จริง ๆ แล้วหลายคนอาจคิดว่าคนที่มีภาวะไซโคพาธนั้นไม่น่าจะทำงานร่วมกันได้ดีเท่าไหร่ เพราะพวกเขามักจะมุ่งเน้นแต่ตัวเอง ไม่สนใจใคร แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านไซโคพาธอย่าง Dr. Robert Hare ชี้ว่าบางครั้งพวกเขาก็สามารถสร้าง “ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันที่น่ากลัว” ได้เหมือนกันนะ โดยคนหนึ่งจะเป็นผู้ลงมือทำ ส่วนอีกคนก็คอยสนับสนุนหรือส่งเสริมพฤติกรรมเหล่านั้น หนังเรื่อง Badlands ในปี 1973 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก ๆ ที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ดี ซึ่งจริง ๆ แล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องในปี 1958 ของ Charles Starkweather วัย 19 ปี กับแฟนสาว Caril Ann Fugate วัย 14 ปี ที่น่าสนใจคือในหนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นมิติของ ไซโคพาธหญิง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวที่หลายคนอาจมองข้ามไป
เมื่อไซโคพาธร่วมมือกัน… มันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เป็นไปได้
ตามปกติแล้ว คนที่มีภาวะไซโคพาธมักจะไม่ค่อยเข้ากันได้ดีนักหรอก เพราะนิสัยพื้นฐานคือการขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเน้นผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก แต่ก็อย่างที่ Dr. Robert Hare บอกนั่นแหละครับว่า บางครั้งพวกเขาก็เป็น “คู่หูอาชญากรชั่วคราว” ได้ ซึ่งผลลัพธ์ของมันก็มักจะนำมาซึ่งโชคร้ายต่อผู้อื่นเสมอ ภาพยนตร์เรื่อง Badlands ที่กำกับโดย Terrence Malick นี่แหละที่เป็นตัวอย่างชั้นดี
ในหนัง เราจะได้เห็นเรื่องราวของ Kit Carruthers ชายหนุ่มวัย 25 ปี ที่ไปพบกับ Holly Sargis เด็กสาววัย 15 ปี ทั้งคู่ผูกมิตรกัน และ Holly ก็กลายเป็น “แฟนสาว” ของ Kit พ่อของ Holly ไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์นี้ Kit จึงยิงพ่อของเธอเสียชีวิตต่อหน้า Holly ซึ่งเธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเลย Kit วางแผนการหลบหนี สร้างหลักฐานเท็จและเผาบ้าน ก่อนที่ทั้งคู่จะขับรถมุ่งหน้าสู่รัฐมอนแทนา แล้วก็ลงมือฆ่าคนอีกหลายศพ พฤติกรรมของทั้งคู่สะท้อนถึงการขาดแรงยับยั้งชั่งใจ การไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ ความสำนึกผิด และความรู้สึกผิด ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของไซโคพาธเลยทีเดียว
ความเย็นชาของ “ไซโคพาธหญิง” ที่หลายคนมองข้าม
จุดที่น่าสนใจมาก ๆ ในภาพยนตร์เรื่อง Badlands คือตัวละคร Holly ที่ถึงแม้ว่า Kit จะมีลักษณะไซโคพาธที่ชัดเจน แต่ Holly กลับดูไร้เดียงสาอยู่ตลอดเวลา แม้จะเห็นเหตุการณ์โหดร้ายทั้งหมด เธอกลับแสดงออกถึงความเฉยเมย เย็นชา และไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลยจากการฆาตกรรมถึง 11 ศพ รวมถึงการตายของพ่อตัวเองด้วยซ้ำ
สิ่งนี้แหละครับคือลักษณะเด่นของ ไซโคพาธหญิง ที่มักจะถูกมองข้ามไปง่าย ๆ แม้ว่าเธอจะขาดอารมณ์ความรู้สึกอย่างรุนแรง แต่ก็ยังสามารถรักษาท่าทางที่อ่อนโยนและน้ำเสียงที่น่าพึงพอใจไว้ได้ บุคลิกของเธอสามารถ “เปิดและปิดได้เหมือนป้ายไฟนีออน” ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ Dr. Robert Hare ได้วิเคราะห์ตัวละคร Holly ในหนังสือ Without Conscience และชี้ให้เห็นว่าท่าทางที่เฉยเมย และการตอบสนองที่ไร้อารมณ์ของเธอตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงการเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงโมโนโทน เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงมิติทางจิตวิทยาของไซโคพาธในตัวเธอได้เป็นอย่างดี สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับบุคลิกของไซโคพาธ สัญญาณสีแดงแบบนี้ไม่ควรมองข้ามเลยจริง ๆ ครับ
แรงจูงใจและบทสรุปของคดีจริง: Starkweather-Fugate
คดีฆาตกรรมของ Starkweather และ Fugate นั้นเป็นการฆ่าแบบสุ่มและไร้เหตุผล แต่กลับดึงดูดความสนใจของคนทั้งประเทศนานถึงแปดวันก่อนที่พวกเขาจะถูกจับกุมในปี 1958 จริง ๆ แล้วแรงจูงใจหลักของพวกเขาคือความตื่นเต้นและแรงกระตุ้น พวกเขาสนุกกับการฆ่าและสนุกกับการได้ทำงานร่วมกัน
ในระหว่างการพิจารณาคดี Caril Ann Fugate พยายามปฏิเสธว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยอ้างว่าเธอเป็นตัวประกันของ Starkweather แต่หลักฐานก็ชัดเจนว่าเธอมีโอกาสที่จะหลบหนีหลายครั้งแต่ไม่เคยทำเลย นอกจากนี้ เธอยังให้การว่าเธอทำความสะอาดมีดเปื้อนเลือด เอาปืนจ่อเหยื่อ ถือปืนของ Starkweather และส่งให้เขา รวมถึงเอาเงินจากกระเป๋าสตางค์ของเหยื่อแล้วส่งให้ Starkweather ด้วย Starkweather เองก็เขียนจดหมายถึงพ่อจากคุกว่า “พ่อครับ ผมไม่ได้เสียใจจริง ๆ ในสิ่งที่ผมทำ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมกับ Caril สนุกมาก เธอก็ช่วยผมเยอะเลย” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันที่ชัดเจนมาก
ส่วนผลลัพธ์ของคดีจริง ๆ นั้น Starkweather ถูกตัดสินว่ามีความผิดและได้รับโทษประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าในปี 1959 ส่วน Fugate ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมระดับแรกและถูกจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการปล่อยตัวทัณฑ์บนในปี 1976 หลังจากรับโทษไป 18 ปีครับ
มุมมองจากเรา: ทำไมต้องทำความเข้าใจไซโคพาธหญิง?
เรื่องราวจากภาพยนตร์ Badlands และคดีจริงของ Starkweather-Fugate ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของภาวะไซโคพาธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้หญิง ซึ่งมักจะแสดงออกแตกต่างจากผู้ชายที่เรารู้จักกันดี ความสามารถในการซ่อนความไร้อารมณ์ไว้ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเป็นปกติ หรือแม้กระทั่งดูไร้เดียงสา ทำให้การระบุตัวตนและเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องยากขึ้นไปอีกครับ การทำความเข้าใจมิติของ ไซโคพาธหญิง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของอาชญากรรม แต่ยังช่วยให้เราตระหนักถึงสัญญาณอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในความสัมพันธ์รอบตัวเราได้ เพื่อที่เราจะได้ปกป้องตัวเองและคนใกล้ชิดจากอันตรายที่มองไม่เห็นได้ดีขึ้นนั่นเอง.
ที่มา: psychologytoday.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- การเลี้ยงลูกสมัยใหม่: อาจเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตสุขภาพจิตเด็กที่เรากำลังเจออยู่ก็ได้นะ
- พลังของความเมตตา: การใจดีกับทุกคนสำคัญต่อสมองและชีวิตเรามากกว่าที่คิด
- การชะลอชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องของการพักผ่อน แต่คือการฟังเสียงตัวเองให้ชัดเจนขึ้น
- ท่ามกลางสังคมที่แตกแยก? ‘ความรักความเข้าใจ’ คือกุญแจสำคัญเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]