Skip to content

Hisense เปิดตัวโปรเจคเตอร์พกพา Vidda LightGo ภาพคมชัดด้วยเลเซอร์ 3 สี พร้อมแบตเตอรี่ในตัว!

Hisense launches Vidda LightGo portable projectors with triple laser tech & 20,000mAh battery

ช่วงนี้ใครที่ชอบทำกิจกรรมนอกบ้าน ไม่ว่าจะกางเต็นท์แคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวหลังบ้าน แล้วอยากมีจอใหญ่ๆ ไว้ดูหนังฟังเพลง คงจะมองหา โปรเจคเตอร์พกพา ดีๆ สักเครื่องใช่ไหมครับ Hisense แบรนด์ดังเขาก็เลยจัดให้ ด้วยการเปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ Vidda LightGo ที่มาพร้อมจุดเด่นเรื่องการพกพาและเทคโนโลยีเลเซอร์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

Vidda LightGo: โปรเจกเตอร์เลเซอร์ 3 สี ที่ไม่ใช่แค่พกพา

จริง ๆ แล้ว โปรเจกเตอร์รุ่นใหม่จาก Hisense ทั้งสองรุ่นนี้คือ Vidda LightGo ตัวมาตรฐาน และรุ่น Plus ที่สว่างกว่าหน่อย เขาออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดคล้ายกับ Xgimi MoGo 4 Laser แต่สิ่งที่แตกต่างและน่าสนใจกว่าคือการเลือกใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ 3 สี (Triple Laser Setup) แทนที่จะเป็นหลอด LED ทั่วไป ซึ่งจุดนี้แหละที่จะช่วยให้ภาพที่ฉายออกมามีคุณภาพที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเรื่องสีสันหรือคอนทราสต์ที่คมชัดขึ้นเยอะเวลาที่เราเอาไปใช้ข้างนอกบ้านที่แสงอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบนัก

สำหรับราคาเปิดตัวในจีน รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 3,899 หยวน หรือประมาณ 570 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนรุ่น Plus ที่สว่างกว่านิดหน่อย ก็จะแพงขึ้นมาอีกหน่อยที่ 3,999 หยวน หรือประมาณ 590 ดอลลาร์สหรัฐฯ ครับ ทั้งสองรุ่นให้ความละเอียดภาพระดับ 1080p ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าทำไมไม่เป็น 4K ไปเลย แต่ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ 3 สีที่ Hisense เลือกใช้ ก็ชดเชยเรื่องความละเอียด 4K ได้ดีทีเดียว ทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวามากๆ ครับ

สเปกและฟีเจอร์เด่นของ Vidda LightGo ที่ต้องรู้

มาดูกันที่สเปกภายในกันบ้างครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ว่า โปรเจคเตอร์พกพา รุ่นนี้มีอะไรเด็ดๆ ซ่อนอยู่

  • ขุมพลังเลเซอร์: ใช้ QuaLas 42 ซึ่งเป็นเอ็นจิ้นเลเซอร์ตัวใหม่ของ Hisense ที่ช่วยให้ภาพสวยงาม
  • ความสว่าง: รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 1300 CVIA lumens ส่วนรุ่น Plus จัดมาให้ 1400 CVIA lumens ซึ่งถือว่าสว่างใช้ได้เลยสำหรับการฉายนอกสถานที่
  • คุณภาพของภาพ: รองรับ HDR10+ และแสดงผลช่วงสี BT.2020 ได้ถึง 110% ทำให้สีสันสดใสสมจริงมากๆ
  • การฉายภาพ: มีเลนส์ซูมออปติคัล 1.0 ถึง 1.3:1 ทำให้เราสามารถฉายภาพขนาด 100 นิ้วได้โดยวางโปรเจกเตอร์ห่างจากผนังหรือจอแค่ประมาณ 2.2 เมตรเท่านั้น
  • ฟีเจอร์อัจฉริยะ: มาพร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ (autofocus) และการแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูอัตโนมัติ (keystone correction) ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาปรับเองเยอะ ไม่ว่าจะวางบนพื้นผิวที่ไม่เรียบก็ฉายภาพได้ตรงเป๊ะ
  • การพกพา: น้ำหนักเบาแค่ 2.1 กก. มีสายสำหรับหิ้ว และขาตั้ง gimbal หมุนได้ 360 องศา ช่วยให้ปรับมุมฉายได้ง่าย
  • แบตเตอรี่: มีแบตเตอรี่ในตัวขนาด 20,000mAh สามารถดูวิดีโอต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งพอดูหนังสั้นๆ ได้เรื่องนึงพอดี แต่ถ้าจะดูหนังยาวหรือดูต่อเนื่องหลายเรื่อง อาจจะต้องพก Power Bank มาช่วยแล้วล่ะครับ
  • ทนทานต่ออุณหภูมิ: จุดนี้เด็ดจริง! เขาบอกว่าใช้งานได้ในอุณหภูมิติดลบได้ถึง -20°C เลยทีเดียว เหมาะกับคนที่ชอบผจญภัยในที่อากาศหนาวๆ
  • ระบบเสียง: มีลำโพง 7W สองตัว พร้อมรองรับ Dolby Atmos ให้เสียงกระหึ่มใช้ได้
  • ซอฟต์แวร์: รันบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ผนวกกับ DeepSeek และ AI ของ Hisense เอง ทำให้สามารถสั่งงานด้วยเสียงและสตรีมมีเดียต่างๆ ได้
  • การเชื่อมต่อ: มีพอร์ต HDMI ที่รองรับ VRR และ ALLM ซึ่งเป็นประโยชน์มากถ้าเราอยากจะต่อเครื่องเล่นเกมคอนโซลเพื่อเล่นเกมบนจอใหญ่ๆ

มุมมองจากบรรณาธิการ: โปรเจกเตอร์พกพารุ่นนี้เหมาะกับใคร?

สำหรับเรามองว่า Hisense Vidda LightGo ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่มองหา โปรเจคเตอร์พกพา คุณภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของภาพและสีสันที่สดใส จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีเลเซอร์ 3 สีที่เขาเลือกใช้ มันช่วยยกระดับประสบการณ์การรับชมได้ดีกว่าโปรเจกเตอร์พกพาทั่วไปเยอะเลย ยิ่งถ้าใครที่ชอบเอาไปตั้งแคมป์ ดูหนังกลางแจ้ง หรือจัดกิจกรรมนอกบ้านบ่อยๆ ฟีเจอร์แบตเตอรี่ในตัวและความทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็นก็นับเป็นจุดแข็งที่ตอบโจทย์มากๆ ครับ ส่วนเรื่องราคา ถ้าเทียบกับคุณภาพที่ได้ ก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะครับ อาจจะต้องเตรียม Power Bank เพิ่มนิดหน่อยถ้าจะดูหนังมาราธอน แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นแกดเจ็ตที่เพิ่มสีสันให้ชีวิตนอกบ้านได้ดีเลยทีเดียว.

ที่มา: gizmochina.com