Skip to content

iPhone 17 Pro ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนชาร์จเร็วสุด จากผลทดสอบ CNET ที่เหนือกว่าคู่แข่งหลายรุ่น

iPhone 17 Pro Named Fastest-Charging Smartphone

จริง ๆ แล้วหลายคนอาจจะแปลกใจเหมือนกัน ที่ล่าสุด CNET เว็บไซต์รีวิวเทคโนโลยีชื่อดัง ออกมาเผยผลทดสอบการชาร์จแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนกว่า 33 รุ่น ซึ่งผลปรากฏว่า iPhone 17 Pro ได้รับการยกให้เป็นมือถือที่ชาร์จเร็วที่สุดโดยรวม! แม้ว่า Apple จะไม่ใช่ค่ายที่เน้นเรื่องความเร็วในการชาร์จเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนรุ่นนี้จะมีอะไรน่าสนใจที่ทำให้แซงหน้าคู่แข่งไปได้

อะไรทำให้ iPhone 17 Pro ชาร์จเร็วเหนือคาด?

สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ iPhone 17 Pro ทำคะแนนรวมได้ดีขนาดนี้ ส่วนหนึ่งต้องบอกว่ามาจากการที่มันมีแบตเตอรี่ขนาด 4,252mAh ซึ่งถือว่าค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับเรือธงของค่ายอื่น ๆ ที่มักจะให้มา 5,000mAh หรือมากกว่านั้น พอแบตเตอรี่ความจุไม่มาก ก็ใช้เวลาในการเติมประจุให้เต็มได้เร็วกว่าในเชิงสัมบูรณ์ครับ

นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังรองรับการชาร์จแบบมีสายที่ 40 วัตต์ และการชาร์จไร้สาย Qi2.2 ที่ 25 วัตต์ ซึ่ง CNET ชี้ว่ามันเป็นส่วนผสมที่ลงตัว อย่างไรก็ตาม การชาร์จเร็วก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเรื่องแบตเตอรี่นะ เพราะปัจจัยอย่างประสิทธิภาพชิปประมวลผล (ในรุ่นนี้ใช้ A19 Pro เหมือนกับ 17 Pro Max) และการจัดการซอฟต์แวร์ก็สำคัญไม่แพ้กัน และสำหรับการใช้งานยาวนาน จริง ๆ แล้ว iPhone 17 Pro Max ยังคงทำได้ดีกว่าในแง่ของความอึดของแบตเตอรี่

เจาะลึกผลทดสอบ: ใครชาร์จได้เท่าไหร่ใน 30 นาที?

CNET ทดสอบโดยเริ่มจากแบตเตอรี่ที่ 10% หรือน้อยกว่านั้นเป็นเวลา 30 นาที โดยใช้สายชาร์จและอะแดปเตอร์ที่มากับเครื่องหรือที่รองรับความเร็วสูงสุดของแต่ละรุ่น ส่วนการชาร์จไร้สายก็ทำแบบเดียวกัน ผลลัพธ์ที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ

  • การชาร์จแบบมีสาย:
    • Samsung Galaxy S26 Ultra: อันดับ 1 ชาร์จได้ 76% (ที่ 60 วัตต์) ถือเป็นรุ่นที่เร็วที่สุดของ Samsung เท่าที่เคยมีมา
    • iPhone 17 Pro: อันดับ 2 ชาร์จได้ 74% (ที่ 40 วัตต์) ซึ่งได้เท่ากับ Motorola Moto G Stylus (2025)
    • OnePlus 15: ชาร์จได้ 72% (แบตเตอรี่ 7,300mAh แบบ Silicon-carbon, ที่ 80 วัตต์)
    • iPhone 17, iPhone 17 Pro Max, Samsung Galaxy S25 FE: ชาร์จได้ 69% เท่ากัน
  • การชาร์จแบบไร้สาย:
    • iPhone 17 Pro: อันดับ 1 ชาร์จได้ 55%
    • iPhone 17 Pro Max: 53%
    • iPhone 17: 49%
    • iPhone Air: 47%
    • Samsung Galaxy S26 Ultra: 39%

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Apple มีประสิทธิภาพการชาร์จที่สม่ำเสมอที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 54.6% ในกลุ่ม iPhone 17 ทั้งสี่รุ่นและ iPhone Air ขณะที่ Samsung มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 38.5% จากการทดสอบ 9 รุ่น

เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต: Silicon-Carbon กำลังมา?

ในบรรดามือถือที่ทำผลงานได้ดีในการทดสอบ บางรุ่นเริ่มใช้แบตเตอรี่แบบ Silicon-carbon ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ขั้วแอโนดแบบซิลิคอนแทนกราไฟต์ ทำให้สามารถเพิ่มความจุและอัตราการชาร์จได้เร็วขึ้น อย่างเช่นใน OnePlus 15 ที่ชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 7,300mAh ได้ 72% ในเวลา 30 นาทีด้วยที่ชาร์จ 80 วัตต์เฉพาะของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี Silicon-carbon ในสหรัฐฯ ตอนนี้ยังจำกัดอยู่แค่ในแบรนด์อย่าง OnePlus, RedMagic และ Poco เท่านั้น ส่วนค่ายใหญ่อย่าง Apple, Samsung และ Google ยังไม่ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเองครับ

มุมมองของเราต่อเรื่องนี้: ชาร์จเร็วสำคัญแค่ไหนในโลกวันนี้?

สำหรับเราแล้ว การที่ iPhone 17 Pro สามารถทำคะแนนเป็นอันดับหนึ่งในด้านการชาร์จเร็วโดยรวมได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน Apple อย่างมาก หลายคนอาจจะคิดว่าแบตเตอรี่ที่ความจุไม่เยอะจะทำให้ใช้งานได้ไม่นาน แต่ผลทดสอบก็ชี้ให้เห็นว่า iPhone 17 Pro Max ยังคงครองแชมป์เรื่องความอึดอยู่ดี ซึ่งมันสะท้อนว่า Apple เลือกที่จะปรับสมดุลระหว่างความเร็วและความอึดให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละรุ่น การที่มือถือชาร์จได้เร็วขึ้นไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข แต่หมายถึงความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ที่เราสามารถเติมพลังให้มือถือได้ทันท่วงทีเมื่อต้องการ

ที่มา: macrumors.com