Skip to content

Samsung Galaxy Buds 4 Pro หูฟังไร้สายที่เสียงดีเกินคาด แต่มีข้อแม้ที่สายซัมซุงควรรู้

I reviewed the Samsung Galaxy Buds 4 Pro, and I'm totally addicted to the sound

จริง ๆ แล้วหลายคนอาจจะคุ้นชินกับหูฟังซีรีส์ Galaxy Buds ของ Samsung มาพอสมควร แต่สำหรับรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Samsung Galaxy Buds 4 Pro ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น ทาง Samsung ได้กลับมาเน้นดีไซน์ที่เรียบง่ายและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หลังจากที่รุ่นก่อนหน้าอย่าง Buds 3 Pro ได้รับเสียงวิจารณ์เรื่องดีไซน์ที่แปลกตาไปบ้าง คราวนี้ Buds 4 Pro มาพร้อมกับความสบายในการสวมใส่และคุณภาพเสียงที่หลายคนอาจต้องประหลาดใจ แต่ก็มีเรื่องที่ต้องพิจารณาดีๆ เหมือนกันครับ โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ใช่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung เป็นหลัก

ดีไซน์ใหม่ที่เน้นความสบายและการใช้งาน

สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ Galaxy Buds 4 Pro รุ่นนี้ดู “โตขึ้น” และมีความมินิมัลมากขึ้น จากเดิมที่มีเส้นสายคมๆ และไฟ LED ในรุ่น Buds 3 Pro คราวนี้เปลี่ยนมาใช้ดีไซน์ที่เรียบง่าย ด้วยวัสดุแบบ Brushed Metal ที่ก้านหูฟัง ทำให้ดูพรีเมียมขึ้นมาทันที และที่สำคัญคือขนาดที่เล็กลงและน้ำหนักที่เบามากๆ ครับ แค่ 5.1 กรัมต่อข้าง ทำให้ใส่แล้วแทบลืมไปเลยว่ากำลังใส่อยู่ เหมาะมากกับการใช้งานนานๆ หรือใส่ออกกำลังกาย เพราะมันกระชับและไม่หลุดง่าย

ตัวเคสชาร์จเองก็มีน้ำหนักเบาเพียง 44 กรัม การออกแบบภายในเคสก็ดูสมเหตุสมผลขึ้น ทำให้ใส่หูฟังกลับเข้าไปเก็บได้ง่ายกว่าเดิม และมีแม่เหล็กดูดเก็บได้แน่นหนาพอสมควร ตัวหูฟังมาพร้อมจุกหูฟัง 3 ขนาด (S, M, L) เพื่อให้เลือกที่เข้ากับหูที่สุด ซึ่งผมเองก็ใช้ขนาดกลางแล้วรู้สึกว่าพอดีเป๊ะเลยครับ

อย่างไรก็ตาม ตัวเคสเองอาจจะไม่ได้ดูหวือหวาหรือมีคุณภาพพรีเมียมเท่าคู่แข่งอย่าง Google Pixel Buds Pro 2 หรือสวยล้ำแบบ Galaxy Buds 3 Pro รุ่นก่อนหน้า บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันดูเบาและบางไปหน่อย ไม่ได้ให้ความรู้สึกแข็งแรงทนทานมากนักเท่าไร แต่อย่างน้อยก็มีมาตรฐาน IP57 กันน้ำและฝุ่นมาให้ ก็พออุ่นใจได้บ้าง

คุณภาพเสียงที่ “ละมุนหู” และ ANC ที่ใช้งานได้จริง

สำหรับเรื่องเสียง Galaxy Buds 4 Pro ต้องบอกว่ามาพร้อมโปรไฟล์เสียงที่ “ละมุน” และ “นุ่มนวล” มากๆ ครับ เบสมีให้ได้ยินแต่ไม่ล้นจนไปกลบเสียงร้อง ส่วนรายละเอียดของเสียงก็ทำได้ดีเกินคาด แม้จะเป็นเพลงที่มีหลายเลเยอร์ก็ยังฟังแยกแยะได้ชัดเจน ไม่มั่ว ไม่แตก ทำให้การฟังเพลงเป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและเพลิดเพลินมากๆ จนอยากจะกลับไปฟังเพลงเก่าๆ ที่เคยฟังด้วยหูฟังรุ่นนี้เลยทีเดียว

เรื่องการควบคุมก็ทำได้ง่ายผ่านแผงสัมผัสที่ก้านหูฟัง การปรับระดับเสียงทำได้รวดเร็วทันใจ มีเสียง “แตะ” คอนเฟิร์มการสัมผัสด้วย ส่วนการปรับ ANC ต้องออกแรงบีบที่ก้านเล็กน้อย และสามารถปรับแต่งคำสั่งให้เรียก Gemini หรือ Bixby ผ่านแอป Wear ได้ด้วย แต่ด้วยก้านที่สั้น อาจจะทำให้บางคนหาตำแหน่งสัมผัสยากไปนิดครับ

ด้านระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ทำได้ “ดีมาก” ครับ มันตัดเสียงภายนอกได้โดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดหู หรือมีเสียงซ่ารบกวนเลย ส่วนโหมด Transparency หรือเสียงรอบข้างก็ยอดเยี่ยมมากๆ เหมือนไม่ได้ใส่หูฟังเลยจริง ๆ ในสภาพแวดล้อมภายนอก ANC จะช่วยลดเสียงการจราจรลงได้ดี แต่ก็อาจจะมีเสียงลมเล็ดรอดเข้ามาบ้างถ้าลมแรงมากๆ ซึ่งอาจจะไม่ถึงขั้นตัดขาดโลกภายนอกได้เท่า Bose QuietComfort Ultra แต่โดยรวมแล้วถือว่าใช้งานได้จริงในสถานการณ์ส่วนใหญ่

นอกจากนี้ยังมีโหมด Auto Switch ที่จะปรับเป็น Ambient Sound อัตโนมัติเมื่อตรวจจับเสียงพูดหรือเสียงไซเรนฉุกเฉิน ซึ่งผมว่ามีประโยชน์มากโดยเฉพาะตอนคุยโทรศัพท์ เพราะช่วยให้เสียงพูดเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องตะโกน ส่วนคุณภาพเสียงสนทนาก็ชัดเจน ปลายสายไม่เคยบ่นเรื่องฟังไม่ชัดเลย

สเปกเด่นและฟีเจอร์ที่ต้องรู้ของ Samsung Galaxy Buds 4 Pro

มาดูสรุปสเปกและฟีเจอร์เด่นๆ ของ Samsung Galaxy Buds 4 Pro ที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อกันครับ

  • ราคา: $250 หรือประมาณ 9,000 บาท (ราคาเดียวกับ Galaxy Buds 3 Pro)
  • แบตเตอรี่: เล่นเพลงได้ 6 ชั่วโมง (เปิด ANC), 7 ชั่วโมง (ปิด ANC) / ชาร์จจากเคสได้รวม 26 ชั่วโมง (เปิด ANC), 30 ชั่วโมง (ปิด ANC)
  • ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC): มี
  • มาตรฐานการกันน้ำและฝุ่น: IP57
  • ไมโครโฟน: 6 ตัว
  • Bluetooth: 6.1
  • Codec ที่รองรับ: SSC (Samsung Seamless Codec) HiFi, SSC UHQ (Samsung Proprietary), AAC, SBC, LC3
  • น้ำหนักหูฟัง: 5.1 กรัม/ข้าง
  • น้ำหนักเคสชาร์จ: 44 กรัม
  • แบตเตอรี่เคส: 530mAh

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนซื้อ: ใครได้ประโยชน์สูงสุด?

เรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ Galaxy Buds 4 Pro “เหมาะที่สุด” สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟน Android โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมือถือ Samsung ที่มีแอป Galaxy Wearable ครับ

  • สำหรับผู้ใช้ iPhone: แม้จะเชื่อมต่อและใช้งานได้ แต่ไม่มีแอป Wearable สำหรับ iOS ทำให้จำกัดการควบคุมแค่พื้นฐาน เช่น ปรับเสียง, เล่น/หยุดเพลง, สลับโหมด ANC/Transparency เท่านั้น ฟีเจอร์ขั้นสูงจะใช้ไม่ได้เลย
  • สำหรับผู้ใช้ Android ทั่วไป (ไม่ใช่ Samsung): ก็จะไม่ได้ฟีเจอร์พิเศษบางอย่างที่ล็อคไว้สำหรับ Samsung โดยเฉพาะ
  • ฟีเจอร์พิเศษที่ต้องใช้กับ Samsung (และบางฟีเจอร์ต้อง One UI 8.5 ขึ้นไป): Spatial Audio, การควบคุมด้วยท่าทางศีรษะ (Head Gesture), Super Wideband audio สำหรับการโทร และฟีเจอร์แปลภาษาของ Galaxy AI

จริง ๆ แล้วฟีเจอร์เด่นๆ เกี่ยวกับ ANC และคุณภาพเสียงต่างๆ ก็อยู่ในตัวหูฟังพร้อมใช้งานหมด แต่ Samsung ก็ค่อนข้างจำกัดสิทธิ์ผู้ใช้พอสมควรครับ ใครที่ใช้ iPhone หรือ Android ยี่ห้ออื่นอาจจะต้องทำใจว่าบางฟีเจอร์ล้ำๆ จะไม่ได้ใช้งาน

Galaxy Buds 4 Pro คุ้มไหม ถ้าไม่ใช่สายซัมซุง?

โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า Samsung Galaxy Buds 4 Pro เป็นหูฟังไร้สายที่ทำได้ดีมากๆ ในเรื่องคุณภาพเสียงที่ละมุนหู ความสบายในการสวมใส่ และระบบ ANC ที่ใช้งานได้จริงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน Samsung โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อม One UI 8.5 ผมบอกเลยว่าหูฟังคู่นี้คือตัวเลือกที่ “ดีที่สุด” และจะดึงศักยภาพของมันออกมาได้เต็มที่แน่นอน แต่ถ้าคุณใช้ iPhone, AirPods Pro 3 ก็น่าจะตอบโจทย์มากกว่า ด้วยราคาที่เท่ากันและฟีเจอร์ที่ครบครันกว่าครับ ส่วนผู้ใช้ Android ยี่ห้ออื่นก็อาจจะต้องชั่งใจดีๆ เพราะมีฟีเจอร์หลายอย่างที่โดนจำกัด ทำให้คุณอาจจะพลาดประสบการณ์เต็มรูปแบบไป ซึ่งในกรณีนี้ Google Pixel Buds Pro 2 หรือ Bose QuietComfort Ultra Earbuds ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กันครับ

ที่มา: androidpolice.com