โมโตโรล่า มือถือ Android ราคาประหยัด อัดแน่นด้วยฟังก์การทำงาน และคุณสมบัติเครื่องสุดทนทานอย่าง Moto C และ Moto C Plus ทั้งคู่เป็นมือถือที่ถูฏออกแบบมาเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นหลัก เน้นเรื่องดีไซน์ แบตเตอรี่ และมาพร้อมระบบปฏิบัติการล่าสุด Android 7.0 Nougat

โดยรุ่นที่เราจะรีวิวให้ชมในบทความนี้ก็คือ Moto C ก่อนอื่นต้องบอกว่ารุ่นนี้มีด้วยกัน 2 โมเดล คือ Moto C 3G และ Moto C 4G ทั้งคู่ใช้งานได้ 2 ซิมเหมือนกัน

ในบทความนี้ขอพูดถึง Moto C 4G เป็นหลัก เพราะรุ่นนี้เราได้มารีวิวเป็นโมเดล 4G ราคาของตัวนี้อยู่ที่ 3,290 บาท มีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน รับสิทธิ์ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงถึง 1 Mbps นาน 6 เดือน พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่ใช้แพ็กเกจทรูรายเดือน 4G+Super  Value 399  บาท และชำระเงินค่าบริการรายเดือน ล่วงหน้า 1,000 บาท สำหรับการใช้บริการ ต่อเนื่อง 12 เดือน รับเครื่อง Moto C 4G ไปเลยทันที

โดยโมเดลรุ่น 4G ใช้ชิป MediaTek MT6737m 64-bit quad-core 1.1GHz แรม 1GB พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat และพื้นที่หน่วยความจำภายใน 16GB ที่เพิ่ม Micro SD Card ได้ 32GB

กล้องหลังความละเอียดถึง 5MP มาพร้อม LED Flash และกล้องหน้าความละเอียดถึง 2MP พร้อมไฟแฟลชสำหรับการถ่ายเซลฟี่

สำรวจตัวเครื่อง

มาพร้อมดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยต้วเครื่องโค้งมนและฝาหลังพื้นผิว Micro-texture ให้การสัมผัสตัวเครื่องได้อย่างกระชับมือ ทนทาน อีกทั้งกระทัดรัดด้วยหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด WVGA LCD (584×480)

แม้หน้าจอขนาดใหญ่ แต่ความละเอียดไม่มาก ทำให้การแสดงผลของหน้าจอออกมาหยาบ ไม่คมชัด แต่ถ้าแลกกับราคาถือว่าโอเค

กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล พร้อม Selfie flash สำหรับถ่ายภาพตัวเองในที่แสงน้อย

ปุ่มควบคุมแบบสัมผัสจำนวน 3 ปุ่ม

ด้านล้างของตัวเครื่องมีช่องสำหรับแกะฝาหลัง และ รูไมโครโฟน

ช่อง micro USB และช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. จะอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง

ปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง และปุ่ม Power

เรื่องงานประกอบและวัสดุถือว่าดี สมกับราคา จริงๆ ถือว่าเกินราคาด้วยช้ำ เห็นไม่บ่อยหนักที่มือราคา 3,290 บาทจะได้งานประกอบดูแข็งแรงแบบนี้

กล้องหลังให้มา 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช คุณภาพไม่เลวเลยทีเดียว ตัวกล้องจะนูนออกมาจากตัวเครื่องพอสมควร

รุ่นนี้สามารถแกะฝาหลังได้ และถอดแบตเตอรี่ได้ โดยแบตให้มา 2,350 mAh อยู่ได้ราวๆ 1 วันได้สบายๆ

รองรับ 2 ซิม แบบ micro SIM ในรูปแบบซิมแรกรองรับ 3G/4G และซิมสองจะรองรับแค่ 2G และเพิ่ม microSD ได้ด้วย

ซอฟท์แวร์

อย่างที่บอกตอนแรก รุ่นนี้มาพร้อมกับ Android 7.0 Nougat ตั้งแต่โรงงาน อินเตอร์เฟสไม่ผ่านการปรับแต่งใดๆ เป็นเพียวแอนดรอยด์โดยแท้ และมีความหวังว่าอาจจะได้รับอัพเดทเป็นแอนดรอยด์รุ่นต่อไป เพราะหลายๆ รุ่นของ motolora มีการการันตีว่าจะได้รับอัพเกรดเป็นแอนดรอยด์รุ่นใหม่อย่างน้อย 1 รุ่น ต้องรอลุ่นว่ารุ่นนี้จะอยู่ในแผนด้วยหรือเปล่า

ด้วยความที่อินเตอร์เฟสเป้นเพียวแอนดรอยด์ ทำให้การตองสนองการใช้งานได้ดีมากๆ เท่าที่ใช้งานมาไม่เจออาการหน่วง หรือกระตุกเลย ไม่ต้องพูดถึงอาการค้าง ไม่มีให้เห็นเลย นับว่าเป้นมือถือแอนดรอยดืราคาต่ำกว่า 5,000 รุ่นนึงที่ลื่นมาก

ตัวเครื่องรองรับการอ่านและพิมพ์ภาษาไทยอย่างสมบูรณ์ มีระบบเมนูภาษาไทยมาให้ และสามารถเปลี่ยนกลับไปใช้เมนูภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ ได้ตามต้องการ สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นผ่าน Play Store มีฟังก์ชัน Wi-Fi hotspot สำหรับการแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านทางสัญญาณ Wi-Fi และแชร์อินเตอร์ผ่านทาง USB (USB tethering)

เบราวเซอร์ทดสอบโดยใช้ Chrome เพราะเป็นตัวที่คนนิยมใช้กันเยอะ และแอพถูกติดตั้งมาให้ตั้งแต่โรงงาน ตัวแอพก็ทำได้งานดี แสดงผลภาษาไทยได้ถูกต้อง เจอเว็บที่มีลูกเล่นเยอะๆ หรือหน้ายาวๆ ก็ไม่มีอาการหน่วงให้เห็นเลย

การดูหนังหรือดู youtube จะรองรับความละเอียดสูงสุดแค่ 480p ตามความละเอียดของหน้าจอ หากใครชอบดูหนัง หรือชอบจอสวยๆ รุ่นนี้คงไม่เหมาะ (จริงๆ ด้วยราคาประมาณนี้ ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าโอเค)

แม้รุ่นนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้เล่นเกมแบบจริงๆ จังๆ แต่จากการที่ทดลองกับเกม Seven Knights พบว่าถ้าปรับกราฟฟิกเกมที่ระดับสูง สามารถเล่นได้ แต่มีอาการหน่วงเล็กน้อย และถ้าปรับความละเอียดระดับกลาง เกมจะไหลลื่นไม่มีหน่วง

แบตเตอร์ให้มา 2,350 mAh เพียงพอสำหรับการใช้งานใน 1 วัน แต่ถ้าเล่นเกมหรือดูคลิปก็อาจจะทำให้ระยะเวลาลดลงไปตามการใช้งาน

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

 

REVIEW OVERVIEW
วัสดุและดีไซน์
65 %
ประสิทธิภาพ/ฟีเจอร์
75 %
แบตเตอรี่
70 %
ความคุ้มค่า
80 %

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here