จริง ๆ แล้วหลายคนอาจจะรอคอยสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่จาก Xiaomi กันอยู่ใช่มั้ยครับ? ล่าสุดทาง Xiaomi ก็ได้เปิดตัวเจ้า Xiaomi Watch S5 46mm อย่างเป็นทางการสำหรับตลาด Global พร้อมกับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ 17T ของพวกเขาด้วยนาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ HyperOS 3 ที่หลายคนคุ้นเคย และยังมีการอัปเกรดฮาร์ดแวร์หลายจุดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่สว่างขึ้น แบตเตอรี่ความจุสูงขึ้น และฟีเจอร์ด้านฟิตเนสแบบเฉพาะทางที่ใส่มาให้แบบจัดเต็มทีเดียว
ส่วนเรื่องดีไซน์นั้น Xiaomi Watch S5 ยังคงดีไซน์หน้าปัดทรงกลมมาตรฐานที่เราคุ้นเคยกันดี โดยมีกรอบตัวเรือนที่ทำจากสแตนเลสสตีล 316L น้ำหนัก 46 กรัม และมีความหนา 10.99 มม. ขนาดกำลังดีไม่เทอะทะ
หน้าจอของรุ่นนี้เป็นแบบ AMOLED ขนาด 1.48 นิ้ว ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล และจุดเด่นคือความสว่างสูงสุดที่ 2,500 nits ครับ! อันนี้ต้องบอกว่าสว่างมาก ๆ น่าจะสู้แดดแรง ๆ ได้สบายเลย ส่วนขอบหน้าจอก็บางลง เหลือแค่ 2.6 มม. ซึ่งทาง Xiaomi บอกว่าลดลงจากรุ่นก่อนถึง 40% เลยทีเดียว และยังมาพร้อมกับระบบ Wet-touch protection ช่วยป้องกันน้ำหยดไปสัมผัสหน้าจอแล้วสั่งงานผิดพลาดด้วย อันนี้มีประโยชน์เวลาฝนตกหรือเหงื่อออกเยอะ ๆ นะ
ด้านแบตเตอรี่ก็หายห่วงครับ เพราะ Xiaomi Watch S5 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 815mAh ซึ่งทาง Xiaomi เคลมว่าใช้งานได้นานสูงสุดถึง 21 วันสำหรับการใช้งานแบบประหยัดพลังงาน ถ้าใช้งานทั่วไปก็จะอยู่ที่ประมาณ 14 วัน และแม้จะเปิด Always-on Display ก็ยังใช้งานได้ยาวนานถึง 9 วัน ถือว่าอึดมาก ๆ สำหรับสมาร์ทวอทช์ในยุคนี้
ฟีเจอร์เด่นด้านสุขภาพและการออกกำลังกายใน Xiaomi Watch S5
สำหรับใครที่เน้นเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย ต้องบอกว่า Xiaomi Watch S5 จัดเต็มมาก ๆ ครับ ไม่ใช่แค่โหมดกีฬาพื้นฐาน แต่ยังมีฟีเจอร์เฉพาะทางที่น่าสนใจ ซึ่งเราสรุปมาให้ดูดังนี้:
- โหมดกีฬามากกว่า 150 โหมด: ครอบคลุมกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ไปจนถึงกีฬาเฉพาะทาง
- ชิป GNSS แบบ Dual-band, Five-system: ช่วยเรื่องการระบุตำแหน่งกลางแจ้งได้แม่นยำขึ้น เหมาะกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานนอกสถานที่
- รองรับแผนที่แบบออฟไลน์และฟีเจอร์ Backtracking: สำหรับนักผจญภัยที่อาจจะไปในพื้นที่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดี ฟีเจอร์นี้ช่วยนำทางกลับเส้นทางเดิมได้
- โหมดปั่นจักรยาน: สามารถซิงค์ข้อมูลเข้ากับสมาร์ทโฟน เพื่อใช้งานเป็น Bike Computer และเชื่อมต่อกับ Power Meter (เครื่องวัดกำลังปั่น) ผ่าน Bluetooth ได้ด้วย อันนี้สายปั่นน่าจะชอบ
- โหมดสกีพร้อมระบบ Fall Detection: ฟีเจอร์นี้ฉลาดมาก ถ้าตรวจจับการล้มได้ และผู้ใช้งานไม่มีการตอบสนองเป็นเวลา 60 วินาที ระบบจะติดต่อบริการฉุกเฉินให้ทันที ถือว่าปลอดภัยสำหรับคนชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์
- Passion mode: โหมดแปลกใหม่ที่น่าสนใจ ตัวนี้จะติดตามท่าทาง เช่น การปรบมือ หรือโบกแขน ในระหว่างการแข่งขันกีฬา เพื่อคำนวณแคลอรี่ที่เผาผลาญไปขณะเชียร์ อันนี้จริง ๆ แล้วดูสนุกดีนะ
- เซ็นเซอร์วัดหัวใจและออกซิเจนในเลือดแบบใหม่: ใช้เซ็นเซอร์ 4-LED และ 4-PD ซึ่ง Xiaomi เคลมว่ามีความแม่นยำในการวัดอัตราการเต้นของหัวใจถึง 98.4% เลยทีเดียว
- อัลกอริทึมติดตามการนอนหลับที่อัปเดต: ทำงานร่วมกับสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับระดับสากล เพื่อให้การติดตามและวิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับแม่นยำยิ่งขึ้น
เชื่อมต่อชีวิตดิจิทัลง่ายๆ ด้วย HyperOS 3
สำหรับระบบปฏิบัติการ HyperOS 3 ไม่ได้แค่ทำให้การใช้งานลื่นไหลขึ้นเท่านั้นนะครับ แต่ยังเพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลรอบตัวเราได้อีกเยอะเลย เช่น:
- เชื่อมต่อกับ Xiaomi Smart Hub: ควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮมต่างๆ ได้จากข้อมือ
- ควบคุมกล้องจากระยะไกล: อันนี้สะดวกมาก เวลาถ่ายรูปหมู่หรือเซลฟี่ จะได้ไม่ต้องตั้งเวลาเอง
- รองรับการชำระเงิน NFC: ผ่าน Mastercard และ Visa ทำให้การจ่ายเงินทำได้ง่ายๆ แค่ยกข้อมือ
จะเห็นได้ว่าฟีเจอร์ด้าน Smart Hub และ NFC Payment ก็เป็นอะไรที่ทำให้ชีวิตประจำวันเราสะดวกขึ้นเยอะเลย
ราคาและช่องทางการจำหน่าย
ตอนนี้เจ้า Xiaomi Watch S5 46mm ก็เริ่มวางจำหน่ายแล้วนะครับ สำหรับราคาคร่าวๆ ที่ประกาศมาคือ:
- รุ่นสีดำ (Black) และ สีเงิน (Silver): ราคาอยู่ที่ €179.99 หรือประมาณ 149.99 ปอนด์
- รุ่นสีเขียว Jungle Green และ สีฟ้า Ceramic Blue: สองสีนี้จะมีวัสดุสายและขอบหน้าปัดที่แตกต่างออกไป ราคาจะสูงกว่านิดหน่อย อยู่ที่ €199.99 หรือประมาณ 169.99 ปอนด์
ส่วนตัวคิดว่าราคาค่อนข้างสมเหตุสมผลสำหรับฟีเจอร์ที่ให้มาขนาดนี้
สรุปแล้ว Xiaomi Watch S5 น่าสนใจแค่ไหน?
จากฟีเจอร์และสเปกที่ Xiaomi Watch S5 ให้มา ต้องบอกว่ามันเป็นสมาร์ทวอทช์ที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังมองหาอุปกรณ์คู่ใจที่ช่วยดูแลสุขภาพและกิจกรรมการออกกำลังกายได้อย่างครบครัน จอที่สว่างจ้า แบตเตอรี่ที่อึดทน ฟีเจอร์เฉพาะทางอย่างโหมดสกีพร้อม Fall Detection หรือแม้แต่ Passion Mode ก็ถือเป็นกิมมิคที่น่ารักดีนะ ส่วนตัวมองว่าด้วยราคาที่เข้าถึงได้และฟังก์ชันที่อัปเกรดมาขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาหรือคนทั่วไปที่อยากมี Gadget เจ๋งๆ ติดตัว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่าน่าลองเลยทีเดียว
ที่มา: gizmochina.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แอป EQSweep ช่วยจูนเสียงหูฟังบน Android ให้ตรงใจผ่านการไล่คลื่นความถี่
- หลุดสเปกกล้อง Galaxy A38 คาดใช้ชุดเดิมความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
- YouTube Music เพิ่มป้ายกำกับเพลงที่สร้างด้วย AI ใต้ชื่อเพลงแล้ว
- Poco X8s ผ่านการรับรอง กสทช. ในไทยแล้ว ลุ้นเปิดตัวเร็วๆ นี้
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]