หลายคนพอได้ยินคำว่า วัยทอง แล้วอาจจะรู้สึกกังวลใจไปต่าง ๆ นานา บ้างก็คิดว่านี่คือจุดจบของชีวิตคู่ หรือหมดความสุขทางเพศไปแล้ว จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลยนะครับ เพราะนี่คือการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของผู้หญิงทุกคน และสิ่งสำคัญที่งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นคือ ยิ่งผู้หญิงทำความเข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับวัยทองมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งจัดการกับความกังวลและอาการต่าง ๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของความสุขทางเพศที่สามารถดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
เข้าใจวัยทอง ไม่ใช่แค่เรื่อง “อายุ” แต่คือ “การเปลี่ยนแปลง”
จริง ๆ แล้ว วัยทองไม่ใช่โรคครับ แต่เป็นกระบวนการธรรมชาติที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอ เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง การตกไข่และรอบเดือนก็จะไม่สม่ำเสมอ จนกระทั่งหยุดไปในที่สุด อาการที่ตามมาก็มีตั้งแต่ อารมณ์แปรปรวน ร้อนวูบวาบ ความต้องการทางเพศลดลง ช่องคลอดแห้ง หรือเยื่อบุช่องคลอดบางลง
หลายคนอาจคิดว่าอาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่ต้องทน หรือไม่รู้จะปรึกษาใครดี ความไม่รู้หรือความเข้าใจผิดนี่แหละครับที่ทำให้เกิดความเครียดและทำให้อาการแย่ลงไปอีก โดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์และปัญหาทางเพศ ต้องบอกว่าในอดีต อายุขัยของผู้หญิงเฉลี่ยแค่ 48 ปี น้อยคนนักที่จะได้ใช้ชีวิตหลังวัยทอง แต่สมัยนี้ผู้หญิงเรามีอายุเฉลี่ยถึง 80 ปี นั่นหมายความว่าเราจะมีชีวิตอยู่กับช่วงวัยหลังวัยทองไปอีกหลายสิบปีเลยทีเดียว การทำความเข้าใจช่วงวัยนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
งานวิจัยชี้ชัด: ความรู้คือพลัง (และความสุข)!
ล่าสุด มีงานวิจัยที่น่าสนใจจากโปรตุเกส เป็นการวิเคราะห์เมตา (meta-analysis) ที่รวมผลจาก 8 การศึกษา ซึ่งมีผู้หญิงเข้าร่วมถึง 619 คน ช่วงอายุ 39 ถึง 75 ปีครับ งานวิจัยนี้ดูว่าโปรแกรมให้ความรู้และคำปรึกษาเกี่ยวกับวัยทอง ส่งผลต่อเรื่องเพศของผู้หญิงวัยทองอย่างไร
ผลสรุปออกมาชัดเจนเลยว่า การให้ความรู้และคำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็น 4-10 ครั้ง ครั้งละ 45-60 นาที ครอบคลุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ผลกระทบต่อเรื่องเพศ และความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับวัยทอง เช่น ความเชื่อว่าวัยทองจะทำให้หงุดหงิดจัด หรือหมดความต้องการทางเพศไปเลย (ซึ่งอาการรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้นได้ แต่พบได้น้อยมาก) รวมถึงบางการศึกษายังมีการฝึกสติ (mindfulness meditation) และการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT) ที่ช่วยลดความเครียด ก็ช่วยให้เรื่องเพศของผู้หญิงวัยทองดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ลดความเจ็บปวด: อาการเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ลดลง
- ถึงจุดสุดยอด: มีโอกาสถึงจุดสุดยอดมากขึ้น
- ความต้องการและเร้าอารมณ์: ความต้องการทางเพศ ความเร้าอารมณ์ และการหล่อลื่นดีขึ้น
- ความพึงพอใจ: ความพึงพอใจทางเพศโดยรวมเพิ่มขึ้น
นี่แสดงให้เห็นว่า แค่เรามีความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้อง ก็สามารถสร้างความแตกต่างในชีวิตได้มากเลยนะครับ
รับมือกับอาการวัยทอง: ทางเลือกที่ไม่ใช่ยา
จริงอยู่ว่าการใช้ฮอร์โมนทดแทน (HRT) อาจช่วยได้ แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องมะเร็งเต้านมที่หลายคนกังวลกันครับ แต่ไม่ต้องห่วง! เพราะมีทางเลือกที่ไม่ใช่ยาที่ได้ผลดีเช่นกัน สำหรับการดูแลตัวเองในช่วง วัยทอง
- อาหารจากถั่วเหลือง (Soy foods): เต้าหู้ หรืออาหารที่ทำจากถั่วเหลืองมีไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogens) ซึ่งออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่าและราคาถูกกว่า
- ผักและผลไม้ (Fruits and Vegetables): ไม่ใช่แค่ถั่วเหลืองนะครับ แต่พืชผักผลไม้ทุกชนิดก็มีไฟโตเอสโตรเจน การทานผักผลไม้มากขึ้นช่วยลดอาการร้อนวูบวาบได้ดี
- แบล็คโคฮอช (Black Cohosh): สมุนไพรพื้นเมืองของอเมริกาเหนือ อุดมไปด้วยไฟโตเอสโตรเจน มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชื่อ Remifemin ที่หาซื้อได้ตามร้านขายอาหารเสริม
- วิตามินอี (Vitamin E): การรับประทานวิตามินอี 800 IU/วัน อาจช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบได้
- สารหล่อลื่น (Sexual Lubricants): สำหรับปัญหาช่องคลอดแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ สารหล่อลื่นช่วยได้เยอะครับ หาซื้อได้ตามร้านขายยา
- ครีมเอสโตรเจนเฉพาะที่หรือห่วงใส่ช่องคลอด (Topical Estrogen Creams/Vaginal Rings): คุณหมออาจแนะนำให้ใช้เอสโตรเจนแบบทาเฉพาะที่ หรือเป็นห่วงที่ใส่ในช่องคลอด เพื่อช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดแห้งและเยื่อบุช่องคลอดบาง โดยมีความเสี่ยงเรื่องมะเร็งน้อยกว่า HRT
- การออกกำลังกายและผ่อนคลาย (Exercise and Relaxation): ช่วยจัดการกับอารมณ์แปรปรวน ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าได้ดี รวมถึงช่วยเรื่องสมาธิและการนอนหลับ ลองฝึกสติ โยคะ การทำสมาธิ หรือ CBT ดูนะครับ
- อาบน้ำอุ่นและนวดตัว (Hot baths and Full-Body Massages): บางครั้งช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศที่ลดลงได้
มุมมองของเรา: วัยทองช่วงเวลาใหม่ที่ “เลือก” ได้
เรามองว่าวัยทองเป็นเพียงอีกหนึ่งบทบาทในชีวิตของผู้หญิงที่ต้องผ่านพ้นไป ไม่ใช่จุดจบของความสุขหรือความเป็นผู้หญิงอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด ยิ่งเราเปิดใจเรียนรู้ ทำความเข้าใจร่างกายตัวเอง และเลือกวิธีการดูแลที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรม อาหาร หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น เราก็สามารถใช้ชีวิตช่วงวัยนี้ได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องของความสุขทางเพศที่ไม่จำเป็นต้องหายไปไหน เพียงแค่เรารู้จักดูแลตัวเองและคู่ของเราให้ดีขึ้นเท่านั้นเองครับ
ที่มา: psychologytoday.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สัญญาณไฟรถยนต์ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง และปลอดภัย
- โดนเตารีดนาบ ต้องทำอย่างไร? ปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
- แจกฟรี 12 เทมเพลตการ์ดแต่งงาน ลายดอกไม้-ใบไม้ แก้ไขเองได้ เลือกโทนสีได้ตามธีมงาน
- รวม 10 ฟอนต์ภาษาไทยสวย ๆ มีให้เลือกหลายสไตล์ พร้อมลิงก์ดาวน์โหลด
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]