Skip to content

ปลดล็อกพลัง AI เต็มรูปแบบ! นักพัฒนาเผยวิธี ‘ฝึก AI บน M4’ ของ Apple ได้โดยตรงบนอุปกรณ์

Developer finds workaround to train AI locally on MacBooks, bypassing Apple’s software restrictions

แน่นอนว่า ใครที่ติดตามข่าวสารวงการเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่ง Apple คงต้องตื่นเต้นกับข่าวล่าสุดที่นักพัฒนาคนหนึ่งได้ค้นพบวิธีปลดล็อกศักยภาพอันน่าทึ่งของชิป M4 Neural Engine ให้สามารถ ฝึก AI บน M4 ได้โดยตรงบนอุปกรณ์ ซึ่งโดยปกติแล้ว Apple ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทำเช่นนั้น และเน้นย้ำว่า Neural Engine มีไว้สำหรับการประมวลผลโมเดล AI ที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้ว (inference) เป็นหลัก การค้นพบครั้งนี้จึงนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมการพัฒนา AI บนแพลตฟอร์มของ Apple ไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อ Neural Engine M4 ไม่ใช่แค่ “รัน” แต่ “ฝึก” ได้ด้วย!

ปกติแล้ว Neural Engine ที่อยู่ในชิป Apple Silicon ไม่ว่าจะเป็น M1, M2, M3 หรือแม้กระทั่ง M4 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อความเร็วและประสิทธิภาพในการรันโมเดล AI ที่ถูกเทรนมาแล้ว การทำงานแบบนี้เรียกว่า ‘inference’ หรือการอนุมานผลลัพธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Apple โปรโมทมาตลอดว่า Neural Engine สามารถทำได้ถึง 38 TOPS (Trillions of Operations Per Second) สำหรับชิป M4

แต่แล้วนักวิจัยและนักพัฒนาด้านความปลอดภัยชื่อดังอย่าง @0x0SojalSec ก็ได้สร้างความฮือฮาเมื่อเขาประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าประสบความสำเร็จในการย้อนรอยวิศวกรรม (reverse-engineer) ข้อจำกัดต่างๆ ของ Neural Engine ในชิป M4 และสามารถปลดล็อกพลังประมวลผลสูงสุดถึง 15.8 TFLOPS สำหรับงานฝึกฝนโมเดล AI เต็มรูปแบบ ซึ่งรวมไปถึงกระบวนการสำคัญอย่าง backpropagation ใน Transformer models ที่เป็นหัวใจของการพัฒนา AI ยุคใหม่ เรียกได้ว่านี่คือการเปิดประตูสู่ศักยภาพที่ Apple ไม่เคยพูดถึง และอาจจะจงใจล็อกไว้ด้วยซ้ำ

ฝึก AI บน M4

เบื้องหลังความสำเร็จ: เจาะลึกเทคนิคการปลดล็อก

หลายคนอาจสงสัยว่าการปลดล็อกความสามารถที่ซ่อนอยู่ของ Neural Engine M4 นั้นทำได้อย่างไร แทนที่จะพึ่งพาเฟรมเวิร์กมาตรฐานของ Apple อย่าง Core ML หรือ Metal ทีมพัฒนาได้สร้าง Model Intermediate Language (MIL) ขึ้นมาเอง เพื่อสื่อสารกับ Neural Engine โดยตรง เทคนิคนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถควบคุมและสั่งการฮาร์ดแวร์ได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในหน่วยความจำ RAM ตลอดกระบวนการฝึกฝน เพื่อหลีกเลี่ยงการเขียนข้อมูลลงหน่วยเก็บข้อมูลที่ช้ากว่า ทำให้กระบวนการนี้รวดเร็วและมีเสถียรภาพอย่างน่าประหลาดใจ และเมื่อเกิดกรณีที่การฝึกโมเดลติดขัด พวกเขายังค้นพบวิธีแก้ไขปัญหาโดยใช้คำสั่ง exec() เพื่อเริ่มกระบวนการใหม่ ทำให้สามารถบันทึกสถานะ (checkpoint) และดำเนินการฝึกฝนต่อได้ การทำงานทั้งหมดนี้ถูกเผยแพร่ใน GitHub แสดงให้เห็นว่าการฝึก Neural Networks โดยตรงบนฮาร์ดแวร์ ANE (Apple Neural Engine) เป็นไปได้จริง โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาส่วนประกอบภายนอกเพิ่มเติม และผลการทดสอบเบื้องต้นก็แสดงให้เห็นประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ เช่น การเทรน Transformer models ได้เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาทีบนชิป M4

ฝึก AI บน M4

Apple ว่าไง? กับศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของ Neural Engine M4

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น Apple ไม่เคยเปิดใช้งานหรือให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการสำหรับการฝึก AI บน Neural Engine พวกเขาได้ทำการตลาดว่าชิปนี้ให้พลังประมวลผลสูงสุดถึง 38 TOPS สำหรับการอนุมานผลเท่านั้น การค้นพบจากการย้อนรอยวิศวกรรมในครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถและพลังงานอีกมากที่ซ่อนอยู่ในชิปเหล่านี้ ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้มาก่อนเลย

นี่ถือเป็นข่าวใหญ่สำหรับชุมชนนักพัฒนา AI เพราะมันอาจเปลี่ยน Mac และ iPad ทั่วไปให้กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังยิ่งขึ้นสำหรับการฝึกโมเดลขนาดเล็กภายในเครื่อง ลดความจำเป็นในการพึ่งพาบริการคลาวด์ราคาแพง นอกจากนี้ยังจุดประกายให้เกิดการถกเถียงที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวทางการควบคุมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เข้มงวดของ Apple ด้วยว่าในอนาคตพวกเขาจะเปิดกว้างมากขึ้นหรือไม่

อนาคตของการพัฒนาและการ ฝึก AI บน M4 บน Mac และ iPad

การค้นพบครั้งนี้เป็นก้าวที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้งาน Apple ทั่วไป หากสามารถ ฝึก AI บน M4 ได้อย่างมีประสิทธิภาพบนอุปกรณ์ของเราเอง มันจะนำมาซึ่งประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากข้อมูลไม่จำเป็นต้องถูกส่งไปยังคลาวด์ การลดต้นทุนในการประมวลผลสำหรับนักพัฒนา หรือแม้กระทั่งการเปิดโอกาสให้เกิดการทดลองและสร้างสรรค์นวัตกรรม AI รูปแบบใหม่ๆ บนแพลตฟอร์ม Apple ได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สิ่งนี้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกโมเดล AI ขนาดเล็กหรือทดลองพัฒนาไอเดียใหม่ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรคลาวด์ขนาดใหญ่เสมอไป และเชื่อว่าในไม่ช้า ชุมชนนักพัฒนาคงจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์เราอีกมากมายเมื่อมีผู้คนเริ่มทดลองและเจาะลึกศักยภาพนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ความคิดเห็นจากผู้เขียน: ก้าวสำคัญที่เกินคาด?

ในฐานะผู้ที่ติดตามวงการเทคโนโลยี ผมมองว่าการปลดล็อก Neural Engine M4 ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงการแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางเทคนิคของนักพัฒนาเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณสำคัญถึง Apple ด้วยว่า ฮาร์ดแวร์ของพวกเขามีศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่ และผู้ใช้งานก็คาดหวังที่จะเห็นนวัตกรรมที่ลึกซึ้งกว่าเดิมบนอุปกรณ์ของตนเอง

แน่นอนว่าการที่ผู้ใช้งานสามารถ ฝึก AI บน M4 ได้โดยตรงนั้น จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล และอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Mac และ iPad กลายเป็นเครื่องมือในการพัฒนา AI ที่ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น คงต้องรอดูกันต่อไปว่า Apple จะตอบสนองต่อการค้นพบครั้งนี้อย่างไร จะเลือกที่จะปิดกั้นต่อไป หรือจะเปิดกว้างและสนับสนุนให้นักพัฒนาได้ใช้ประโยชน์จาก Neural Engine อย่างเต็มที่ในอนาคต ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางไหน การพัฒนานี้ก็สร้างแรงกระเพื่อมที่น่าจับตาให้กับวงการ AI บน Apple อย่างไม่ต้องสงสัย

Q1: Neural Engine ของ Apple M4 คืออะไร และทำอะไรได้บ้าง?

A: Neural Engine คือชิปพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเร่งการประมวลผลงานที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning โดยเฉพาะ บนชิป Apple M4 มันสามารถประมวลผลได้สูงสุดถึง 38 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที (38 TOPS) และมักจะใช้สำหรับการทำงานแบบ ‘inference’ หรือการอนุมานผลลัพธ์จากโมเดล AI ที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น การจดจำใบหน้า, การประมวลผลภาษาธรรมชาติ, หรือการปรับปรุงภาพถ่าย

Q2: การ “ฝึก AI บน M4” มีประโยชน์อย่างไรเมื่อเทียบกับการใช้คลาวด์?

A: การฝึก AI บน M4 โดยตรงบนอุปกรณ์มีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบกับการพึ่งพาบริการคลาวด์ ประการแรกคือเรื่องของ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย เนื่องจากข้อมูลไม่จำเป็นต้องออกจากอุปกรณ์ของคุณ ประการที่สองคือ ความเร็วและประสิทธิภาพ ในบางกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโมเดลขนาดเล็ก การประมวลผลภายในเครื่องอาจเร็วกว่าและมีค่า Latency ต่ำกว่า นอกจากนี้ยังช่วย ลดต้นทุน ได้อย่างมหาศาล เนื่องจากไม่ต้องจ่ายค่าบริการคลาวด์ และยังช่วยให้นักพัฒนาสามารถทดลองและแก้ไขโมเดลได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้

Q3: Apple จะสนับสนุนการฝึก AI บน Neural Engine ในอนาคตหรือไม่?

A: ปัจจุบัน Apple ยังไม่ได้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการสำหรับการฝึก AI บน Neural Engine และมักจะเน้นย้ำถึงความสามารถในการ ‘inference’ เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การค้นพบของ @0x0SojalSec แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของฮาร์ดแวร์ที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ การที่ชุมชนนักพัฒนาแสดงให้เห็นว่ามันสามารถทำได้จริง อาจเป็นแรงกดดันให้ Apple พิจารณาแนวทางและอาจมีการเปิดกว้างมากขึ้น หรือแม้แต่พัฒนาเครื่องมือรองรับการฝึก AI บน Neural Engine อย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้

Q4: ใครคือผู้ค้นพบวิธีปลดล็อก Neural Engine M4 ในครั้งนี้?

A: ผู้ที่ค้นพบและเผยแพร่วิธีการปลดล็อก Neural Engine M4 ในครั้งนี้คือ @0x0SojalSec ซึ่งเป็นนักวิจัยและนักพัฒนาด้านความปลอดภัย (security researcher and developer) ที่มีความเชี่ยวชาญในการย้อนรอยวิศวกรรม (reverse-engineering) ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เขาได้แบ่งปันรายละเอียดของโปรเจกต์นี้บน GitHub เพื่อให้นักพัฒนาคนอื่นๆ สามารถศึกษาและนำไปต่อยอดได้

ที่มา: gizmochina.com