มือถือราคาต่ำกว่า 4,000 บาท ในปัจจุบันหลายรุ่นทำมาดีมาก โดยเฉพาะรุ่นที่เราจะรีวิวให้ชมกัน นั้นคือ Huawei Y6s มือถือ Android ในราคา 3,999 บาทจากหัวเว่ย สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากกลุ่ม Y Series จิ๋วแต่แจ๋ว สเปคคุ้มจุใจ จอขนาดใหญ่เต็มตาแบบ Dewdrop FullView Display ระดับ HD+ ขนาด 6.09 นิ้ว ชิปเซ็ต Mediatek Helio P35 MT6765 หน่วยประมวลผลกราฟิก PowerVR GE8320 แรม 3GB และหน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 512GB

Y6s วางขายในไทยไปช่วงต้นปีธันวาคม 2562 ณ หัวเว่ย แบรนด์ ช้อป, ร้านค้าออนไลน์ และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ Starry Black และสีน้ำเงิน Orchid Blue

หน้าจอแสดงผล TFT LCD(IPS)แบบหยดน้ำ Dewdrop FullView Display ขนาด 6.09 นิ้ว ความละเอียด HD+ 720 x 1560 พิกเซล (ความละเอียดที่วัดได้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาตรฐานด้วยการออกแบบมุมโค้งมนบนจอแสดงผลของหยดน้ำพิกเซลที่มีประสิทธิภาพจะน้อยลง) อัตราส่วนการแสดงผล 19.5:9

ด้วยการออกแบบมุมโค้งมนบนหน้าจอแสดงผลแบบหยดน้ำ ความยาวหน้าจอเมื่อวัดผ่านเส้นทแยงมุมเท่ากับ 6.088 นิ้วเมื่อวัดตามสี่เหลี่ยมมาตรฐาน (พื้นที่หน้าจอแสดงผลมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย) มีโหมดการป้องกันแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายด้วยหน้าจอที่ผ่านการรับรองTÜV Rheinland ปกป้องดวงตาของคุณจากทุกมุมมอง

กล้องหน้าแบบหยดน้ำ ความละเอียด 8 MP รูรับแสง f/2.0 ถัดขึ้นไปจากกล้องจะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา ซึ่งอยุ่เนื้อหน้าจอขึ้นไปเล็กน้อย ด้วยความที่รุ่นนี้ไม่ใช่รุ่นที่เน้นหน้าจอขอบบาง จึงทำให้มีพื้นที่ในการวางตำแหน่งลำโพงสนทนาได้เพียงพอ เสียงขณะคุยก็เสียงดัง ฟังชัดเจน

ปุ่มควบคุมแบบสัมผัส สามารถปรับแต่งปุ่ม สลับไปมาได้เอง หรือถ้าต้องการพื้นที่แสดงผลหน้าจอที่มากขึ้นก็สามารถเปลี่ยนไปการควบคุมด้วยท่าทางแทน แถบปุ่มควบคุมด้านล่างก็จะหายไป สามารถแสดงผลได้เต็มพื้นที่จอ

ด้านล่างเป็นลำโพงของตัวเครื่อง มาพร้อมเทคโนโลยี Super Linear Speaker และระบบ smart PA ให้คุณภาพเสียงที่ทรงพลัง มอบเสียงเบสที่ลึกและเสียงย่านแหลมมากขึ้นแม้ในเปิดเสียงดัง เสียงก็ไม่แตก เท่าที่ลองฟังเสียงดีทีเดียวเมื่อเทียบกับมือถือในราคาระดับเดียวกัน

ส่วน Port เชื่อมต่อยังคงใช้ micro USB2.0 ในการชาร์จ อีกด้านจะเป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนา

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่สอง การเชื่อมต่ออื่นๆ รองรับ Bluetooth 4.2 และ Wi-Fi 802.11 b/g/n, 2.4 GHz, รองรับ Wi-Fi direct

รองรับการทำงาน 2 ซิมพร้อมกัน ใช้ 4G LTE ได้ทั้งสองซิม ที่สำคัญเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 512GB โดยไม่ต้องถอดซิมที่สองออก

ตัวเครื่องหนาแค่ 8 มม. เท่านั้น น้ำหนัก 150 กรัม ตัวเครื่องจับถือถนัดมือ ขอบด้านล้างเป็นแบบโค้งมนรับกับมือพอดี ปุ่มเปิดเครื่อง เปิดเครื่องจะอยุ๋ด้านขวามือ ถัดขึ้นไปเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

ด้านหลังทำจากพลาสติก งานประกอบแน่นหนาแข็งแรงและวัสดุดี มาพร้อมกับฝาหลังแบบ 2 โทน แบ่งเป็นส่วนบนและส่วนกึ่งกลางลงไปล่าง ด้านบนตัวเครื่องเป็นพิวมันวาวดูสวยหรู ส่วนด้านล่างเป็นพิวแบบด้าน จับถนัดมือและไม่เกิดคราบลอยนิ้วมือเวลาถือ

แบตเตอรี่ให้มา 3020 mAh พร้อมการเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่อัจฉริยะ ทำให้ซอฟต์แวร์มีการทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ เพื่อให้โทรศัพท์สามารถจัดการพลังงานได้ดีขึ้น สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED มี Auto Focus รูรับแสงกว้าง f/1.8 พร้อมแสงสว่างมากขึ้นถึง 50% คุณภาพและความคมชัดในภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยมที่คุณจะได้รับไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน

ตัวกล้องนูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย ถ้าใส่เคสก็จะปิดตัวเลนส์กล้องพอดี หายห่วง

ระบบสแกนนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง วางตำแหน่งที่ตรงกลางเครื่องพอดี ถ้าเคยใช้มือถือที่มีสแกนนิ้วอยู่หลังเครื่องก็ปรับตัวไม่ยาก ตำแหน่งพอดีกับนิ้วชี้ทั้งซ้ายและขวา การตั้งค่าใช้งานง่ายมากๆ เซ็นเซอร์สแกนติดเร็ว วิธีใช้งานก็ง่าย เท่าที่ลองใช้แค่แตะนิ้วก็สแกนติดทันที ความเร็วประมาณ 1 วินาที อาจจะไม่เร็วเท่ามือถือเรือธง แต่ใช้งานได้ดี ไม่หน่วง และสแกนติดทุกครั้ง

ซอฟท์แวร์

Huawei Y6s มาพร้อมกับ Android 9 Pie และครอบทับด้วย EMUI 9.1 ซึ่งเป็นอินเตอร์เฟสเวอร์ชั่นล่าสุดของ Huawei ออกแบบมาให้มีความเรียบง่าย สวยงาม ใช้งานสะดวก ทำงานได้อย่างลื่นไหล ไม่หน่วง ไม่กระตุก  เท่าที่ใช้งานพบว่าการตอบสนองดี สลับแอพไปมาได้เร็วระดับนึง มีความหน่วงเล็กน้อยตามสเปกของตัวเครื่อง แต่ไม่น่าเกลียด แค่รู้สึกว่าบางจังหวะไม่ทันใจ อาจจะเพราะปกติใช้ P30 Pro ซึ่งมันสลับแอพไปมาได้เร็วมาก

ที่สำคัญหัวเว่ยมีการปล่อยอัพเดทให้เป็นระยะ ๆ ซึ่งตั้งแต่ใช้งานมีอัพเดทเรื่องความปลอดภัยไปแล้ว 2 ครั้งด้วยกัน

ในแง่ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยของตัวเครื่องให้มาครบทั้งปลดล็อคแบบสแกนนิ้วมือที่อยู่ด้านหลังเครื่อง และปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า การตั้งค่าสะดวกง่ายดาย สแกนติดง่ายมากมากๆ ทั้งสแกนนิ้วมือและสแกนใบหน้า การตั้งค่าของสแกนใบหน้าทำได้ง่าย ใส่แว่นตั้งค่าและปลดล็อคโดยการใส่แว่นตาได้เลย ความเร็วอยุ่ในระดับที่น่าพอใจ แต่มีข้อเสียถ้าแสงไม่พอก็จะสแกนไม่ติด

สแกนนิ้วมือเองก็ตั้งค่าง่าย เพิ่มได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ สามารถใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ต่างๆได้หลากหลาย เช่นใช้ควบคุมการถ่ายภาพ ใช้แทนการกดรับสาย กดปิดนาฬิกาปลุก หรือปัดแถบแจ้งเตือนสถานะ

การสแกนใบหน้าและสแกนนิ้วสามารถใช้ทำงานควบคู่กับฟีเจอร์อื่นๆ เช่น ตู้นิรภัย สำหรับเก็บไฟล์ที่ต้องการให้เป็นความลับ มีแค่เราที่มองเห็น และสามารถเปิดดูได้ หรือล็อคแอพที่ต้องการให้เพียงแค่เราเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้

ปุ่มควบคุมที่สามารถตั้งค่าได้หลากหลาย ยกตัวอย่างผมจะถนัดให้ปุ่มย้อนกลับอยู่ขวาสุด เพราะชินกับมือถือรุ่นอื่นที่ใช้งานอยู่ก่อนหน้า ก็สามารถตั้งค่าได้ แต่ถ้าใครอยากให้แถมเมนูควบคุมด้านล่างหายไป เพื่อให้ได้พื้นที่หน้าจอที่เยอะขึ้น ก็มีฟังก์ชั่นให้ปิดแถบเมนูควบคุมเปลี่ยนไปใช้การควบคุมผ่านท่ทาทางแทนได้

หน่วยความจำ 64GB เพียงพอต่อการใช้ง่ายแน่นอน หากยังไม่พอก็เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 512GB โดยไม่กระทบต่อซิมที่สอง นอกจากนั้นก็สามารถใช้งาน Google Drive และ Google Photo สำหรับเก็บไฟล์และสำรองข้อมูลรูปภาพและวีดีโอได้

ในรุ่น Y6s จะมี Google Play Services มาให้ครบครั่น ไม่ต้องกังวลว่าซื้อมาแล้วจะใช้งานแอพที่คุ้นเคยไม่ได้ มี Play Store ให้ใช้งาน โหลดแอพ ติดตั้งแอพ อัพเดทแอพ ซ์้อแอพได้ทุกตัว เหมือนมือถือทั่วไปเลย

อย่างที่บอกว่าตัวเครื่องสามารถใช้งาน Google Play Services สามารถเพิ่ม Google Account ได้จากหน้าบัญชีเหมือนมือถือทั่วไปเลย ใช้งาน Google Map ได้เต็มฟีเจอร์ จัดการ Account ได้ทุกอย่าง

มีฟีเจอร์สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพตัวเครื่องให้ทำงานได้เต็มที่ เช่นลบขยะ ปิดแอพที่ไม่จำเป็น

แอพ HiCare เป็นแอพสำหรับอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับผู้ใช้งานมือถือของ Huawei มีฟีเจอร์สำหรับการตรวจเช็คความผิดปกติของตัวเครื่อง มีข้อมูลศูนย์บริการ เช็คราคาอะไหล่ ดูสิทธิประโยชน์ ติดตามความคืบหน้าการซ่อม หรือสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

AppGallery เป็นมือแหล่งดาวน์โหลดธีม แบบอักษร วอลเปเปอร์ เกม และแอพพลิเคชั่น ที่ Huawei รวบรวมมาไว้ให้ มีทั้งแบบเสียเงินและฟรี

การจัดการแบตเตอรี่ทำได้ดี ในภาพจะเห็นว่าเปิดเครื่องมาแล้ว 1 วัน 15 ชั่วโมง หน้าจอถูกเปิดใช้งานนิดหน่อย สแตนบายซะเยอะ แต่ก็ถือทำว่าได้ดี

มีแอพ Google Chrome และ Youtube ติดตั้งมาให้ในเครื่องตั้งแต่โรงงาน พร้อมใช้งาน และสามารถอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ได้เรื่อยๆ การแสดงผลภาษาไทย และการเล่นเว็บด้วย Google Chrome ทำได้ดีมาก ลื่นไหนไม่มีสะดุด โหลดหน้าเว็บได้เร็ว แสดงผลถูกต้อง เวลาเลื่อนหน้าจอมีหน่วงเล้กน้อย โดยเฉพาะหน้าเว็บที่มีกราฟฟิกหรือข้อมูลเยอะ ๆ

ในแง่การรับชอบหนัง ฟังเพลงทำได้ดี เสียงลำโพงดัง โทนเสียงเน้นออกไปทางเสียงกลาง มีเสียงเบสพอได้ยินเล็กน้อย เสียงแหลมจัดเจน ไม่กลบเสียงอื่น และเปิดเสียงดังลำโพงก็ไม่แตก

หากเราเป็นสมาชิก Youtube Premium อยู่แล้ว และล้อคอินด้วย Google Account เดียวกัน ก็สามารถใช้ Youtube Premuim บน Y6s ได้เลย ใช้ได้ครบทุกฟังก์ชั่นที่มี ไม่ว่าจะเป็น Youtube Music หรือการเล่นวีดีโอแบบปิดหน้าจอ

ในแง่การเล่นเกม ได้ทดสอบกับเกม Garena Free Fire ตัวเกมแนะนำให้ปรับความละเอียดกราฟฟิกระดับกลาง ภาพดูโอเค ไม่ถึงกับแตกมาก การตอบสนองทำได้ดี ไม่ถึงกับลื่น แต่ก็ไม่ได้หน่วงจนกระตุก หรือเล่นไม่ได้ ส่วนตัวคิดว่าตังเครื่องไม่ได้ออกแบบมาให้เล่นได้ได้แต่ตั้งแต่แรก ด้วยสเปกและราคา จึงไม่ควรจะคาดหวังว่าจะเล่นเกมได้ดีเทียบเท่ารุ่นที่แพงกว่า แค่เล่นได้ก็ถือว่าโอเคแล้ว

มาพร้อมกับชิป Mediatek Helio P35 MT6765 Octa-Core 2.3 GHz (4 x Cortex-A53 Based 2.3 GHz + 4 x Cortex-A53 Based 1.8 GHz) ชิปกราฟฟิก PowerVR GE8320‎ แรม 3GB หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้อีก 512GB มีเทคโนโลยี EROFS ยังสามารถบีบอัดไฟล์ที่ติดตั้งในเครื่องให้ขนาดที่เล็กลงโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้มากกว่าเดิมถึง 2GB สำหรับให้ใช้งานในในแอพอื่น ๆ

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

REVIEW OVERVIEW
มือถือราคา 4,000 ที่โคตรคุ้ม
กล้องหลังดีงาม เกินราคา
ดีไซน์สวย บางจับถนัดมือ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here