Skip to content

ต้อง “ปาร์ตี้หนัก” ถึงจะเรียกว่าเข้าสังคม? ทำความรู้จัก “Soft Socializing” เทรนด์ใหม่ที่ทำให้การเชื่อมสัมพันธ์ง่ายขึ้น

What Is Soft Socializing?

ช่วงนี้เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า Soft Socializing วนเวียนอยู่บนโลกออนไลน์บ่อยขึ้น จริง ๆ แล้วมันคือเทรนด์การเข้าสังคมแบบใหม่ที่มักถูกพูดถึงในกลุ่ม Gen Z ซึ่งเน้นการใช้เวลาอยู่ร่วมกันในรูปแบบที่ลดแรงกดดัน ตั้งใจ แต่ก็ไม่ได้ต้องใช้เงินเยอะเสมอไป โดยแก่นหลักของ การเข้าสังคมแบบสบายๆ หรือ Soft Socializing คือการเชื่อมสัมพันธ์กันผ่านกิจกรรมที่ทำร่วมกันเป็นหลัก ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่ต้องคิดมาก ซึ่งถึงแม้คำนี้จะใหม่ แต่แนวคิดพื้นฐานนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลยนะ

ทำไมการทำกิจกรรมร่วมกัน ถึงทำให้เราเชื่อมโยงกันง่ายขึ้น?

หลายคนอาจคิดว่าการเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีต้องมาจากการพูดคุยที่ลึกซึ้ง เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก แต่จริง ๆ แล้ว งานวิจัยด้านการสื่อสารบอกเราว่า ความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดบางส่วนเกิดจากการพูดคุยในชีวิตประจำวัน (everyday talk) นั่นแหละครับ คือบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไปที่เราเจอในแต่ละวัน อาจจะไม่ได้รู้สึกสำคัญโดดๆ แต่เมื่อมันรวมกันเข้าเรื่อยๆ มันจะสร้างความต่อเนื่อง ความรู้สึกถึงการมีอยู่ และความมั่นคงในความสัมพันธ์ได้ในระยะยาว

อย่างที่งานวิจัยคลาสสิกเรื่องการรักษาสัมพันธภาพ (relational maintenance) บอกไว้ว่าความสัมพันธ์จะยั่งยืนได้ด้วยพฤติกรรมการสื่อสารที่แสดงถึงความห่วงใย การมีส่วนร่วม และการเข้าถึงได้ ไม่ใช่แค่การพูดคุยที่เข้มข้นนานๆ ครั้ง (Dindia & Canary, 1993; Stafford & Canary, 1991) นอกจากนี้ความสนิทสนมก็ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา แต่มันคือกระบวนการที่สร้างขึ้นจากการปฏิสัมพันธ์ซ้ำๆ ตลอดเวลา (Reis & Shaver, 1988) ซึ่ง Soft Socializing เนี่ยแหละที่สร้างสภาพแวดล้อมให้กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ

งานวิจัยล่าสุดของ Jeffrey A. Hall และ Andy J. Merolla ยังมองแนวคิดนี้ผ่าน “ระบบนิเวศทางสังคม” หรือ social biome ซึ่งหมายถึงระบบที่ซับซ้อนที่ประกอบด้วยปฏิสัมพันธ์ในแต่ละวันของเรา จากมุมมองนี้ แม้แต่ช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ของการเชื่อมสัมพันธ์ก็มีความสำคัญ เพราะมันสะสมรวมกันเป็นรูปแบบที่กว้างขึ้นของความผาสุกทางความสัมพันธ์และจิตใจ ซึ่ง การเข้าสังคมแบบสบายๆ ก็เข้ากับกรอบความคิดนี้โดยตรง เพราะมันสร้างโอกาสในการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และมีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ความสัมพันธ์ก่อร่างสร้างตัวและยั่งยืนได้ในระยะยาว

ลดแรงกดดัน แต่เพิ่มพลังใจให้ชีวิต

จริง ๆ แล้ว สภาพแวดล้อมทางสังคมที่ต้องใช้พลังงานสูง มักจะมาพร้อมกับความคาดหวังที่ไม่ได้พูดออกมา เช่น ต้องน่าสนใจ ต้องมีเรื่องคุยตลอด ต้องสบตา ต้อง “เปิดสวิตช์” ตลอดเวลา สำหรับหลายคน การต้องแสดงบทบาทแบบนั้นอาจรู้สึกเหนื่อยล้าและต้องใช้สมองเยอะมากครับ

Soft Socializing ช่วยลดความคาดหวังเหล่านั้นลง โดยการให้กิจกรรมที่ทำร่วมกันมาเป็นจุดศูนย์กลางของปฏิสัมพันธ์ ทำให้ภาระในการสื่อสารส่วนบุคคลลดลง แทนที่จะต้องให้บทสนทนาแบกรับงานทั้งหมด กิจกรรมนั้นๆ จะเป็นตัวกำหนดโครงสร้าง จังหวะ และจุดเริ่มต้นของการปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะคนเรามักจะอยากมีส่วนร่วมเมื่อรู้สึกว่าการปฏิสัมพันธ์นั้นจัดการได้ และช่วงเวลาเล็กๆ เหล่านั้นก็จะสะสมรวมกันเป็นสิ่งที่ความหมายมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป พูดง่ายๆ คือ การลดแรงกดดันไม่ได้ลดความผูกพัน แต่มันทำให้ความผูกพันนั้นยั่งยืนขึ้นต่างหาก

ตัวกิจกรรมเองก็มีความสำคัญเช่นกันครับ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ได้ใช้มือ (hands-on activities) มีผลวิจัยแสดงให้เห็นว่าช่วยลดความเครียดทางสรีรวิทยาได้ ในการศึกษาหนึ่ง ผู้เข้าร่วมที่ใช้เวลา 45 นาทีในการสร้างงานศิลปะมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของความเครียด ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าพวกเขาจะมีประสบการณ์ด้านศิลปะมาก่อนหรือไม่ก็ตาม (Kaimal et al., 2016) หลายคนยังอธิบายประสบการณ์นี้ว่ารู้สึกผ่อนคลาย ดื่มด่ำ และเป็นอิสระอีกด้วย

Soft Socializing ผสมผสานประโยชน์ในระดับบุคคลเข้ากับการเชื่อมโยงระหว่างบุคคล เรารู้ว่าความสัมพันธ์เชิงบวกสัมพันธ์กับสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีขึ้น เมื่อกิจกรรมสร้างสรรค์ถูกรวมเข้ากับบริบททางสังคม มันจะสร้างเส้นทางสองทางสู่ความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งบุคคลจะได้สัมผัสกับประโยชน์ของการลดความเครียดจากกิจกรรมนั้นๆ ขณะเดียวกันก็มีส่วนร่วมในปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันที่ช่วยรักษาสัมพันธภาพเอาไว้

ไม่ต้อง “พยายาม” ก็เชื่อมสัมพันธ์ได้ กับแนวคิด Soft Socializing

จริง ๆ แล้วเรามักจะมองว่าการเข้าสังคมต้องใช้ความพยายามถึงจะมีคุณค่า ต้องเน้นบทสนทนาที่ต่อเนื่อง ใช้พลังงานสูง หรือแสดงออกทางสังคมที่ชัดเจน แต่จากมุมมองด้านการสื่อสารแล้ว สมมติฐานนี้ไม่สอดคล้องกับวิธีที่ความสัมพันธ์พัฒนาขึ้นเลยครับ

ความผูกพันมักจะสร้างขึ้นด้วยความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ความเข้มข้น การปฏิสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ การใช้เวลาร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน การพูดคุยในชีวิตประจำวัน และเพียงแค่การ “อยู่ตรงนั้น” คือสิ่งที่รักษาสัมพันธภาพไว้ได้ในระยะยาว ซึ่ง การเข้าสังคมแบบสบายๆ จะนำกระบวนการเหล่านั้นมาสู่จุดสนใจ โดยเปลี่ยนจากการแสดงออกถึงความผูกพันไปสู่การมีส่วนร่วมในความผูกพันนั้น แทนที่จะมองว่าความเงียบหรือการทำกิจกรรมคู่ขนานเป็นช่องว่างที่ต้องเติมเต็ม เราสามารถมองว่าการมีอยู่ร่วมกัน กิจกรรมที่ทำร่วมกัน และแม้แต่ความเงียบก็เป็นรูปแบบของปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมายได้

สำหรับคนที่รู้สึกว่าการเชื่อมสัมพันธ์มันยาก หรือรู้สึกเหนื่อยล้า Soft Socializing ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่แตกต่างออกไป ที่ทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ลองดูไอเดียเหล่านี้ที่น่าจะช่วยให้การเชื่อมสัมพันธ์ของเราเป็นเรื่องง่ายและยั่งยืนขึ้นครับ

  • จัดปาร์ตี้ทำคอลลาจหรือวิชันบอร์ด: ไม่ต้องกังวลเรื่องการพูดคุย แค่เพลินกับการสร้างสรรค์
  • ตั้งชมรมหนังสือแบบชิลๆ: ไม่ต้องเครียดว่าอ่านไม่จบก็มาได้ เน้นการพูดคุยสบายๆ
  • นัดเพื่อนมาทำงานอดิเรกของตัวเอง: เช่น ถักไหมพรม เขียนบันทึก หรือระบายสีเงียบๆ ข้างกัน
  • เดินเล่นกับเพื่อน: เน้นการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ต้องคุยกันตลอดเวลาก็ได้
  • ทำอาหารด้วยกัน: ช่วยกันคนละไม้คนละมือ บทสนทนาก็จะไหลลื่นไปเอง
  • นัด “Coffee & Co-working”: แค่นั่งทำงานเงียบๆ ข้างๆ กันที่ร้านกาแฟก็เชื่อมโยงกันได้
  • ชวนเพื่อนมาต่อจิ๊กซอว์: กิจกรรมที่ใช้สมาธิร่วมกันและมีช่วงเวลาของการพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ

มุมมองจากเรา: ทำไม Soft Socializing ถึงไม่ใช่แค่เทรนด์ฉาบฉวย

ส่วนตัวผมมองว่า Soft Socializing ไม่ใช่แค่เทรนด์ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่เป็นเหมือนการกลับไปสู่พื้นฐานที่เราทุกคนรู้กันอยู่แล้ว แต่บางทีก็ละเลยไป นั่นคือความสัมพันธ์สร้างขึ้นจากช่วงเวลาเล็กๆ และการมีสิ่งที่ต้องโฟกัสร่วมกันก็ช่วยได้มากครับ การเคลื่อนไหวนี้ทำให้การเชื่อมสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายขึ้น ยั่งยืนขึ้น และสำหรับหลายๆ คน ก็รู้สึกสมจริงกว่าการเข้าสังคมแบบเดิมๆ ที่ต้องพยายามมาก จริงๆ แล้วมันไม่ได้เปลี่ยนกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ แต่ทำให้กระบวนการนั้นง่ายขึ้นและทุกคนมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตของเราทุกคนในระยะยาวเลยทีเดียว

ที่มา: psychologytoday.com