จริง ๆ แล้ว Google เค้าซุ่มพัฒนาฟีเจอร์ โค้ชสุขภาพ AI สำหรับผู้ใช้ Fitbit Premium มาพักใหญ่แล้วในสหรัฐฯ นะครับ ก่อนที่จะเริ่มเปิดให้ใช้งานในบางประเทศช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีนี้ล่าสุดเนี่ย เค้าประกาศขยายการให้บริการครั้งใหญ่ที่สุดเลย ก็คือเปิดให้ผู้ใช้งาน Fitbit ในอีก 37 ประเทศทั่วโลกสามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้แล้ว!
ถือเป็นการอัปเดตครั้งสำคัญเลยทีเดียว เพราะมันจะช่วยให้การดูแลสุขภาพส่วนตัวของเราง่ายขึ้นและเป็นระบบมากขึ้นด้วย AI ซึ่งหลายคนอาจจะรอคอยฟีเจอร์แนวๆ นี้อยู่
โค้ชสุขภาพ AI บน Fitbit คืออะไร และมาพร้อมกับอะไรบ้าง?
หลักๆ เลย โค้ชสุขภาพ AI ตัวนี้จะใช้ปัญญาประดิษฐ์มาช่วยออกแบบแผนการออกกำลังกายและกิจวัตรประจำวันที่เหมาะกับเรา รวมถึงตั้งเป้าหมายและติดตามความก้าวหน้า แถมยังสร้างตารางการออกกำลังกาย วิเคราะห์ข้อมูลการนอนหลับแบบละเอียด และให้คำแนะนำที่ปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้ด้วย ซึ่งถือว่าค่อนข้างครบวงจรทีเดียว
ที่น่าสนใจคือ ตอนนี้ฟีเจอร์นี้รองรับถึง 32 ภาษาแล้วนะ (แต่ไม่มีภาษาไทยระบุมาโดยตรงนะครับ) รวมถึงภาษาดังๆ อย่างเยอรมัน ฮินดี โปแลนด์ สวีเดน สเปน และจีน สำหรับรายชื่อ 37 ประเทศใหม่ที่เข้าถึงได้ก็เยอะมาก ลองดูว่ามีประเทศที่คนไทยนิยมไปหรืออยู่กันเยอะๆ มั้ย เช่น ออสเตรีย เบลเยียม บราซิล เช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี อินเดีย อินโดนีเซีย ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น ลัตเวีย ลิทัวเนีย มาเลเซีย เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย เกาหลีใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และไต้หวัน
ทาง Google บอกว่าฟีเจอร์นี้จะทยอยอัปเดตในแอป Fitbit ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ถ้าใครอยากลองก่อนก็ต้องเข้าร่วมโปรแกรม Public Preview นะครับ
ฟีเจอร์เด่นที่ ‘โค้ชสุขภาพ AI’ จัดมาให้
- วางแผนเฉพาะบุคคล: สร้างแผนและกิจวัตรการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- ตั้งเป้าหมายและติดตาม: กำหนดเป้าหมายด้านฟิตเนสและตรวจสอบความคืบหน้าอย่างละเอียด
- สร้างตารางออกกำลังกาย: ช่วยออกแบบรูปแบบการออกกำลังกายที่หลากหลาย
- วิเคราะห์การนอนหลับ: ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการนอนหลับอย่างละเอียด
- คำแนะนำเฉพาะบุคคล: ได้รับคำแนะนำด้านสุขภาพที่ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมและความต้องการ
- แสดงค่า VO2 Max: วัดความสามารถสูงสุดในการใช้ออกซิเจน ซึ่งบ่งบอกความฟิตของหัวใจและหลอดเลือด
- ข้อมูลเชิงลึกจาก AI: วิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าสนใจด้วยพลังของ AI
ข้อสังเกตและสิ่งที่ยังขาดหายไปในเวอร์ชันพรีวิว
แน่นอนว่าในเมื่อยังอยู่ในช่วงพรีวิวหรือทดลองใช้เนี่ย มันก็ต้องมีบางอย่างที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือขาดไปจากฟีเจอร์ปกติของแอป Fitbit อยู่บ้างนะครับ
- การบันทึกระดับน้ำตาลและอุณหภูมิร่างกาย: ยังไม่รองรับการบันทึกข้อมูลสำคัญเหล่านี้ ซึ่งสำหรับบางคนอาจจำเป็น
- การแก้ไขข้อมูลการนอนหลับ: ไม่สามารถแก้ไขเซสชันการนอนหลับหรือข้อมูลที่บันทึกไว้ได้
- Advanced running metrics: สำหรับผู้ใช้ Pixel Watch 3 และ Pixel Watch 4 จะยังไม่ได้รับเมตริกการวิ่งขั้นสูงในโปรแกรมนี้
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีบางส่วนที่ยังขาดไป แต่การได้เข้าร่วมโปรแกรมพรีวิว โค้ชสุขภาพ AI ก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่ดีครับ เพราะแอป Fitbit ที่ปรับปรุงใหม่ในเวอร์ชันพรีวิวนี้ยังสามารถดึงข้อมูลจากแอปพลิเคชันอื่นๆ ผ่าน Health Connect ได้ด้วย ทำให้คำแนะนำและข้อมูลเชิงลึกที่ได้นั้นมีความเฉพาะบุคคลและครอบคลุมมากขึ้นจากข้อมูลสุขภาพโดยรวมของเรา
มุมมองของเรา: โค้ช AI สุขภาพ บน Fitbit น่าลองแค่ไหน?
เรามองว่าการขยายตัวของ โค้ชสุขภาพ AI บน Fitbit ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจและเป็นทิศทางที่เทคโนโลยีสุขภาพกำลังมุ่งไปนะครับ สำหรับคนที่อยากมีผู้ช่วยส่วนตัวในการดูแลสุขภาพแต่ไม่มีเวลาไปหาผู้เชี่ยวชาญ ฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์มากเลย การได้แผนที่ปรับตามข้อมูลของเราจริงๆ ย่อมดีกว่าแผนสำเร็จรูป ส่วนตัวคิดว่าการได้เห็น VO2 Max และข้อมูลเชิงลึกจาก AI ก็ช่วยให้เราเข้าใจร่างกายตัวเองได้ดีขึ้นเยอะ ถึงแม้จะยังอยู่ในช่วงพรีวิวและมีบางฟีเจอร์ที่ขาดไป แต่การที่มันเชื่อมโยงกับ Health Connect ได้นี่แหละคือจุดแข็งที่จะทำให้ข้อมูลสุขภาพของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และแน่นอนว่ามันคงจะพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตครับ
ที่มา: androidpolice.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แอป EQSweep ช่วยจูนเสียงหูฟังบน Android ให้ตรงใจผ่านการไล่คลื่นความถี่
- หลุดสเปกกล้อง Galaxy A38 คาดใช้ชุดเดิมความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
- YouTube Music เพิ่มป้ายกำกับเพลงที่สร้างด้วย AI ใต้ชื่อเพลงแล้ว
- Poco X8s ผ่านการรับรอง กสทช. ในไทยแล้ว ลุ้นเปิดตัวเร็วๆ นี้
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]