SHARE

HIGHLIGHTS:

  • Transformers : The Last Knight การกลับมาของออพติมัส ไพรม์ ที่จู่ๆก็กลายเป็นศัตรูกับพรรคพวก Autobot ของเขาเสียเอง
  • พบกับหุ่นตัวใหม่มากมายในเรื่อง เช่นหุ่นพ่อบ้านไซส์มนุษย์อย่าง Cogman

ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเวลา 10 ปีทีเดียวสำหรับการเวียนมาบรรจบของภาพยนตร์ชุด Transformers ตั้งแต่ภาคแรกและภาคล่าสุด ซึ่งทุกๆภาคก็เป็นหนังที่ทำรายได้ดีมากมาโดยตลอด แตะถึงระดับพันล้านเหรียญสหรัฐแบบสบายๆ ด้วยความสนุกของฉากแอคชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ครองใจผู้ชม และเรื่องราวของเหล่าหุ่นยนต์มากมายที่สามารถสานต่อได้ไม่รู้จบ

1280x720-Itd-650x366

แต่ตัวซีรีส์เองแต่เดิมไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากหนังซะทีเดียว เพราะอายุอานามของแฟรนไชส์นี้ก็ปาเข้าไป 30 กว่าปีแล้ว แต่เดิมมันเป็นซีรีส์ของเล่นแปลงร่างของญี่ปุ่น แล้วก็จับพลัดจับผลูกลายเป็นการ์ตูนของฝั่งอเมริกา จนมีชื่อเสียงโด่งดัง แตกแขนงออกเป็นคอมิกส์, การ์ตูน 3D, เกม และอีกมากมาย จนกลายเป็นหนัง ไม่แพ้พวกคอมิกส์ฮีโร่ดังๆแบบค่าย Marvel หรือ DC

transformers-rotf-optimus-prime-650x312

และถึง Optimus Prime หรือที่เรียกกันว่าป๋าออพ จะมีหน้าตาต่างกับการ์ตูนดั้งเดิมมากแบบคนละคน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเสียงอันดูภูมิฐานมีอายุนี้ถูกพากย์โดย Peter Cullen นักพากย์ที่รับบทป๋าออพแทบจะทุกภาคตั้งแต่ปี 1984 มาจนถึงทุกวันนี้ จะเรียกว่าเป็นดาราที่คอยสวมบทบาทหุ่นยนต์นักรบคนนี้มาโดยตลอดก็ไม่ผิดนัก

ไมเคิล เบย์ ผู้ให้กำเนิดใหม่หุ่นแปลงร่าง

03f8094df-1-650x366

Michael Benjamin Bay หรือที่รู้จักกันในชื่อสั้นๆอย่าง พี่เบย์ ผู้กำกับหนังดังมากมายอาทิ Pearl Harbor และ Armageddon ก็ได้ทำหน้าที่ผู้กำกับทั้งซีรีส์นี้ตลอด 5 ภาคด้วยกัน ซึ่งได้ทำการดัดแปลงและตีความหุ่นยนต์แปลงร่างในการ์ตูนออกมาในรูปแบบใหม่อย่างที่เห็น โดยได้รับเสียงตอบรับทั้งดีและไม่ดี โดยส่วนที่มักโดนติอยู่บ่อยๆเห็นจะเป็นด้านเนื้อเรื่องที่ซ้ำซากและขาดความน่าสนใจ สักแต่เอามันเข้าว่า แต่ถึงอย่างไรหนังยังคงทำเงินในระดับที่เรียกว่า ‘ถล่มทลาย’ ทุกๆภาค

1168-650x650

และเอกลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างของพี่เบย์นั้น คือชื่นชอบในการใช้กล้อง IMAX ถ่ายทำ ซึ่งถ้าได้รับชมในโรงภาพยนตร์ IMAX แล้วจะทำให้ได้สัดส่วนภาพในแบบ 16:9 เต็มตา ต่างกับในโรงปกติที่จะฉายในสัดส่วน 21:9 ทำให้ภาพถูกตัดออกไป 26% โดยในภาคนี้ถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX Digital 3D ถึง 98% ของเรื่อง หรือจะเรียกว่าทั้งเรื่องเลยก็ไม่ผิดนัก แปลว่าถ้าได้ดูในระบบ IMAX ย่อมได้อรรถรสมากกว่าอย่างแน่นอน

 

Transformers 5 อัศวินรุ่นสุดท้าย แต่ไม่ใช่ภาคท้ายสุด

บทความต่อไปนี้อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนจากภาพยนตร์ภาคก่อนหน้า

Screen-Shot-2016-12-11-at-8.23.47-PM-650x283

ในภาค 5 นี้หรือ The Last Knight จะดำเนินเรื่องต่อจากภาค Age of Extinction หรือภาคที่ในทันที นับจากฉากที่ออพติมัสได้เดินทางออกจากโลกไปหา ‘ผู้สร้าง’ เพื่อเตรียมจบเรื่องราว และไม่ให้มีการต่อสู้บนโลกมนุษย์อีก แต่แน่นอนเรื่องราวก็ไม่จบสวยๆง่ายๆอย่างที่คิด(ไม่อย่างนั้นหนังจะมีอะไรให้เล่าต่อได้อีก) เพราะในครั้งนี้ออพติมัสจู่ๆกลับกลายเป็นผู้ที่เข้าห้ำหั่นกับเหล่าสหาย Autobot ของเขาเสียเอง

still9-1-650x401

เรื่องราวของภาคนี้มีส่วนหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์จากภาคก่อนๆ นั่นคือการผสานประวัติศาสตร์โลกที่มีอยู่จริงเข้าไปในเรื่อง ซึ่งประวัติศาสตร์ที่ถูกนำเสนอแน่นอนว่ามีเหล่าหุ่นยนต์ร่วมด้วย โดยเหตุการณ์ที่นำมาอ้างอิงและเป็นแก่นในเรื่องก็คือการต่อสู้ของ “คิงอาเธอร์” แห่งอังกฤษและเหล่าอัศวินข้างกายในยุคกลาง ซึ่งค่อนข้างอธิบายออกมาได้อย่างลงตัว โดยเหล่าหุ่นยนต์จะมาเกี่ยวข้องอย่างไรคงบอกได้แค่อยากให้รับชมกันเองครับ

TF5_FF_029_2_CC-650x334

พระเอกของเรื่องนี้ยังคงเป็นพ่อม่ายนักประดิษฐ์อย่าง เค้ด เยเกอร์ ที่รับบทโดย Mark Wahlberg เช่นเคย ซึ่งเดาไม่ยากนักว่าในภาคนี้ก็ได้รับบทบาทในการต่อสู้ไปพร้อมกับเหล่าหุ่นยนต์ Autobot เหมือนเดิม แต่บทที่ได้ถือว่าจริงจังและมีสำคัญกว่าเดิมพอสมควร เป็นผลมาจากการที่เขาช่วยเหลือเหล่าสหายหุ่นยนต์ไว้ในภาคก่อน และได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขาอีกหนึ่งต่อ จนเกิดเป็นมิตรภาพที่ยากจะตัดให้ขาด

TF5_FF_016_CC-650x334

แน่นอนว่าสิ่งที่หลายคนคาดหวังจากภาคนี้คือการที่จะมีหุ่นใหม่ๆออกมาฟาดฟันต่อสู้กันให้มันกว่าเดิม ซึ่งมีเยอะจุใจทุกคนแน่นอนเหมือนกับที่ได้เห็นในตัวอย่าง ยกตัวอย่างในภาพคือหุ่นขนาดจิ๋วเท่ามนุษย์ทั่วไปชื่อ Cogman โดยสำหรับผู้เขียนแล้วถือว่าเป็นหุ่นอีกตัวที่มีความน่าสนใจ และมีความสามารถไม่ธรรมดาผิดกับขนาดตัว รวมไปถึงหุ่นยนต์เก่าๆหลายตัวที่ตบเท้าเข้ามาร่วมรบให้ได้หายคิดถึง แต่บางตัวก็กลับมีบทบาทที่ไม่สมศักดิ์ศรีตัวละครเท่าใดนัก

The-Last-Knight-Hi-Res-01-650x307

หลังจากที่ต้องสิ้นชื่อและพ่ายแพ้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จอมวายร้ายคู่ปรับตลอดกาลของออพติมัสอย่าง Megatron หรือท่านลอร์ดเมกะทรอนขวัญใจของใครหลายคน ได้หวนคืนมาในภาคนี้แบบเต็มตัว ในรูปลักษณ์ที่ดุดันและดูเป็นอัศวินสุดแสนน่าเกรงขาม พร้อมนำทัพเหล่า Decepticon ต่อกรกับออพติมัสและมนุษย์โลกอีกครั้ง

TF5_FF_025_CC-650x334

การต่อสู้ในภาคนี้อลังการเหมือนกับที่ตัวอย่างหนังเล่าไว้ ซึ่งภาพรวมก็มีสเกลที่ใหญ่กว่าเดิมอยู่หลายเท่า(ภาคก่อนมีไดโนเสาร์ ภาคนี้มีมังกรสามหัวกันเลย) มีฉากแอคชั่นที่แพรวพราวและเท่เหลือร้ายไม่เสียชื่อผกก.คนนี้อย่างแน่นอน(โดยเฉพาะฉากที่มีระเบิดซึ่งเปรียบเสมือนหลายเซ็นของไมเคิล เบย์) และถึงแม้อาจจะแพ้ภาคเก่าๆอยู่บ้าง แต่ภาพรวมก็ทำออกมาได้ดีกว่า Age of Extincion หรือภาคที่แล้วอยู่

TF5_FF_041_RCC-650x284

แต่สำหรับเนื้อเรื่องและการเล่าเรื่องในภาคนี้ ก็ยังไม่ค่อยลื่นไหลและน่าติดตามเท่าไหร่ เฉกเช่นภาคก่อนๆที่โดนติข้อนี้อยู่เสมอ เพราะเนื้อเรื่องนอกจากธรรมดาแล้วยังมีควาไม่สมเหตุสมผลอยู่มาก เช่นการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างของตัวละคร หรือข้าวของบางอย่างที่อยู่ๆก็ปรากฏขึ้นมาเอง รวมไปถึงตัวละครบางตัวที่ที่มาที่ไป และบทสรุปที่ไม่ชัดเจน ทั้งๆที่เป็นหนังภาคต่อภาคที่ 6 แล้วก็ตาม ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมไมเคิล เบย์ จึงไม่เน้นที่จะปรับปรุงในส่วนนี้

หนังไม่จบ แต่ผู้กำกับขอจบแล้ว

maxresdefault-3-650x366

สามารถสรุปสั้นได้ว่า Transformers 5 : The Last Knight นั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความบันเทิง สำหรับแฟนคลับเหล่าหุ่นยนต์ที่คาดหวังการต่อสู้สุดอลังการก็คงจะไม่ผิดหวังเท่าไหร่นัก แต่ในส่วนของเนื้อเรื่องถือว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่ค่อยมีการพัฒนาเสียเท่าไหร่ ทำให้หลายๆฉากมีความน่าเบื่อและซ้ำซากอยู่บ้าง ซึ่งสุดท้ายก็อยู่ที่การตัดสินใจของผู้อ่านครับ

แต่ตัวหนังเองในตอนจบก็ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าจะมีภาคต่ออย่างแน่นอน ซึ่งตามที่ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับคนดังได้ทิ้งท้ายไว้นั้นคือเขาจะไม่กลับมากำกับภาพยนตร์ชุดนี้อีกแล้ว โดยตัวเขาถือว่าอิ่มตัวและมีความสุขกับหุ่นยนต์แปลงร่างพวกนี้ดี แต่ก็อยากจะพักเพื่อที่จะไปทำโปรเจ็คอื่น และพร้อมส่งไม้ต่อให้กับผู้กำกับคนใหม่ในเวลาต่อไป

Comments

comments!