Skip to content

คนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล: วิธีเข้าใจและรับมือให้อยู่ร่วมกันได้ สุขภาพจิตไม่เสีย

person in black long sleeve shirt
ภาพปกโดย Михаил Секацкий จาก Unsplash

เคยเจอคนประเภทนี้กันไหม? คนที่ทำเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนรอบตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็จะมองเห็นแต่ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง การที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล หรือที่เรียกว่า Egocentrism นี้ บอกเลยว่าต้องมีหงุดหงิด มีเหนื่อยใจกันบ้าง แต่การเข้าใจถึงพฤติกรรมและแนวคิดของคนกลุ่มนี้ จะช่วยให้เราสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาสมดุลทางอารมณ์ของเราไว้ได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกถึงลักษณะเฉพาะของคนเหล่านี้ พร้อมแนะนำแนวทางปฏิบัติจริงในการสื่อสารและอยู่ร่วมกัน เพื่อไม่ให้เราต้องเหนื่อยล้าไปกับความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุล

ทำความเข้าใจ: คนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลคืออะไร?

คนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล หรือ Egocentrism นั้น ไม่ได้หมายถึงการเห็นแก่ตัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นรูปแบบความคิดที่บุคคลนั้นมีความเชื่อว่ามุมมอง ความคิดเห็น และความรู้สึกของตัวเองเป็นสิ่งเดียวที่ถูกต้องและเป็นสากล โดยไม่สามารถเข้าใจหรือรับรู้ได้ว่าคนอื่นอาจมีมุมมองที่แตกต่างออกไปจากตัวเองได้ ซึ่งแตกต่างจาก Narcissism (หลงตัวเอง) ที่มักจะมาพร้อมกับความต้องการการยกย่องและความชื่นชมอย่างรุนแรง

ลักษณะเด่นของ Egocentrism มักปรากฏในรูปแบบต่างๆ ได้แก่:

  • ไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่น: คนกลุ่มนี้เชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว จึงมักไม่เปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะหรือมุมมองจากคนรอบข้าง
  • ขาดความเข้าใจในมุมมองที่แตกต่าง: ไม่คิดว่าคนอื่นอาจมีความรู้สึกหรือความคิดที่ต่างไปจากตัวเอง
  • มักพูดถึงแต่ตัวเอง: ในวงสนทนา หัวข้อจะวนเวียนอยู่กับเรื่องราว ประสบการณ์ หรือความสำเร็จของตัวเองเป็นหลัก
  • คาดหวังความสนใจ: ต้องการให้คนอื่นให้ความสำคัญกับตัวเองอยู่เสมอ และอาจรู้สึกไม่พอใจถ้าไม่ได้รับความสนใจอย่างที่ต้องการ
man
ภาพประกอบโดย Randy Jacob

สัญญาณที่บ่งบอกว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล

หลายคนอาจสงสัยว่ากำลังเจออยู่กับคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลอยู่หรือเปล่า? หรืออาจไม่แน่ใจในการกระทำ พฤติกรรม การแสดงออกในแต่ละสถานการณ์ จริงๆ แล้วลักษณะของคนกลุ่มนี้สามารถดูออกได้ไม่ยาก โดยจะมีสัญญาณบอกตามนี้เลย:

  • บทสนทนาที่เน้นแต่เรื่องของตัวเอง: ไม่ว่าเรื่องที่คุยกันจะเป็นเรื่องอะไรก็สามารถหาวิธีเชื่อมโยงให้กลับมาที่เรื่องราวของตัวเองได้เสมอ
  • ไม่ใส่ใจความรู้สึกคนอื่น: แม้เราจะแสดงอารมณ์หรือความไม่พอใจออกไป แต่อีกฝ่ายก็ไม่สามารถเข้าใจหรือแม้แต่รับรู้ได้ว่า คำพูดหรือการกระทำนั้นๆ ส่งผลกระทบกับเราอย่างไร
  • ตัดสินคนอื่นอย่างรวดเร็ว: คนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลมักจะใช้มุมมองของตัวเองเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคนอื่น โดยไม่พยายามทำความเข้าใจบริบทหรือสถานการณ์ของคนๆ นั้น
  • ไม่ยอมรับความผิดพลาด: การยอมรับว่าตัวเองผิดเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคนกลุ่มนี้ เมื่อทำผิดพลาดก็มักจะหาเหตุผลมาปกป้องตัวเอง หรือโทษสถานการณ์และคนรอบข้างแทน
  • ละเลยความต้องการของคนอื่น: ในความสัมพันธ์ คนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับความต้องการของตัวเองเป็นอันดับแรกเสมอ โดยอาจมองข้ามความต้องการหรือความรู้สึกของคู่สนทนาไป
woman in blue and white floral shirt holding her face
ภาพประกอบโดย Caroline Veronez

กลยุทธ์รับมือกับคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลอย่างชาญฉลาด

การรับมือกับผู้ที่มีแนวคิดแบบโลกหมุนรอบตัวเองนั้น ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจ ความอดทน และเทคนิคในการสื่อสารที่เหมาะสม เพื่อให้เราสามารถรักษาความสัมพันธ์ และป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเครียดหรือรู้สึกแย่ไปกับสถานการณ์นั้นๆ

  • กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน: สื่อสารขอบเขตที่ยอมรับได้และยอมรับไม่ได้อย่างชัดเจน ถ้าอีกฝ่ายล้ำเส้น ให้ย้ำเตือนอย่างใจเย็นและหนักแน่น
  • ใช้คำว่า “ฉัน” ในการสื่อสาร: แทนที่จะบอกว่า “คุณไม่เคยฟังฉันเลย” ลองเปลี่ยนเป็น “ฉันรู้สึกว่าความคิดเห็นของฉันไม่ได้รับความสนใจ” วิธีนี้จะช่วยลดการปะทะและทำให้อีกฝ่ายมีแนวโน้มที่จะรับฟังมากขึ้น
  • อย่าคาดหวังให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลง: การเปลี่ยนพฤติกรรมหรือวิธีคิดของใครบางคนไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับคนกลุ่มนี้ที่ไม่เห็นว่าตัวเองมีปัญหา ยิ่งคาดหวังให้เปลี่ยนก็ยิ่งผิดหวังแบบเปล่าประโยชน์
  • เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการพูดคุย: หลีกเลี่ยงการพูดคุยในขณะที่ต่างคนต่างกำลังอารมณ์ไม่ดี เลือกเวลาที่ทั้งสองฝ่ายสงบและมีสมาธิ
  • ให้ข้อมูลที่เป็นกลางและเป็นรูปธรรม: ถ้าต้องอธิบายเรื่องอะไรก็ให้เน้นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึกหรือการตีความของเราฝ่ายเดียว เพื่อให้อีกฝ่ายสามารถประมวลผลข้อมูลได้ง่ายขึ้น
  • ลดการตอบสนองเชิงอารมณ์: การแสดงอารมณ์รุนแรงอาจทำให้สถานการณ์แย่ลงได้ พยายามรักษาความสงบและตอบสนองอย่างเป็นกลาง

ปกป้องสุขภาพจิตใจให้ดี: เมื่อต้องอยู่ร่วมกับคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล

การต้องปฏิสัมพันธ์กับคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลบ่อยครั้ง สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเราได้ สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักดูแลตัวเอง และป้องกันไม่ให้พลังงานของเราถูกสูบออกไปมากจนเกินไป

  • ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเอง: อย่าละเลยความรู้สึกไม่สบายใจหรือความเครียดที่ได้รับจากการปฏิสัมพันธ์กับคนกลุ่มนี้
  • จำกัดเวลาในการปฏิสัมพันธ์: ถ้าเป็นไปได้ ลองใช้เวลาด้วยกันให้น้อยลง เว้นระยะห่าง หรือจำกัดประเภทของกิจกรรมที่ทำด้วยกัน เพื่อลดความเสี่ยงของการปะทะ
  • หาพื้นที่ระบายความรู้สึก: พูดคุยกับเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจ เพื่อระบายความรู้สึกและได้รับคำแนะนำจากมุมมองภายนอก
  • ฝึกการปล่อยวาง: ไม่เอาคำพูดหรือการกระทำของอีกฝ่ายมาคิดมากจนเกินไป บางครั้งการปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ ผ่านไปโดยไม่ให้ความสำคัญนี่แหละเป็นสิ่งที่ดีต่อใจที่สุด
  • สร้างเครือข่ายสนับสนุน: มีเพื่อนหรือครอบครัวที่เข้าใจและให้กำลังใจ จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีเมื่อต้องรับมือกับคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล

มองหาทางออกเพื่อความสัมพันธ์ที่สมดุล

ในท้ายที่สุดแล้ว การทำความเข้าใจและรับมือกับคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลนั้น เป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น ซึ่งกุญแจสำคัญคือการตระหนักรู้ถึงข้อจำกัดของคนอื่น ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเลยที่จะปกป้องความรู้สึกและขอบเขตส่วนตัวของเราเอง สำหรับบางความสัมพันธ์ที่ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อสุขภาพจิต การพิจารณาที่จะถอยห่างออกมาก็อาจเป็นทางเลือกที่จำเป็น การมีสติและใช้สติปัญญาในการเผชิญหน้ากับคนกลุ่มนี้ จะช่วยให้เราสามารถสร้างสมดุลในชีวิตและมีความสุขกับการอยู่ร่วมกับคนอื่นได้

อ้างอิง: verywellmind.com