Skip to content

“หยุดดมกลิ่นกุหลาบ” บ้าง… ทำไมการใช้ชีวิตแบบอยู่กับปัจจุบันถึงส่งผลดีต่อความสัมพันธ์?

How Stopping to Smell the Roses Benefits Relationships

จริง ๆ แล้วหลายคนอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “หยุดดมกลิ่นกุหลาบเสียบ้าง” (Stop to smell the roses) ซึ่งไม่ได้หมายถึงให้ไปดมดอกกุหลาบจริง ๆ จัง ๆ หรอกนะ แต่เป็นกุศโลบายให้เราลองหยุดพัก ใช้เวลาดื่มด่ำกับสิ่งรอบตัวในห้วงขณะนั้น ๆ หรือที่เรียกว่า อยู่กับปัจจุบัน ให้มากขึ้นนั่นแหละครับ คุณผู้อ่านหลายคนอาจจะคิดว่ามันเกี่ยวอะไรกับความสัมพันธ์กันนะ? แต่วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังว่าแค่การปรับมุมมองง่าย ๆ แค่นี้ มันส่งผลดีต่อชีวิตคู่และตัวเราเองได้ยังไง

ทำไมการ “อยู่กับปัจจุบัน” ถึงสำคัญกว่าที่คิด?

ปกติแล้วเวลาที่เรายุ่ง ๆ กับชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว สารพัดจะเข้ามา บางทีเราก็ลืมไปว่าการหยุดพักแล้วมองสิ่งรอบตัวบ้างมันสำคัญแค่ไหน จริง ๆ แล้วหลักคิดเรื่องการ อยู่กับปัจจุบัน หรือที่ในทางจิตวิทยาเรียกว่า present-focused เนี่ย ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกดี ๆ เฉย ๆ นะครับ แต่มันมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าคนที่ใช้ชีวิตแบบโฟกัสกับปัจจุบัน จะมีแนวโน้มที่จะมีความสุขและมีสุขภาพจิตที่ดีกว่า

ลองนึกภาพดูสิครับ เวลาที่ภรรยาของผม (คุณ Shannon) กับผม ได้ออกไปเห็นดอกไม้บาน นกกลับมาทำรัง หรือแม้แต่ได้ยินเสียงกบฤดูใบไม้ผลิร้อง มันเป็นโมเมนต์เล็ก ๆ ที่เติมเต็มพลังงานให้เราได้เยอะมากเลยนะ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเวลาหรือแม้แต่จะคิดที่จะ “หยุดดมกลิ่นกุหลาบ” ได้ตลอดเวลาหรอกครับ บางทีเราก็มีเรื่องที่ต้องทำเยอะแยะไปหมด จนมองข้ามสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ไป

เมื่อจังหวะชีวิตไม่ตรงกัน: จุดชนวนความขัดแย้งในความสัมพันธ์

จริง ๆ แล้วเรื่องของ “โฟกัสทางเวลา” (time focus) ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันเลยครับ บางคนชอบย้อนวันวาน คิดถึงเรื่องอดีต บางคนก็เป็นพวกวางแผนอนาคตจ๋า ส่วนบางคนก็ชอบที่จะ อยู่กับปัจจุบัน แบบสุด ๆ เลย ซึ่งนี่แหละครับที่น่าสนใจ เพราะงานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าความคล้ายคลึงกันในทัศนคติและแนวทางการใช้ชีวิตเนี่ย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาวและมีความสุข

ลองจินตนาการดูนะ ถ้าคุณเป็นคนประเภทที่ชอบ “หยุดดมกลิ่นกุหลาบ” ชื่นชมสิ่งรอบตัวในปัจจุบัน แต่คู่ของคุณกลับเป็นคน “มองอนาคต” สุด ๆ เป็นพวกชอบจัดการงานทุกอย่างให้ลุล่วง แบบนี้แหละครับที่อาจจะเกิดปัญหาได้ง่าย ๆ เลย

อย่างเช่น ตอนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ คุณอาจจะชอบเดินดูงานศิลปะ อ่านป้ายข้อมูลทุกรายละเอียดอย่างตั้งใจ แต่คู่ของคุณที่มองไปข้างหน้าตลอดเวลา อาจจะเดินล่วงหน้าไปไกลแล้ว คอยมองนาฬิกา คอยกังวลเรื่องรถติด หรือเรื่องต้องกลับไปทำอาหารเย็นต่อ พอจังหวะการใช้ชีวิตมันไม่ตรงกันแบบนี้ ความเครียดและความขัดแย้งก็อาจจะตามมาได้ไม่ยากเลยนะ

มุมมองจากเรา: การอยู่กับปัจจุบันกับการปลูกฝังความรักให้งอกงาม

สำหรับผมแล้ว การ อยู่กับปัจจุบัน มันไม่ใช่แค่การดูแลตัวเองให้มีความสุขเท่านั้นนะ แต่มันคือการลงทุนกับความสัมพันธ์ของเราด้วยครับ การที่ทั้งคู่ได้เรียนรู้ที่จะหยุดพัก ชื่นชมสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัวไปด้วยกัน มันเหมือนกับการที่เราได้รดน้ำพรวนดิน “สวนแห่งความรัก” ของเราไปพร้อม ๆ กันแบบไม่รู้ตัวเลย

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกสถานการณ์ที่จะทำแบบนั้นได้ บางทีชีวิตก็เร่งรีบจนเราไม่มีทางเลือก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีโอกาส ลองให้เวลาตัวเองและคู่รักได้ “หยุดดมกลิ่นกุหลาบ” บ้างนะครับ อาจจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้คุยกันจริง ๆ ได้มองตากัน หรือแค่ได้เห็นอะไรสวย ๆ งาม ๆ ด้วยกัน

สิ่งเหล่านี้แหละครับ ที่จะช่วยเติมเต็มทั้งตัวเราและกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นได้ ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเลย แค่ “อยู่กับปัจจุบัน” ให้มากขึ้น ความสัมพันธ์ของเราก็จะเบ่งบานและแข็งแรงขึ้นได้เองแหละครับ

ที่มา: psychologytoday.com