Skip to content

จริงเหรอ? หูฟังช่วยให้เรามีสมาธิกับการทำงานได้ดีขึ้นกว่าที่คิด

Do Headphones Make Us Feel More Focused?

หลายคนอาจจะเคยเจอสถานการณ์แบบผม คือต้องทำงานที่ต้องใช้สมาธิมากๆ อย่างเขียนบทความหรือตัดต่อ แต่ดันต้องไปอยู่ในที่ที่วุ่นวายสุดๆ เช่น คาเฟ่ 24 ชั่วโมงที่มีทั้งเสียงคุย เสียงคนเดินไปมา ตอนนั้นผมเหนื่อยมาก แต่ก็ต้องปั่นงานให้เสร็จ พอได้ลองใส่หูฟังเปิดเพลงบรรเลงกลบเสียงรอบข้าง สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ไม่ใช่แค่ทำงานได้นะ แต่ผมกลับมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานได้เกือบ 3 ชั่วโมง แถมงานเสร็จมากกว่าที่คิดอีกต่างหาก นั่นเลยทำให้ผมสงสัยว่าจริงๆ แล้วการที่ หูฟังเพิ่มสมาธิ ให้เราได้นี่ มันมีกลไกอะไรอยู่เบื้องหลังกันแน่

ทำไมเสียงรบกวนถึงทำให้เราหลุดโฟกัส?

จริง ๆ แล้วสมองของเราจะทำงานได้ดีขึ้นถ้าเสียงรอบตัวมันสม่ำเสมอและควบคุมได้ หลายคนอาจคิดว่าเรื่องสมาธิมันอยู่ที่ใจหรือวินัย แต่สิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยเฉพาะเรื่องเสียง มีผลไม่แพ้กันเลยนะ เวลาเราอยู่ในที่ที่คนพลุกพล่าน แม้จะคิดว่าตัวเองกำลังเพิกเฉยต่อเสียงรอบข้างอยู่ แต่สภาพแวดล้อมที่วุ่นวายพวกนี้มันกำลังบั่นทอนพลังงานสมาธิของเราไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว

ลองนึกภาพตามง่ายๆ นะครับ ในคาเฟ่เสียงดังๆ เนี่ย มันไม่มีเสียงอะไรที่สม่ำเสมอเลย ทั้งเสียงคนคุยทับกัน เสียงแก้ว เสียงคนเดิน หรือเสียงอะไรที่ดังขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว สิ่งเหล่านี้แหละที่กลายเป็น ‘การขัดจังหวะเล็กๆ น้อยๆ’ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้สมองเราต้องคอยประมวลผลและกรองเสียงพวกนี้อยู่ตลอด มันเลยทำให้สมาธิเราหลุดไปทีละนิดทีละหน่อย เหมือนมีอะไรมากระตุกความสนใจเราอยู่ตลอดนั่นแหละครับ

หูฟังช่วยสร้าง “เกราะป้องกัน” ให้สมาธิ

ทีนี้พอมาเรื่องหูฟัง มันต่างกันยังไง? หูฟังนี่แหละที่เข้ามาช่วยจัดการกับปัญหาเสียงไม่สม่ำเสมอเหล่านี้ได้ดีมากๆ เพราะมันช่วยสร้างกระแสเสียงที่ ‘สม่ำเสมอ’ และ ‘ควบคุมได้’ ซึ่งพอผมเปิดเพลงบรรเลงเสียงดังหน่อยในหูฟัง เสียงเพลงมันเลยกลายเป็นเหมือนกำแพงบางๆ ที่ช่วยลดผลกระทบจากเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีกว่า

จากงานวิจัยปี 2024 ของ Chee et al. ก็บอกไว้ชัดเจนเลยว่า เสียงที่คาดเดาได้และสม่ำเสมอเนี่ย ไม่ทำให้สมองต้องมานั่งกรองเสียงรบกวนตลอดเวลา ทำให้สมองมีทรัพยากรไปใช้กับงานที่เรากำลังทำอยู่ได้เต็มที่มากขึ้น ไม่เหมือนเวลาที่เราเปิดเพลงผ่านลำโพงนะครับ เพราะลำโพงมันจะกระจายเสียงออกไปในห้อง ทำให้เสียงไปรวมกับเสียงรบกวนอื่นๆ รอบตัว สมองเราเลยต้องทำงานหนักขึ้นไปอีกในการพยายามจะกรองเสียงเหล่านั้นออกไปเพื่อจดจ่อกับสิ่งที่ต้องการ (Kiss & Linnell, 2024) หูฟังจึงไม่ได้แค่เพิ่มเสียง แต่ช่วยให้การโฟกัสง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อความเหนื่อยล้ามาพร้อมสมาธิที่พร่อง

นอกจากเรื่องเสียงแล้ว มันยังมีอีกปัจจัยคือ ‘ความเหนื่อยล้า’ ครับ อย่างที่เล่าไปตอนแรกว่าวันนั้นผมเหนื่อยมาก การมีเสียงดนตรีผ่านหูฟังเนี่ย มันอาจจะช่วยให้สมองตื่นตัวและคงสมาธิไว้ได้ ซึ่งช่วยให้ผมมีพลังงานพอที่จะทำงานต่อไปได้โดยไม่รู้สึกหมดแรงไปซะก่อน

จริงๆ แล้วมีการศึกษาที่พบว่า การมีสิ่งกระตุ้นในระดับที่พอเหมาะ (ไม่มากไปไม่น้อยไป) สามารถช่วยให้คนเรามีสมาธิและทำงานที่ต้องใช้ความสนใจได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในเวลาที่เราเหนื่อยล้าหรือสมองทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว การฟังเพลงที่พอเหมาะผ่านหูฟังเลยอาจจะช่วยให้เราตื่นตัวและโฟกัสได้ดี รักษาพลังงานของเราให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการทำงานจนจบได้นั่นเองครับ

มุมมองจากบรรณาธิการ: สมาธิสร้างได้จากสิ่งรอบตัวไม่ใช่แค่ใจ

จากประสบการณ์ตรงและข้อมูลที่หามา ทำให้ผมเข้าใจว่าเรื่องสมาธิไม่ใช่แค่การพยายามตั้งใจอย่างเดียว แต่สิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ก็มีส่วนสำคัญมากๆ การใช้หูฟังไม่ใช่แค่การฟังเพลง แต่มันคือการสร้าง ‘ขอบเขตทางประสาทสัมผัส’ ที่ช่วยกั้นเราออกจากความวุ่นวายรอบตัว ขอบเขตนี้แหละที่ทำให้เราสามารถจดจ่อกับงานที่อยู่ตรงหน้าได้ยาวนานขึ้น สำหรับผมแล้วมันเหมือนการลงทุนเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีเกินคาดเลยล่ะครับ

ที่มา: psychologytoday.com