Skip to content

คู่มือเลือก “ผลไม้ที่เบาหวานทานได้” อร่อยสดชื่น น้ำตาลไม่พุ่ง

jonas kakaroto 5JQH9Iqnm9o unsplash Large คู่มือเลือก "ผลไม้ที่เบาหวานทานได้" อร่อยสดชื่น น้ำตาลไม่พุ่ง
ภาพปกโดย Jonas Kakaroto จาก Unsplash

หลายคนมักมีความเชื่อผิดๆ ว่าเมื่อเป็นเบาหวานแล้วจะต้องตัดขาดจากผลไม้ทุกชนิดเพราะกลัวน้ำตาลพุ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผลไม้คือแหล่งสารอาหารชั้นดีที่เต็มไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ และสารพฤกษเคมีที่ช่วยต้านโรค วันนี้เราจะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลไม้ที่เบาหวานทานได้ อย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถเลือกทานได้อย่างสบายใจ อร่อย สดชื่น แบบไม่ต้องกลัวน้ำตาลพุ่ง

ผลไม้ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดอย่างไร?

เมื่อเราทานผลไม้ ร่างกายจะได้รับน้ำตาลธรรมชาติที่เรียกว่า “ฟรักโทส” (Fructose) ซึ่งเซลล์ในร่างกายไม่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้โดยตรง ตับจึงต้องทำหน้าที่เปลี่ยนฟรักโทสให้กลายเป็น “กลูโคส” แล้วปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้นในผลไม้สดก็ไม่ได้มีแค่น้ำตาลอย่างเดียว แต่ยังมี “ไฟเบอร์” หรือกากใยอาหารรวมอยู่ด้วย ซึ่งไฟเบอร์นี่แหละที่เป็นฮีโร่ตัวจริง ช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ไม่พุ่งสูงปรี๊ดเหมือนเวลาที่เราทานขนมหวานหรือน้ำอัดลมที่ไม่มีไฟเบอร์เลย

ประโยชน์ดีๆ ของผลไม้ต่อผู้ป่วยเบาหวาน

การเลือกทาน ผลไม้ที่เบาหวานทานได้ ในปริมาณที่เหมาะสม ให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด:

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด: ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนปกติถึง 2 เท่า สารอาหารในผลไม้จะช่วยปกป้องหลอดเลือด ลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต รวมถึงลดการแข็งตัวของเลือด
  • ช่วยควบคุมน้ำตาลและน้ำหนัก: ไฟเบอร์ในผลไม้นอกจากจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลแล้ว ยังทำให้อิ่มท้องนานขึ้น ช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น
  • ส่งเสริมสุขภาพโดยรวม: ไฟเบอร์ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ และผลไม้ส่วนใหญ่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก จึงช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำอีกด้วย

รู้จักค่า GI และ GL: ตัวช่วยเลือกผลไม้

การจะดูว่าผลไม้ชนิดไหนเหมาะกับเรา คาร์โบไฮเดรตไม่ใช่คำตอบเดียว แต่ต้องรู้จัก 2 ค่านิ้:

  1. Glycemic Index (GI) หรือ ดัชนีน้ำตาล: วัดว่าอาหารนั้นๆ เพิ่มน้ำตาลในเลือดได้เร็วแค่ไหน ผลไม้ที่มีค่า GI ต่ำ (55 หรือน้อยกว่า) จะถูกดูดซึมช้าและทำให้น้ำตาลขึ้นช้า
  2. Glycemic Load (GL) หรือ ค่าภาระน้ำตาล: ค่านี้จะแม่นยำกว่าเพราะคำนวณจากปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่อหนึ่งหน่วยบริโภคจริงด้วย เช่น ส้มมีค่า GI อยู่ที่ 52 แต่มีค่า GL เพียง 4.4 ซึ่งถือว่าต่ำมาก
krismas blFss9XG7pw unsplash Large คู่มือเลือก "ผลไม้ที่เบาหวานทานได้" อร่อยสดชื่น น้ำตาลไม่พุ่ง
ภาพประกอบโดย Krismas

เปิดโผ ผลไม้ที่เบาหวานทานได้ (ค่า GI ต่ำ)

สำหรับใครที่กำลังมองหา ผลไม้ที่เบาหวานทานได้ ที่ปลอดภัยและส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อย (ค่า GI ไม่เกิน 55) ก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจดังนี้:

  • เชอร์รี (Cherries): มีค่า GI ต่ำมากเพียง 20
  • สตรอว์เบอร์รี (Strawberries): มีค่า GI 25
  • ลูกแพร์ (Pears): มีค่า GI 30
  • ส้ม, มะเดื่อฝรั่ง, ทับทิม (Oranges, Figs, Pomegranates): มีค่า GI 35
  • แอปเปิ้ล (Apples): มีค่า GI 39 (แม้จะมีน้ำตาลประมาณ 25 กรัมในผลใหญ่ แต่ไฟเบอร์ที่สูงมากจะช่วยไม่ให้น้ำตาลพุ่งสูง)
  • กีวี่ (Kiwis): มีค่า GI 39
  • องุ่น (Grapes): มีค่า GI 45
  • บลูเบอร์รี และ ราสเบอร์รี (Blueberries & Raspberries): มีค่า GI 53
  • กล้วย (Bananas): มีค่า GI 55

นอกจากนี้ยังมีผลไม้ทางเลือกอื่นๆ ที่ให้แคลอรีต่ำและมีไฟเบอร์ดี เช่น แบล็กเบอร์รี, มะเขือเทศ, เนคทาริน, พีช และเกรปฟรุต (มีค่า GI 26 มีสารพฤกษเคมีช่วยต้านโรคหัวใจและลดการอักเสบ)

ผลไม้กลุ่มดัชนีน้ำตาลปานกลาง-สูง (ควรทานด้วยความระมัดระวัง)

ผลไม้เหล่านี้มีค่า GI ตั้งแต่ 55 ขึ้นไป ซึ่งอาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้เร็วกว่า จึงควรจำกัดปริมาณในการทาน:

  • สับปะรด (Pineapple) – GI 58
  • มะม่วง (Mangoes) – GI 60
  • อินทผลัมแห้ง (Dates) – GI 62
  • ลูกเกด (Raisins) – GI 66
  • แตงโม (Watermelon) – GI 76
sara dubler oo1COphDN8w unsplash Large คู่มือเลือก "ผลไม้ที่เบาหวานทานได้" อร่อยสดชื่น น้ำตาลไม่พุ่ง
ภาพประกอบโดย Sara Dubler

เทคนิคการทานผลไม้ให้ปลอดภัยต่อน้ำตาลในเลือด

  • คุมปริมาณต่อมื้อ: คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม จะเท่ากับ แอปเปิ้ลหรือกล้วยครึ่งลูกขนาดกลาง, บลูเบอร์รี 3/4 ถ้วย, หรือสตรอว์เบอร์รี 1 ถ้วยครึ่ง ทานประมาณ 2-4 ส่วนต่อวันถือว่ากำลังดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่
  • เลือกผลไม้สดหรือแช่แข็งดีที่สุด: หลีกเลี่ยงผลไม้แปรรูป เช่น ซอสแอปเปิ้ล หรือผลไม้กระป๋องในน้ำเชื่อม เพราะมักจะมีการเติมน้ำตาลและมีคาร์โบไฮเดรตสูงกว่า
  • เลี่ยงน้ำผลไม้: น้ำผลไม้ไม่มีไฟเบอร์คอยช่วยชะลอน้ำตาล ทำให้น้ำตาลพุ่งสูงได้ง่ายมาก และการดื่มน้ำผลไม้ปริมาณมากยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ที่เพิ่มขึ้นด้วย
  • ระวังผลไม้แห้ง: ผลไม้แห้งชิ้นเล็กๆ มีคาร์โบไฮเดรตสูงมาก เช่น ลูกเกดเพียง 2 ช้อนโต๊ะ มีคาร์โบไฮเดรตเท่ากับแอปเปิ้ลลูกเล็กทั้งลูก
  • กระจายการทานตลอดวัน: แทนที่จะทานผลไม้ทีเดียว 2 ส่วนในมื้อเช้า ให้แบ่งเป็นมื้อเช้า 1 ส่วน และมื้อเที่ยงหรือมื้อว่างอีก 1 ส่วน
  • จับคู่กับโปรตีนหรือไขมันดี: ลองทานแอปเปิ้ลคู่กับเนยถั่ว หรือทานเบอร์รีคู่กับโยเกิร์ต โปรตีนและไขมันจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลทำให้น้ำตาลไม่พุ่ง และช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น

เบาหวานกับผลไม้ ทานได้แค่เลือกให้เป็น

ผู้ป่วยเบาหวานไม่จำเป็นต้องกลัวการทานผลไม้ เพราะผลไม้เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคร้ายแรงอื่นๆ เพียงแค่เราต้องรู้จักเลือก ผลไม้ที่เบาหวานทานได้ มีดัชนีน้ำตาลต่ำ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยการควบคุมขนาดมื้ออาหารอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการทานผลไม้แปรรูป เท่านี้ก็สามารถเติมความสดชื่น และยังได้ความหวานจากธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายแบบปลอดภัยด้วย

อ้างอิง: webmd.com