Xiaomi ประกาศเปิด Mi MIX 3 5G ที่รองรับ 5G เป็นตัวแรกของ Xiaomi  มาพร้อมกับเทคโนโลยี 5G ผ่านแพลตฟอร์ม Qualcomm รุ่น Snapdragon 855 ด้วยโมเดม Snapdragon X50 ที่จะปลดปล่อยประสบการณ์ 5G ให้แก่ผู้ใช้ ราคาเริ่มต้นที่ 599 ยูโร (ประมาณ 21,600 บาท) มี 2 สีให้เลือกได้แก่ Onyx Black และ Sapphire Blue

และทำการเปิดตัว Mi 9 หลังจากเปิดตัวไปในประเทศจีนเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ประกาศความพร้อมในการบุกตลาดทั่วโลก โดย Mi 9 เป็นสมาร์ทโฟน เรือธงที่มาพร้อมกับ AI triple camera และระบบการชาร์จไร้สายที่ดีที่สุดในตอนนี้ สามารถชาร์จไฟได้ถึง 20W และขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 855 จะเริ่มวางจำหน่าย ในประเทศแถบยุโรปตะวันตกก่อน เริ่มต้นที่ราคา 449 ยูโร (ประมาณ 16,200 บาท)

Mi-9_02

Mi MIX 3 5G

Snapdragon 855 และระบบระบายความร้อนขั้นสูง

ภายใน Mi MIX 3 ติดตั้งแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 855 ซึ่งใช้สถาปัตกรรมการผลิตที่ 7 นาโนเมตร มีซีพียู Qualcomm Kryo 485 ที่ประกอบไปด้วยตัวประมวลผล 8 แกน เพื่อความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ

และการประหยัดพลังงาน ซึ่งการประมวลผลแกนเดี่ยว (Single Core) เร็วขึ้นจากรุ่นที่แล้วสูงถึง 45% ตัวประมวลผล กราฟฟิก Qualcomm Adreno 640 ก็ถูกพัฒนาให้ทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 20% และตัวประมวลผลด้าน AI อย่าง Qualcomm AI Engine เจเนอเรชั่นที่ 4 ก็ทำงานได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า

MIX-3-5G_23

Xiaomi ได้พัฒนาระบบระบายความร้อน Hybrid Cooling System สำหรับ Mi MIX 3 5G ขึ้นมาโดยเฉพาะ มีการนำเอาวัสดุนำความร้อนอย่าง Rogers HeatSORB ซึ่งใช้วิธี Phase Change Effect ในการควบคุมอุณหภูมิ สามารถจับความร้อนที่เกิดขึ้นจากตัวประมวลผล

และชะลอการเพิ่มของอุณหภูมิออกไปได้อีก และด้วย Passive Heat Pipe ซึ่งประกอบไปด้วย แกรไฟต์ 6 ชั้น ช่วยกระจายความร้อนออกไปได้เร็วกว่าแผ่นแกรไฟต์ คู่ที่ใช้กันทั่วไปได้ถึง 3 เท่าอีกด้วย

MIX-3-5G_19

คุณภาพการถ่ายภาพระดับโลก

Mi MIX 3 5G ได้สืบทอดกล้องคู่ AI ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลจาก Mi MIX 3 ซึ่งได้รับคะแนนด้านภาพถ่ายจาก DxOMark สูงถึง 108 และด้วยฟีเจอร์ทางด้าน AI ที่ล้ำหน้าและการถ่ายวิดีโอสโลวโมชั่นที่ช้าถึง 960fps ทำให้ผู้ใช้ เริ่มเกิดความคาดหวังและเชื่อมั่นในกล้องของกล้องจาก Xiaomi

ส่วนการเซลฟี่นั้น Mi MIX 3 5G มาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ ความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล ใช้สุดยอดเซนเซอร์ Sony IMX576 ในการจับภาพได้ความละเอียดที่เหนือกว่า ซึ่งการประมวลภาพถ่ายทั้งหมดนี้ถูกจัดการโดย Qualcomm Spectra™ 380 ISP ทำให้ประมวลผลภาพถ่าย แต่ละรูปออกมาได้อย่างรวดเร็ว ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า สามารถถ่ายรูปได้มากขึ้นกว่าเดิมต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

สไลด์ดีไซน์ เปิดประสบการณ์แสดงผลแบบเต็มหน้าจอ

Mi MIX 3 5G ใช้กลไกการเลื่อนสไลด์ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของทางเสียวหมี่ ให้ประสบการณ์สัมผัสที่ดีเยี่ยมและปรับแต่ง ได้หลากหลาย ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้การสไลด์เป็นการเรียกใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของโทรศัพท์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับสาย เรียกเข้า หรือเปิดแอปกล้องขึ้นมา

และด้วยสไลด์ดีไซน์นี้ทำให้ขอบข้างของเครื่อง มีความบางมากเป็นพิเศษ และมีสัดส่วน หน้าจอต่อขนาดเครื่อง (screen-to-body Ratio) ที่ใหญ่มากเกินกว่าใคร สิ่งที่จะเห็นด้านหน้าจะมีเพียงหน้าจอที่สวยงามของ Samsung AMOLED ซึ่งมีขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 FHD+ ที่สัดส่วน 19.5:9

Mi MIX 3 5G ราคาเริ่มต้นที่ 599 ยูโร (ประมาณ 21,600 บาท) มี 2 สีให้เลือกได้แก่ Onyx Black และ Sapphire Blue

MIX-3-5G_04

Mi 9 มาพร้อมกล้อง AI triple camera

Mi 9 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงตัวแรกจากเสียวหมี่ที่มาพร้อมกับกล้องหลัง AI triple camera ซึ่งมีกล้องหลักที่ใช้เซนเซอร์ ถ่ายภาพความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิเซล ของ Sony IMX586

ด้วยขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่ ½” ผู้ใช้สามารถเลือกถ่ายภาพ ที่ความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล หรือปรับเปลี่ยนให้ถ่ายภาพได้สวยใสและสว่างขึ้นในสภาพแสงน้อยได้ โดย Mi 9 จะรวม พิกเซลจาก 4 เป็น 1 เพื่อเพิ่มขนาดพิกเซลต่อจุดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 1.6 μm ซึ่งจะรับแสงได้ไวกว่าเดิม

โดยตัว AI triple camera นี้จะประกอบไปด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล กล้องอัลตร้าไวด์ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้องเทเลซูม 12 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี

Mi-9_12

ผ่านการทดสอบจาก DxOMark เว็บไซต์ชื่อดังด้านการทดสอบ อุปกรณ์ถ่ายภาพ ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่กล้องดีที่สุดที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งทำคะแนนไปได้ถึง 107 คะแนน นอกจากนี้ยังทำ คะแนนด้านการถ่ายวิดีโอมากถึง 99 คะแนน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของ DxOMark อีกด้วย

การออกแบบดีไซน์ใน Mi 9

Mi 9 มีดีไซน์ฝาหลังแบบโค้งมนรอบด้าน ทำให้สามารถจับถือได้ถนัดและสบาย ใช้กระบวนการขั้นสูงในการลงสีให้ฝาหลัง จนได้สีรุ้งแบบ Holographic ระยิบระยับสะกดตา แตกต่างในทุกครั้งที่หยิบจับขึ้นมามอง

ดีไซน์แบบโค้งมนรอบด้านนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมากจากสถาปนิกชื่อดัง Antoni Gaudi และได้รับการรับรองจากสถาบัน The Gaudi Academia of Knowledge

Mi-9_05

ด้านหน้าของ Mi 9 ได้เลือกใช้การแสดงผลของ Samsung AMOLED Dot Drop ที่มีขนาดหน้าจอ 6.39 นิ้ว สัดส่วน 19.5:9 และภายใต้หน้าจอนี้จะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือรุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถปลดล็อคได้รวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 25%

Mi 9 จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศยุโรป ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 449 ยูโร (ประมาณ 16,200 บาท) สำหรับรุ่น 6GB+64GB และราคา 499 ยูโร (ประมาณ 18,000 บาท) สำหรับรุ่น 6GB+128GB มี 3 สีให้เลือก ได้แต่ สีดำ Piano Black, น้ำเงิน Ocean Blue, และม่วง Lavender Violet

Mi-9_09

Leave a Reply