จริง ๆ แล้ว ในยุคที่สมาร์ทวอทช์ราคาแพง ฟังก์ชันเยอะจนบางทีก็รู้สึกยุ่งยากเกินไป Google ได้ส่ง ฟิตบิท แอร์ (Fitbit Air) ออกมา เหมือนเป็นการพาเราย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่อุปกรณ์สวมใส่ยังเรียบง่าย ไม่ต้องมีหน้าจอวุ่นวาย แต่กลับมอบความรู้สึกว่าเราได้ของพิเศษในราคาที่คุ้มค่ามาก ๆ ด้วยราคาแค่ 100 ดอลลาร์ หรือประมาณ 85 ปอนด์ในอังกฤษ ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับตลาดตอนนี้
ฟิตบิท แอร์ พากลับไปยุคก่อนที่เรียบง่ายแต่ “ใช่”
หลายคนอาจจะคิดว่า อุปกรณ์ที่ไม่มีหน้าจอจะใช้ได้จริงเหรอ? แต่ในยุคก่อนหน้าเป็นสิบปี จริง ๆ แล้วสมาร์ทวอทช์ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าตอนนี้ และแท็กเกอร์สุขภาพก็เน้นความเรียบง่าย ราคาไม่แพง อย่าง Jawbone Up3 หรือ Fitbit Charge HR ในตอนนั้นก็ราคาประมาณ 150 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าปรับตามเงินเฟ้อตอนนี้ก็ราว 210 ดอลลาร์เลยนะ ดังนั้นการที่ Fitbit Air กลับมาพร้อมราคาแค่ 100 ดอลลาร์เนี่ย มันทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปสู่ยุคที่เทคโนโลยีสุขภาพเข้าถึงง่ายและน่าตื่นเต้นอีกครั้ง ต่างจากสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ๆ ที่ราคาพุ่งไป 350 ดอลลาร์ขึ้นไป อย่าง Samsung Galaxy Watch 8 ที่หลายคนอาจจะมองว่าแพงเกินไปสำหรับบางคน
AI Health Coach: หัวใจสำคัญของ Google Fitbit Air
หัวใจหลักของ ฟิตบิท แอร์ ไม่ใช่ตัวฮาร์ดแวร์ที่เรียบง่าย แต่คือ AI Health Coach ที่มาพร้อมกับ Google Health app (ซึ่งมาแทนที่ Google Fit และแอป Fitbit เดิม) แม้การใช้งาน AI Health Coach จะต้องสมัครสมาชิก Google Health Premium ในราคา 10 ดอลลาร์ต่อเดือน (ซึ่งเป็นทางเลือกนะ จะจ่ายเฉพาะค่าเครื่องก็ได้) แต่ถ้าใครอยากได้ฟีเจอร์ AI แบบครบ ๆ ของ Google ก็สามารถเลือกแพ็กเกจ Google AI Pro ที่ราคา 20 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งรวม Google Health Premium, ฟีเจอร์ AI อื่นๆ ของ Google, พื้นที่เก็บข้อมูล 5TB และ YouTube Premium Lite เข้าไปด้วยเลย
ตัว AI Health Coach เนี่ยเป็นจุดเด่นมาก เพราะมันช่วยให้เราตั้งเป้าหมายส่วนตัว กำหนดตารางการออกกำลังกาย และข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ได้แบบเป็นส่วนตัวสุดๆ ไม่เหมือนการยัดเยียด แต่ AI จะ “ฟัง” และปรับแผนให้เข้ากับเรา ซึ่งรวมถึงปัจจัยภายนอกอย่างสภาพอากาศหรือความเครียดจากการทำงานด้วยนะ ที่ชอบมากๆ คือ:
- การตั้งค่าส่วนบุคคล: AI จะสอบถามเป้าหมาย, กิจวัตรการออกกำลังกาย, และข้อมูลสุขภาพอื่นๆ เพื่อสร้างแผนที่ปรับให้เข้ากับคุณจริงๆ
- ปรับตัวตามสถานการณ์: ระบบจะนำข้อมูลสภาพอากาศและแรงกดดันจากการทำงานมาพิจารณา เพื่อให้แผนสุขภาพของคุณเป็นไปได้จริงในแต่ละวัน
- การบันทึกที่ยืดหยุ่น: สามารถบอก AI ได้เลยว่าเราออกกำลังกายอะไรไปแล้วบ้าง แม้จะเป็นการออกกำลังกายสั้นๆ ที่อุปกรณ์อาจจะไม่ได้แทร็กอัตโนมัติ เช่น วิดพื้นหรือสควอท แล้ว AI จะใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์มาปรับกิจกรรมประจำวันของเราให้ถูกต้อง
- ความเข้าใจภาษาธรรมชาติ: AI Coach สามารถเข้าใจคำสั่งหรือข้อมูลที่เราพูดหรือพิมพ์ได้แบบเป็นธรรมชาติ เหมือนกับการใช้ Gemini Live เลย
ดีไซน์และฟังก์ชันที่เน้นความสบาย ไม่รบกวนชีวิตประจำวัน
ในส่วนของฮาร์ดแวร์ ฟิตบิท แอร์ ก็มาแบบเรียบง่ายตามสไตล์ดั้งเดิม มีโมดูลหลักที่สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ ซึ่งเป็นสายแบบตีนตุ๊กแก ทำให้สวมใส่ง่ายและกระชับข้อมือ ที่สำคัญคือมันเบามาก และไม่เกะกะเลย ใครที่ใส่สมาร์ทวอทช์หรือแท็กเกอร์อยู่แล้ว แทบจะไม่รู้สึกเลยว่ากำลังใส่ Fitbit Air อยู่ด้วยซ้ำไป ขนาดของมันก็เล็กกว่า Whoop MG Band ถึงสองในสาม ตัวสายเองก็ไม่ยืดหยุ่นเท่า Whoop แต่ก็ยังใส่สบาย มีสีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Lavender, Berry, Obsidian หรือ Fog ส่วนตัวผู้เขียนรีวิวเลือกสี Lavender ให้เข้ากับ Google Pixel 10a Lavender ของเขา ซึ่งดูเข้ากันดีและให้ความรู้สึกสดใสแบบหน้าร้อน ถ้าใครอยากได้ลุคที่ดูพรีเมียมขึ้น ก็มีสายแบบพิเศษให้เลือกซื้อต่างหากด้วยนะ โดยรวมคือเป็นอุปกรณ์ที่เน้นสไตล์ที่ดูดี ฟังก์ชันครบ และสวมใส่สบายได้ทั้งวันจริงๆ
มุมมองจากเรา: Fitbit Air ตอบโจทย์คนยุคนี้ได้ยังไง?
เรามองว่า Google Fitbit Air เป็นการกลับมาที่น่าสนใจมากๆ ของ Fitbit ที่ผสมผสานความเรียบง่ายแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยี AI อันทรงพลังของ Google ได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่อยากได้อุปกรณ์แทร็กสุขภาพที่ไม่รบกวนชีวิต ไม่ต้องคอยดูหน้าจอแจ้งเตือนตลอดเวลา และเน้นข้อมูลเชิงลึกผ่าน AI Coach ที่ชาญฉลาดในราคาที่เข้าถึงง่าย ฟิตบิท แอร์ ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างดีเลยนะ ส่วนตัวคิดว่าการที่ Fitbit มีประสบการณ์ด้านการแทร็กสุขภาพมานาน และมี Google หนุนหลังเรื่อง AI มันช่วยสร้างความมั่นใจในผลิตภัณฑ์นี้ได้มากเลยทีเดียว การได้ลองใช้แค่ 24 ชั่วโมงแรกก็พบว่ามันดีเกินคาด และเชื่อว่าน่าจะได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานที่มองหาความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับชีวิตจริงได้ไม่ยากเลย
ที่มา: androidpolice.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แอป EQSweep ช่วยจูนเสียงหูฟังบน Android ให้ตรงใจผ่านการไล่คลื่นความถี่
- หลุดสเปกกล้อง Galaxy A38 คาดใช้ชุดเดิมความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
- YouTube Music เพิ่มป้ายกำกับเพลงที่สร้างด้วย AI ใต้ชื่อเพลงแล้ว
- Poco X8s ผ่านการรับรอง กสทช. ในไทยแล้ว ลุ้นเปิดตัวเร็วๆ นี้
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]