จริง ๆ แล้วทุกวันนี้โซเชียลมีเดียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราแทบทุกด้านเลยนะครับ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า มันกำลังส่งผลกระทบและบิดเบือนวิธีคิดเรื่อง **ความสัมพันธ์บนโซเชียล** ที่เรามีต่อคนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งคู่ของเราเองด้วยซ้ำ ซึ่งจากผลการศึกษาล่าสุดก็ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เห็นบนโซเชียลมีเดียนั้น มีอิทธิพลต่อความคิดและทัศนคติของเราไม่น้อยเลยครับ
กลไกอัลกอริทึมที่ทำให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ผิดเพี้ยนไป
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อนเลยก็คือ อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียทำงานยังไง ปกติแล้วระบบมันจะพยายามเดาว่าเราอยากเห็นอะไร โดยดูจากเนื้อหาที่เราหรือคนที่มีพฤติกรรมคล้ายเราไปมีส่วนร่วมด้วย ถ้าเราหยุดดูรูปหรือวิดีโอที่พูดถึงด้านลบของการเดทนานหน่อย ไม่ว่าจะด้วยความสงสัยหรืออะไรก็ตามนะ ระบบก็จะส่งเนื้อหาแนวๆ นั้นมาให้เราเห็นอีกเรื่อยๆ จนบางทีมันพาเราไปในทิศทางที่เราไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายฟีดเราก็จะเต็มไปด้วยเนื้อหาที่ต่อต้านความสัมพันธ์ไปหมดเลย
ทีมวิจัยเองก็อยากรู้ว่าเนื้อหาความสัมพันธ์สำหรับผู้ชายกับผู้หญิงมันต่างกันขนาดไหน ก็เลยทดลองสร้างบัญชีโซเชียลมีเดียใหม่ขึ้นมา เพื่อดูว่าแต่ละฝั่งเห็นอะไรบ้าง ซึ่งผลที่ได้มันค่อนข้างน่าตกใจทีเดียวครับ สิ่งที่พวกเขาเจอมีประมาณนี้:
- สำหรับผู้ชาย: เนื้อหาที่เห็นส่วนใหญ่มักจะเน้นไปที่ปัญหาที่เกิดจากผู้หญิง เตือนให้ระวังว่าผู้หญิงมีความวุ่นวาย คาดเดายาก มีเนื้อหาที่บอกว่าผู้หญิงนอกใจกันทั้งนั้น หรือผู้หญิงไม่ควรไว้ใจได้ ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องนอกใจอาจจะเจอได้บ้าง แต่ไม่ได้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับทุกคน การรับรู้แบบนี้ทำให้ผู้ชายรู้สึกว่าต้องปกป้องตัวเองจากคู่ครองที่อาจจะเอาเปรียบ โดยเฉพาะเรื่องอารมณ์และเงินทอง
- สำหรับผู้หญิง: ฝั่งผู้หญิงก็เจอเนื้อหาที่ต่างกัน แต่ข้อสรุปกลับคล้ายกัน คือผู้ชายคือต้นตอของปัญหาหรือเป็นภาระในความสัมพันธ์ มีคำแนะนำให้ระวัง Red Flag หรือสัญญาณอันตรายต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการนำแนวคิดทางจิตวิทยา อย่าง Avoidant Attachment หรือ Narcissistic Personality Disorder มาใช้ผิดๆ หรือตีความง่ายเกินไป ซึ่งจริงๆ แล้วมีคนเป็นโรค Narcissistic Personality Disorder เพียงไม่ถึง 5% ของประชากรเท่านั้น แต่การนำมาอธิบายแบบผิดๆ ทำให้ผู้หญิงหลายคนมองเห็นพฤติกรรมนี้ในคู่ของตัวเองได้ง่ายขึ้น ทั้งที่อาจจะไม่ใช่เลย
ผลกระทบที่ใหญ่กว่าแค่การเข้าใจผิดเฉพาะคน
เรื่องที่หนังสือแนว self-help เคยพูดถึงความแตกต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงมานานแล้ว อย่าง “ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์” มันก็เรื่องหนึ่งนะ แต่ในโซเชียลมีเดีย การที่เราเจอเนื้อหาแบบนี้ซ้ำๆ บ่อยๆ มันยิ่งทำให้เราคิดถึงคนรักหรือคนที่อาจจะเป็นคู่เราในทางที่แตกแยกมากขึ้น พอโดนป้อนเนื้อหาที่อัลกอริทึมเลือกมาแบบนี้มากๆ เข้า ก็จะเริ่มสร้างมุมมองความเป็นจริงที่เอนเอียง ทำให้เรามองผู้ชายกับผู้หญิงเป็นศัตรูกัน แทนที่จะเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันไปเสียอย่างนั้น
การได้รับข้อมูลที่ต่อต้านความสัมพันธ์ซ้ำๆ มันทำให้เรื่องแปลกๆ หรือเรื่องที่ไม่ปกติ กลายเป็นเรื่องธรรมดาในสายตาเราไปได้เลย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่เรียกว่า “partner-selection-based polarization” หรือการที่ทัศนคติของผู้คนต่อการเดทและความสัมพันธ์มันห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนข้อมูลล่าสุดก็ชี้ว่าอัตราการแต่งงานกำลังลดลง มีคนจำนวนมากเลือกที่จะครองตัวเป็นโสดมากกว่าที่จะเสี่ยงเจอความผิดหวังในความสัมพันธ์
สรุปแล้วเราจะรับมือกับข้อมูลบิดเบือนบนโซเชียลได้อย่างไร?
เราเองก็เห็นว่าเรื่อง **ความสัมพันธ์บนโซเชียล** มันซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ นะครับ พอเจอเนื้อหาที่มันสร้างความแตกแยกเยอะๆ เข้าไปจริง ๆ แล้วมันส่งผลต่อมุมมองของเราแบบไม่รู้ตัวเลย หลายคนอาจจะเริ่มระแวงหรือไม่กล้าเปิดใจ เพราะเห็นแต่ด้านลบๆ ผ่านฟีดข่าวของเรา ส่วนตัวคิดว่าการที่เราเข้าใจว่าอัลกอริทึมทำงานยังไง และพยายามเลือกรับสื่ออย่างมีสติ มันช่วยได้เยอะเลยครับ มันคือการปรับ Mindset ของเราเอง และในที่สุดก็จะช่วยให้เรามีมุมมองที่สมดุลขึ้นต่อเรื่องความรักและความสัมพันธ์ครับ
ที่มา: psychologytoday.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สัญญาณไฟรถยนต์ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง และปลอดภัย
- โดนเตารีดนาบ ต้องทำอย่างไร? ปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
- แจกฟรี 12 เทมเพลตการ์ดแต่งงาน ลายดอกไม้-ใบไม้ แก้ไขเองได้ เลือกโทนสีได้ตามธีมงาน
- รวม 10 ฟอนต์ภาษาไทยสวย ๆ มีให้เลือกหลายสไตล์ พร้อมลิงก์ดาวน์โหลด
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]