บ้าง อย่างฉากเครื่องบินตกใน Deep Water ก็นับว่าทำได้ดูอลังการใช้ได้เลยทีเดียว ผู้โดยสารถูกดูดออกไปนอกเครื่องบิน ขวดไวน์กลายเป็นสะเก็ดระเบิด

แต่ถ้าเทียบกับ Deep Blue Sea หรือแม้กระทั่ง Jaws ในแง่ของความระทึกขวัญแล้ว Deep Water ดูเหมือนจะขาด “ความลุ่มลึก” หรือ “การสร้างบรรยากาศ” ที่ทำให้เราลุ้นระทึกไปกับการปรากฏตัวของฉลามครับ จริง ๆ แล้ว Jaws สร้างความน่ากลัวจากการคาดเดาและพลังแห่งการบอกใบ้ แต่ Deep Water เลือกที่จะนำเสนอฉากฉลามจู่โจมแบบตรงไปตรงมา เน้นความโหดร้ายและเลือดสาดมากกว่าการสร้างความตื่นเต้นที่เกิดจากการรอคอย ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้หนังดูเป็น “สินค้าภัยพิบัติ” มากกว่างานที่มีศิลปะ

มุมมองจากบรรณาธิการต่อ Deep Water

ส่วนตัวคิดว่า “Deep Water” อาจจะไม่ใช่หนังที่เลวร้ายเสียทีเดียวหากคุณเป็นแฟนหนังแนวภัยพิบัติที่ชอบความบันเทิงแบบไม่ซับซ้อน และอยากดูฉากเครื่องบินตกกับฉลามโจมตีแบบเต็มตาครับ สำหรับเรามองว่ามันคือหนังที่ดูง่าย ไม่ต้องคิดมาก เน้นความตื่นเต้นในสถานการณ์เอาชีวิตรอด แต่ถ้าคาดหวังความลึกซึ้งของบท หรือตัวละครที่มีมิติ หรือการสร้างความระทึกขวัญแบบ Jaws ก็คงต้องผิดหวัง เพราะหนังขาดเสน่ห์ตรงจุดนี้ไปค่อนข้างมาก แต่ถ้าแค่ต้องการดูฉากแอ็กชันมันส์ ๆ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดูฆ่าเวลาได้ดีครับ

ที่มา: variety.com