Skip to content

ไมโครไบโอมในร่างกาย กับความเสี่ยงเรื่องสุขภาพจิต: จุลินทรีย์ตัวจิ๋วที่อาจส่งผลใหญ่กว่าที่คิด

A Microbial Signature for Suicidal Tendencies

จริง ๆ แล้วทุกวันนี้ชีวิตเราก็มีแต่เรื่องให้เครียดเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเงิน อนาคตที่ไม่แน่นอน หรือแม้แต่ปัญหาโรคระบาดต่าง ๆ นานา แต่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่า นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว ตัวเราเองยังมี “จุลินทรีย์” หรือ ไมโครไบโอม ที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของเราได้มากกว่าที่คิด

ล่าสุดมีงานวิจัยที่น่าสนใจออกมาเผยแพร่เมื่อไม่นานนี้ ซึ่งพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้อาจจะมีความสัมพันธ์กับภาวะความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชนอายุ 18-29 ปี ที่การฆ่าตัวตายกลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองเลยทีเดียว

จุลินทรีย์ในช่องปาก: สัญญาณแรกเริ่มที่น่าจับตา

มีการศึกษาจากจีนที่ทำกับนักเรียนมัธยมปลาย พบความเชื่อมโยงระหว่างจุลินทรีย์ในช่องปากกับความคิดอยากฆ่าตัวตายอย่างมีนัยสำคัญ ทีมวิจัยได้เปรียบเทียบเด็กที่มีความคิดฆ่าตัวตาย 45 คน กับเด็กกลุ่มควบคุมที่สุขภาพดีอีก 45 คน

  • ในกลุ่มเด็กที่มีความคิดฆ่าตัวตาย: พบจุลินทรีย์อย่าง Enterobacter, Escherichia, Shigella, และ Parabacteroides ในช่องปากสูงกว่า
  • ในกลุ่มเด็กสุขภาพดี: กลับพบ Rikenellaceae และ Alistipes สูงกว่า

ที่สำคัญคือ กลุ่มเด็กที่มีความคิดฆ่าตัวตายนั้นมีความหลากหลายทางจุลินทรีย์ในช่องปากต่ำกว่าอย่างชัดเจน ซึ่งภาวะที่ความหลากหลายของจุลินทรีย์ลดลงนี้ เรียกว่า dysbiosis และถือเป็นสัญญาณสำคัญที่เชื่อมโยงกับแนวโน้มความคิดฆ่าตัวตาย แม้ว่าการศึกษาเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์โดยตรงว่าเป็นสาเหตุ แต่ก็ชี้ให้เห็นว่าระบบนิเวศจุลินทรีย์ที่สมดุลนั้นสำคัญแค่ไหน

ลำไส้ก็เกี่ยว! ไมโครไบโอมกับกลไกซับซ้อนของสมอง

ไม่ใช่แค่ในปากเท่านั้นนะ มีอีกหนึ่งงานวิจัยจากอิหร่านก็พบความเชื่อมโยงระหว่างจุลินทรีย์ในลำไส้กับความคิดฆ่าตัวตายเช่นกัน ซึ่งก็คล้ายกับงานวิจัยในช่องปาก คือพบว่าผู้ที่มีความคิดฆ่าตัวตายนั้นมีความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้ลดลง

ทีมวิจัยยังระบุจุลินทรีย์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความคิดฆ่าตัวตาย ได้แก่ Fusicatenibacter, Hungatella, Veillonella, และ Megasphaera ในทางกลับกัน ก็พบจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพจิต เช่น Clostridium, Butyricicoccus, Desulfovibrio piger, และ Parabacteroides merdae

จุลินทรีย์ที่ดีเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการผลิตกรดไขมันสายสั้น อย่าง Butyrate ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีสำหรับเซลล์ผนังลำไส้ แถมยังเดินทางไปยังสมอง ช่วยกระตุ้นการเติบโตของเซลล์ประสาทใหม่ ปรับปรุงความจำ การรับรู้ และอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ด้วย

นักวิจัยยังได้ทดสอบสมมติฐานที่เรียกว่า “ภาวะลำไส้รั่ว” (leaky gut) ซึ่งหมายถึงรอยรั่วเล็ก ๆ ที่ผนังลำไส้ ที่อาจทำให้สารพิษและจุลินทรีย์บางชนิดเข้าสู่กระแสเลือดได้ และพวกเขาก็พบหลักฐานของความเสียหายของลำไส้ในผู้ป่วยที่เคยพยายามฆ่าตัวตายด้วย

ถ้าลำไส้รั่ว ระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำงานหนัก เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเมื่อสมองรับรู้ถึงการอักเสบนี้ ก็จะตอบสนองด้วยความวิตกกังวล ซึ่งภาวะอักเสบเรื้อรังนี้เองที่อาจทำให้เกราะป้องกันสมองอ่อนแอลง และอาจนำไปสู่ความผิดปกติของสมองที่รุนแรงได้ รวมถึงโรคจิตเภทด้วยซ้ำ

จริง ๆ แล้วประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ฆ่าตัวตายมักมีภาวะทางจิตเวชอยู่ก่อนแล้ว นักวิจัยพบว่าแบคทีเรียต้านการอักเสบอย่าง Faecalibacterium ก็ลดลงในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และมีการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียในผู้ป่วยโรคจิตเภทและโรคจิต ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้เกี่ยวกับแกนลำไส้-สมอง

ปรับสมดุลไมโครไบโอม เพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้น

แม้ว่างานวิจัยเหล่านี้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจุลินทรีย์เป็นสาเหตุโดยตรง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะคิดว่าการปรับปรุงไมโครไบโอมให้ดีขึ้นจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและลดความคิดอยากทำร้ายตัวเองได้

จุลินทรีย์ที่ดีต่ออารมณ์ของเรา หรือที่เรียกว่า psychobiotics ชอบอะไรบ้าง? หลัก ๆ เลยคือ

  • ไฟเบอร์สูง: จากผักผลไม้ต่าง ๆ
  • อาหารหมักดอง: เช่น กิมจิ โยเกิร์ต คอมบูชา (แต่ต้องเป็นแบบที่ไม่เติมน้ำตาลมากเกินไปนะ)

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ที่หลายคนเชื่อว่าช่วยให้มีชีวิตยืนยาวและมีความสุข ส่วนสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ก็คือแอลกอฮอล์และยาเสพติดบางชนิด เพราะอาจทำให้ภาวะลำไส้รั่วยิ่งแย่ลง

เราควบคุมพันธุกรรมไม่ได้ ควบคุมสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียดไม่ได้มากนัก แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงและดูแลจุลินทรีย์ในร่างกายของเราได้นะ การดูแลจุลินทรีย์ในร่างกายนั้นแทบไม่มีค่าใช้จ่าย และมีประโยชน์มหาศาล อย่างที่งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็น คือมันอาจช่วยรักษาชีวิตได้เลยทีเดียว

สรุปแล้ว… การดูแลจุลินทรีย์ สำคัญกับสุขภาพจิตแค่ไหน?

จากมุมมองของบรรณาธิการ ผมมองว่าเรื่องของ ไมโครไบโอม กับสุขภาพจิตเป็นอะไรที่น่าจับตามาก ๆ เพราะมันเปิดมิติใหม่ของการดูแลตัวเองที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป จริง ๆ แล้วร่างกายของเราซับซ้อนกว่าที่เราคิดเยอะ และนี่คือข้อพิสูจน์ว่าแม้แต่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในตัวเราก็ส่งผลใหญ่หลวงได้เหมือนกัน สำหรับผู้อ่านที่กำลังเผชิญกับความเครียดหรือรู้สึกไม่สบายใจ การปรับปรุงพฤติกรรมการกินเพื่อส่งเสริมจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้และช่องปาก ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าลองและควรให้ความสำคัญ เพราะมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสุขภาพจิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนก็เป็นได้ครับ

ที่มา: psychologytoday.com