จริง ๆ แล้วทุกวันนี้ โลกของการเดิมพันมันกว้างกว่าที่เราคิดเยอะมาก ไม่ใช่แค่การเล่นคาสิโนแบบเก่า ๆ แล้วนะ แต่รวมไปถึงการเทรดหุ้นรายวัน (day trading) การพนันกีฬา หรือแม้แต่ตลาดทำนายผลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เราสามารถเข้าถึงได้ง่ายแค่ปลายนิ้วผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ หลายคนอาจคิดว่าตัวเองมีทักษะ หรือมีข้อมูลดีพอที่จะชนะตลาดได้ แต่สถิติบอกว่าคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ 97% ของนักเทรดหุ้นรายวันมักจะทำผลงานได้ไม่ดีเท่าดัชนีตลาดโดยรวม และมักจะขาดทุนด้วยซ้ำไป ตรงนี้เองที่ จิตวิทยาการพนัน เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะมันไม่ได้ต่างอะไรกับการพนันแบบดั้งเดิมเลย ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหน หลักการทางจิตวิทยาที่ทำให้เราติดกับดักนั้นมันเหมือนกันเป๊ะ
หัวใจสำคัญของความน่าดึงดูด: 3 กลไกจิตวิทยาที่ทำให้เราหลงใหล
เบื้องหลังความน่าดึงดูดของแพลตฟอร์มการเดิมพันยุคใหม่ จริง ๆ แล้วมีหลักการทางจิตวิทยาเก่าแก่ที่นักออกแบบแพลตฟอร์มเหล่านี้ใช้ดึงดูดผู้ใช้งานอยู่ ซึ่ง ดร. แม็กซ์ อัลเบอร์ฮาสกี้ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมทางการเงิน ได้ชี้ให้เห็นถึง 3 ปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้คนเรายังคงวนเวียนอยู่กับการเสี่ยงโชคเหล่านี้
1. รางวัลแบบไม่สม่ำเสมอ (Intermittent Rewards): ความตื่นเต้นที่ไม่แน่นอน
หลักการนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมซ้ำ ๆ ของมนุษย์ ลองนึกภาพตู้สล็อตแมชชีนสิครับ คุณรู้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วคุณจะเสียเงิน แต่การที่มันมีรางวัลออกให้เป็นครั้งคราวแบบสุ่ม ๆ นี่แหละที่ทำให้เราตื่นเต้นและอยากเล่นต่อไป เพราะความไม่แน่นอนของผลลัพธ์มันสร้างแรงจูงใจได้มากกว่ารางวัลที่ได้แน่นอนด้วยซ้ำ
การพนัน กิจกรรมการเทรด หรือตลาดทำนายผลต่าง ๆ ก็ใช้หลักการเดียวกันนี้เป็นแกนหลัก ผู้ใช้งานจะได้รับชัยชนะบ้างในบางครั้ง (ไม่บ่อยนัก) และการแพ้ที่เกิดขึ้นบ่อยกว่ากลับยิ่งทำให้ชัยชนะที่นาน ๆ มาทีนั้นรู้สึกตื่นเต้นและมีค่ามากยิ่งขึ้นไปอีก มันคือการสร้างวงจรที่ทำให้เรายังคงมีความหวังอยู่เสมอ
2. ความมั่นใจเกินเหตุและภาพลวงตาของทักษะ (Overconfidence and Illusion of Skill): เราคิดว่าเรารู้ดีกว่าใคร
เคยได้ยินนักแสดงตลกอย่าง Bill Burr พูดแบบประชดประชันเรื่องการพนันกีฬาไหมครับ เขาบอกว่า “เวลาที่ฉันลงพนันกีฬา ฉันเชื่อว่าฉันรู้มากกว่าข้อมูลทั้งหมดที่รวมกันของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ นักสถิติ และอัลกอริทึมมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ที่เจ้ามือใช้ในการกำหนดอัตราต่อรองแน่นอน!” ซึ่งจริง ๆ แล้วคนส่วนใหญ่ก็คิดแบบนี้แหละครับ
เวลาที่เราตัดสินใจวางเดิมพัน ไม่ว่าจะรูปแบบไหน มันแฝงไปด้วยความเชื่อมั่นที่เกินจริงในความสามารถของตัวเอง พอเราชนะ ก็จะยิ่งตอกย้ำว่าที่เราทำไปนั้นเป็นเพราะ ‘ทักษะ’ ไม่ใช่ ‘โชค’ แต่พอแพ้ เรากลับโทษว่าเป็นเรื่องของโชคร้าย หรือคิดว่านี่คือบทเรียนที่เราจะเอาไปพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ไม่ใช่การยอมรับความจริงว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ‘เจ้ามือเป็นฝ่ายชนะ’ เสมอ
3. ระบบตอบรับแบบทันที (Real-Time Feedback Loops): วงจรแห่งอารมณ์ที่รวดเร็ว
ปัจจัยสุดท้ายที่สำคัญคือการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจ การเทรดสินทรัพย์ที่มีราคาผันผวนตลอดเวลา หรือการวางเดิมพันว่าราคา Bitcoin จะขึ้นหรือลงภายใน 5 นาที มันให้ผลลัพธ์แทบจะทันที ทำให้เราต้องคอยตรวจสอบราคาหรือผลลัพธ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งกระบวนการนี้แหละที่ดึงดูดความสนใจและสร้างความรู้สึกร่วม
การเฝ้าดูราคา Bitcoin ที่ขึ้นลงตลอดวันสามารถสร้างประสบการณ์อารมณ์ที่ผันผวนรุนแรงให้กับนักเดิมพันได้มาก การชนะจะถูกเฉลิมฉลองและพยายามทำซ้ำ ในขณะที่การแพ้จะกระตุ้นให้เราต้องการ ‘ทุ่มเพิ่ม’ เพื่อเอาเงินที่เสียไปคืนกลับมา นี่คือวงจรที่สามารถนำไปสู่พฤติกรรมเสพติดในที่สุด
มุมมองบรรณาธิการ: ทำไมเราถึงต้องรู้ทันจิตวิทยาเหล่านี้?
จริง ๆ แล้วเรามองว่าการเข้าใจหลักการทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังการเดิมพันเหล่านี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินว่าใครถูกใครผิด แต่มีไว้เพื่อให้เราตระหนักรู้และเข้าใจตัวเองมากขึ้นครับ สำหรับแฟน ๆ การลงทุนหรือการเสี่ยงโชค การรู้ว่ากลไกเหล่านี้ทำงานอย่างไรจะช่วยให้เราสามารถประเมินความเสี่ยงและควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้ดีขึ้น การตระหนักว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดเราอย่างไร จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อของกับดักแห่งความหวังและความมั่นใจที่เกินจริง และช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างมีสติและยั่งยืนยิ่งกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เงินในกระเป๋าเราต้องร่อยหรอไปโดยไม่จำเป็นครับ
ที่มา: psychologytoday.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สัญญาณไฟรถยนต์ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง และปลอดภัย
- โดนเตารีดนาบ ต้องทำอย่างไร? ปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
- แจกฟรี 12 เทมเพลตการ์ดแต่งงาน ลายดอกไม้-ใบไม้ แก้ไขเองได้ เลือกโทนสีได้ตามธีมงาน
- รวม 10 ฟอนต์ภาษาไทยสวย ๆ มีให้เลือกหลายสไตล์ พร้อมลิงก์ดาวน์โหลด
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]