ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของ Thor: The Dark World ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์ลำดับที่สองของแฟรนไชส์ Thor ทำให้ผมไม่เกิดความคาดหวังใดๆ ทั้งสิ้นต่อ Thor: Ragnarok สักเท่าไหร่

แม้ว่า Thor: Ragnarok จะได้ผู้กำกับภาพยนตร์อินดี้ที่มีผลงานพอตัวอย่างไทก้า ไวทีที ก็ตาม แต่ตลอดการรันไทม์ 2 ชม. เศษๆ นั้น ทำให้ผมเกิดความยอมรับว่า เป็นภาพยนตร์ที่สนุกทีเดียว

โดยจุดสำคัญที่ทำให้ผมชอบมีอยู่ด้วย 2 เหตุผลใหญ่ๆ ได้แก่ 1. การตีความแอสการ์ด (Asgard) เสียใหม่ และ 2. การตีความพลังของธอร์ ในฐานะเทพเจ้าสายฟ้าเสียใหม่

Hela - ความเห็นหลังรับชม Thor: Ragnarok

สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่ภาคนี้มาร์เวล สามารถดึงตัวเคท บลองเชตต์ นักแสดงเจ้าบทบาท ดีกรีรางวัลออสการ์ มารับเป็นเป็น Hela พี่สาวคนโตของเทพเจ้าแห่งแอสการ์ด

แน่นอนว่า ฝีมือระดับเธอแล้วการแสดงภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ ก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง พลังงานที่เธอแสดงออกมาถือว่าสุดยอด ทุกๆ ซีนที่เธอปรากฏตัวออกมา สามารถบอกได้เลยว่า นี่มันการแสดงระดับนางพญาชัดๆ เธอสามารถเอาคนดูได้อย่างอยู่หมัด และทำให้เชื่อได้ว่า เธอเป็น Hela จริงๆ

อ้อว่าไปแล้วด้วยคอสตูมก็ชวนให้นีกถึง Maleficent ไม่น้อยเลย

เอาเป็นว่าผมจะบอกเพียงเท่านี้ละกัน ที่เหลือลองติดตามต่อในโรงภาพยนตร์ เพราะหากกล่าวมากกว่านี้จะเป็นการสปอยล์อย่างแน่นอนครับ

Thor - ความเห็นหลังรับชม Thor: Ragnarok

อีกจุดหนึ่งที่คงไม่กล่าวไม่ได้ หลังจากการรับชม คือ เรื่องความตลก ซึ่งผมคิดว่าไวทีทีสอดแทรกมาได้ดี จนไม่รู้สึกว่าเป็นหนังตลกเกรดต่ำ

ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นเพราะด้วยความที่คริส เฮมสเวิร์ธ และทอม ฮิดเดิลสตัน แสดงภาพยนตร์ด้วยกันต่อเนื่่องมาเกือบ 10 ปี สิ่งที่ทำให้เราได้เห็นจากภาพยนตร์ คือ นักแสดงทั้งสองมีความสอดคล้องด้วยกันเป็นอย่างดี ในจังหวะรับมุก โยนมุก ทุกอย่างจึงลงตัวเกินคาด และทำให้ภาพยนตร์ออกมาดีอย่างคาดไม่ถึง

Hulk - ความเห็นหลังรับชม Thor: Ragnarok

ส่วนในรายของ Hulk รับบทโดยมาร์ค รัฟฟาโล ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะในตอนที่เป็น Hulk ซึ่งก็น่าเสียดายว่า คงอีกนานกว่าที่เราจะได้ดูภาพยนตร์ Hulk แบบเดี่ยวๆ (หรือไม่ก็อาจไม่มีวันนั้น)

พร้อมกันนี้ด้วยความที่ธีมของภาพยนตร์เป็นการผจญภัยในยุคอวกาศ เราจึงได้เห็นกลิ่นอายของความเป็น STAR WARS สอดแทรกเข้าไปมากทีเดียว ตั้งแต่ฉากไล่ล่าด้วยยานอวกาศ ไปจนถึงซาวด์ประกอบที่ชวนให้นึกถึง STAR WARS ก่อนที่เราจะได้ดู The Last Jedi ช่วงสิ้นปีนี้

ในความเห็นส่วนตัวผม ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่โอเคเลยทีเดียว โดยเฉพาะการตีความเรื่องแอสการ์ด และพลังของธอร์ ซึ่งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ชอบมากๆ

3.5/5