จริง ๆ แล้วหลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อบริการ Qobuz สตรีมเพลง คุณภาพสูงนี้มาบ้าง แต่ก็อาจจะไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก จนกระทั่งช่วงหลัง ๆ ที่เราเริ่มเห็นปัญหาของแอปสตรีมเพลงเจ้าใหญ่ ๆ อย่าง Spotify ที่เริ่มมีเพลงจาก AI มากเกินไป คุณภาพเสียงก็ยังไม่สุด หรือค่าสมัครสมาชิกก็ดูจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บางคนถึงกับต้องหันมามองหาทางเลือกใหม่ ๆ อย่าง Tidal กันมากขึ้น ซึ่งตัวผู้เขียนบทความต้นฉบับเองก็เป็นหนึ่งในนั้น และล่าสุดก็ค้นพบว่า Qobuz นี่แหละคือสิ่งที่ตามหามาตลอด!
ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเคยใช้ Spotify Premium มานานถึง 10 ปี แต่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะเบื่อ AI Slop หรือเพลงที่สร้างโดย AI ที่ไร้คุณภาพ ราคาแพง คุณภาพเสียงก็ธรรมดา แถมยังเน้นพอดแคสต์กับหนังสือเสียงมากเกินไป เลยย้ายไปใช้ Tidal แทน แต่พอได้ลองค้นคว้าเรื่องเพลง AI ใน Spotify อย่างจริงจัง ก็ไปเจอโพสต์บล็อกของ Qobuz เข้า ทำให้ได้รู้ว่ายังมีอีกหนึ่งแอปสตรีมเพลงที่มองข้ามไปนานหลายปี และหลังจากลองใช้ Qobuz มาได้หนึ่งอาทิตย์ ก็อดทึ่งไม่ได้เลยว่าทำไมถึงไม่ลองใช้เร็วกว่านี้!
แนวคิด “มนุษย์นำ” ที่ Qobuz ยืนหยัด
หลายคนอาจจะเคยเห็น Qobuz ผ่าน ๆ มาบ้าง แต่ก็อาจจะยังไม่คิดว่ามันเป็นทางเลือกที่จริงจังได้เท่าไหร่ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้เขียนบทความต้นฉบับหันมาสนใจอย่างจริงจัง ก็คือโพสต์บล็อกของ Qobuz เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ชื่อว่า “Why We’re Taking a Human‑First Stand on AI‑Generated Music” ซึ่งพูดถึงนโยบายและจุดยืนที่แข็งกร้าวของบริษัทต่อเพลงที่สร้างโดย AI
นี่คือ 3 จุดยืนสำคัญจากนโยบาย AI ของ Qobuz:
- การคัดสรรบรรณาธิการ (Editorial Curation): เป็นการทำงานของมนุษย์ 100% ไม่มี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง
- การตรวจจับและยกเว้นเพลง AI: ให้ความสำคัญกับการตรวจจับและตัดเพลงที่สร้างโดย AI ออกจากแพลตฟอร์มเป็นอันดับแรก
- การห้าม AI Crawlers: ไม่อนุญาตให้ AI Crawlers เข้ามาเก็บข้อมูลในคลังเพลงของ Qobuz
แน่นอนว่า Qobuz เองก็ยังคงใช้ AI สำหรับงานที่ไม่ซับซ้อนและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ เช่น เครื่องมือแปลภาษา หรือฟีเจอร์แนะนำเพลงของตัวเอง ดังนั้นจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จุดยืนที่ชัดเจนต่อเพลง AI แบบนี้ถือว่าแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่างมาก และนี่คือสิ่งที่ทำให้ Qobuz ได้รับเสียงปรบมือ แต่แค่เจตนาดีก็คงไม่พอ ถ้าตัวแอปเองไม่มีดีอะไรเลย
Qobuz ดีกว่า Spotify หรือ Tidal แค่ไหน? (เทียบกันชัดๆ)
สิ่งแรกที่ทำให้ Qobuz ชนะใจผู้เขียนบทความต้นฉบับได้ทันทีคือระบบการย้ายเพลงครับ Qobuz เขาร่วมมือกับ Soundiiz ให้เราย้ายเพลงทั้งหมดจากแพลตฟอร์มเดิมได้ฟรี! ซึ่งตอนผู้เขียนย้ายจาก Spotify ไป Tidal ก็เคยใช้ Soundiiz มาแล้ว แต่ Qobuz ออกค่าใช้จ่ายให้ ทำให้ย้ายคลังเพลงทั้งหมดได้ภายในไม่กี่นาทีแบบไร้ปัญหา
ตอนย้ายจาก Spotify ไป Tidal มี 6 เหตุผลหลักที่ทำให้ไม่อยากกลับไปใช้ Spotify อีกเลย ผู้เขียนจึงลองเอา 6 ข้อนี้มาเทียบกับ Qobuz ดู เพื่อดูว่า Qobuz สตรีมเพลง นี้จะเทียบ Tidal ได้หรือไม่
- ค่าสมัครเพลงที่ถูกลง: ค่าสมัครรายปีของ Qobuz ตกเดือนละ 10.83 ดอลลาร์ ซึ่งถูกกว่า Tidal แบบรายเดือน (10.99 ดอลลาร์ต่อเดือน) ส่วนค่าสมัครรายเดือนของ Qobuz (12.99 ดอลลาร์ต่อเดือน) ก็เท่ากับ Spotify
- คุณภาพเสียงดีเยี่ยม: Qobuz ให้คุณภาพเสียงระดับเดียวกับ Tidal (24-bit, 192 kHz; 16-bit, 44.1 kHz; และ 320kbps)
- ไม่มีฟีเจอร์ AI ที่กินทรัพยากร: Qobuz ไม่มีฟีเจอร์ AI ที่ทำให้แอปหนักและเพิ่มราคา เหมือนที่เคยอธิบายไปแล้ว
- การแนะนำเพลงที่เกี่ยวข้อง: ส่วนนี้อาจจะต้องคุยกันหน่อย เพราะต่างจาก Spotify และ Tidal ที่ Qobuz จะไม่แสดงเพลงที่ฟังล่าสุดตรงกลางหน้าจอ แต่หน้าแรกจะเน้นการค้นพบเพลงใหม่ ๆ โดยมีการคัดเลือกจากบรรณาธิการเป็นหลัก ซึ่งผู้เขียนก็ยังไม่แน่ใจว่าจะชอบหรือไม่ (ต้องลองสำรวจการแนะนำให้ลึกกว่านี้) แต่ก็โล่งใจที่สามารถจัดเรียงคลังเพลงตามสิ่งที่ฟังล่าสุดได้
- ฟังก์ชันค้นหาที่เรียบง่าย: เครื่องมือค้นหาของ Qobuz เรียบง่ายกว่า Tidal อีก แสดงแค่การค้นหาล่าสุดเท่านั้น ซึ่งผู้เขียนก็คิดว่า Tidal ก็ดีกว่า Spotify ที่มีคำแนะนำมากมายอยู่แล้ว
- คลังเพลงกว้างขวาง: Qobuz นำเข้าทุกเพลงที่บันทึกไว้ใน Tidal ได้อย่างไม่มีปัญหา แน่นอนว่าอาจจะมีบางเพลงที่ Spotify มีแต่ Qobuz ไม่มี แต่ก็ไม่ใช่การสูญเสียครั้งใหญ่ที่สังเกตได้
สรุปแล้ว Qobuz ดีกว่า Spotify อย่างแน่นอน ส่วนจะดีกว่า Tidal ไหม? ก็อาจจะ “พอ ๆ กัน” ในหลาย ๆ ด้านครับ
ฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ที่ Qobuz มีและยังไม่มี
Qobuz ไม่ได้เป็นแค่บริการสตรีมเพลงเท่านั้น แต่ยังมี “กิมมิค” หรือจุดเด่นอีกอย่างที่ทำให้ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือการให้ความรู้เกี่ยวกับดนตรีครับ
- นิตยสารออนไลน์ในแอป: Qobuz มีนิตยสารออนไลน์ที่เต็มไปด้วยคำแนะนำเพลง บทสัมภาษณ์ คำแนะนำเกี่ยวกับ Hi-Fi และบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ซึ่งซ่อนอยู่ระหว่างแท็บ Discover และ Library
จริง ๆ แล้วบางคนอาจจะชอบแอปฟังเพลงที่ทำหน้าที่แค่เล่นเพลงเท่านั้น การมีนิตยสารอยู่ในแอปอาจจะดูแปลก ๆ ไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นนิตยสารที่ดี และผู้เขียนบทความต้นฉบับเองก็เคยอ่านเพลินไปหลายบทความในสัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนกัน ส่วนการแนะนำเพลงของ Qobuz ก็เน้นไปที่เพลงออกใหม่มากกว่าอัลกอริทึม (แม้ว่าก็ยังมีอัลกอริทึมในการแนะนำอื่น ๆ อยู่บ้าง) ซึ่งก็ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ไม่ดีอะไร แต่ก็อยากให้ปรับแต่งหน้าโฮมเพจได้ตามสไตล์การค้นพบเพลงที่ตัวเองชอบ
ข้อเสียอีกอย่างที่ Qobuz ยังไม่มีคือฟีเจอร์แสดงเนื้อเพลงครับ การติดตั้ง Musixmatch เป็นทางแก้ปัญหาที่สะดวก แต่ก็แปลกที่แอปสตรีมเพลงที่เน้นคุณภาพขนาดนี้กลับไม่มีฟีเจอร์พื้นฐานที่แอปเพลงทั่ว ๆ ไปมี นอกจากนี้การจัดการเพลย์ลิสต์ก็ยังดู “ไม่ลื่นไหล” เท่าไหร่ และมีปัญหาในการเชื่อมต่อกับลำโพง Google Home (ซึ่งก็เคยมีปัญหานี้กับ Tidal มาก่อน)
มุมมองจากเราต่อ Qobuz: ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักเสียงเพลงจริง ๆ
ถึงแม้ว่า Qobuz จะไม่ได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นแอปที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสตรีมเพลง พร้อมทั้งช่วยให้เราหลีกเลี่ยงปัญหา “AI Slop” ที่กำลังระบาดอยู่ในวงการเพลงตอนนี้ได้เป็นอย่างดี ผู้เขียนเองก็ไม่ได้รู้สึกถึงความ “ก้าวกระโดด” ในด้านคุณภาพชีวิตการใช้งานมากเท่าตอนที่เปลี่ยนจาก Spotify มา Tidal แต่ Qobuz ก็มีข้อดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดีกว่า Tidal ในหลาย ๆ ด้าน ทำให้ตัดสินใจที่จะใช้ Qobuz ต่อไป สำหรับใครที่ยังใช้ Spotify อยู่ และกำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ที่ให้ประสบการณ์การฟังเพลงที่ดีกว่า เราเชื่อว่า Qobuz สตรีมเพลงตัวนี้จะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าลองมาก ๆ ครับ
ที่มา: androidpolice.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แอป EQSweep ช่วยจูนเสียงหูฟังบน Android ให้ตรงใจผ่านการไล่คลื่นความถี่
- หลุดสเปกกล้อง Galaxy A38 คาดใช้ชุดเดิมความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
- YouTube Music เพิ่มป้ายกำกับเพลงที่สร้างด้วย AI ใต้ชื่อเพลงแล้ว
- Poco X8s ผ่านการรับรอง กสทช. ในไทยแล้ว ลุ้นเปิดตัวเร็วๆ นี้
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]