จากข่าวก่อนหน้า ก็น่าจะทราบกันดีว่า แอปเปิลเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมกัน 3 รุ่น คือ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X (อ่านว่า ไอโฟน เท็น)

โดยไอโฟน เท็ จะเปิดจองได้ในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 และวางขาย 3 พฤศจิกายน 2560 ราคาเปิดตัวในต่างประเทศอยู่ที่ 999 ดอลลาร์ สำหรับรุ่น 64GB หรือประมาณ 33,000 บาท และอีกรุ่นคือความจุ 256GB ราคาอยู่ที่ 1,149 ดอลลาร์ หรือประมาณ 38,000 บาท

ข้อมูลสเปก

  • มาพร้อมกับ iOS 11
  • หน้าจอ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว OLED ความละเอียด 1125 x 2436 พิกเซล
  • ชิป Apple A11 Bionic แบบ 64Bit 6 แกน
  • แรม 3 GB
  • หน่วยความจำ 64/256 GB
  • กล้องหลัง Dual 12 MP, f/1.8 & f/2.4, phase detection autofocus, OIS, 2x optical zoom, quad-LED (dual tone) flash
    • ถ่ายวีดีโอ 2160p@24/30/60fps, 1080p@30/60/120/240fps
  • กล้องหน้า True-Depth 7 MP, f/2.2, 1080p@30fps
  • Bluetooth 5.0 A2DP, LE
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band
  • ยืนยันตัวต้นเข้าใช้งานเครื่องผ่าน Face ID
  • รองรับ Fast battery charging ชาร์จ 30 นาที ได้แบต 50%
  • รองรับ Wireless charging
  • มี 2 สี Space Gray และ Silver

หน้าจอแสดงผล

โดย iPhone X เป็นการดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ใช้เทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการทำให้
จอภาพโค้งรับกับดีไซน์แบบโค้ง มาพร้อมกับหน้าจอ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว ดีไซน์แบบไร้ขอบ

นอกจากนั้นตัวหน้าจอยังใช้เทคโนโลยี OLED ให้สีสันได้สวยงามและแม่นยำ แสดงสีดำได้ดำสนิท มีความสว่างสูง และมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1

นอกจากนั้นตัวหน้าจอ ยังรองรับการสั่งงานแบบ 3D Touch อีกด้วย

สแกนใบหน้า Face ID

สิ่งที่หายไปในไอโฟนรุ่นนี้คือปุ่มโฮม และเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ (Touch ID) โดยเปลี่ยนมาใช้การยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งานผ่าน Face ID แทน

การส่วนสั่งงานแบบเดิมที่เคยเป็นหน้าที่ของปุ่มโฮม ก็เปลี่ยนเป็นการแตะที่หน้าจอแสดงผลแทน  โดยการปัดขึ้น
ครั้งเดียวจะเข้ามาแทนที่การกดปุ่ม

Face ID ทำงานโดยอาศัยกล้อง TrueDepth และสามารถตั้งค่าได้ง่ายๆ โดยกล้องนี้จะฉายและวิเคราะห์จุดแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่ากว่า 30,000 จุด เพื่อสร้างแผนผังโครงสร้างใบหน้าของคุณในแนวลึกอย่างแม่นยำ

วัสดุแข็งแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แอปเปิลเคลมว่า วัสดุที่ใช้ในรุ่นนี้เป็นกระจกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในสมาร์ทโฟนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 
อีกทั้งยังใช้สแตนเลสสตีลเกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องมือศัลยกรรม ที่สำคัญผ่านมาตรฐาน IP68 ทนน้ำทนฝุ่น โดยอยุ๋ในน้ำลึก 1.5 เมตร ได้นาน 30 นาที

กล้องหน้า TrueDepth ล้ำขึ้น

กล้องหน้าที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ใช้ชื่อว่า TrueDepth มีความสามารถหลายอย่าง เซลฟี่ได้ดีขึ้น มีโหมดถ่ายภาพที่ช่วยให้การถ่ายภาพใบหน้ามีความขาว สว่างมากขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าถ่ายหน้าตัวเองจะออกมาดำอีกต่อไป

“การจัดแสงภาพถ่ายบุคคล” คือฟีเจอร์ใหม่ในโหมดภาพถ่ายบุคคล ที่จะสร้างเอฟเฟ็กต์

กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

กล้องหลังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ 12MP มีขนาดใหญ่ขึ้นและไวขึ้น มาพร้อมฟิลเตอร์สีใหม่ พิกเซลที่เก็บรายละเอียด
ได้มากขึ้น และกล้องทั้งคู่พร้อมระบบ OIS ทั้ง 2 ตัว สามารถซูมออปติคอลได้ 2x และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่าสำหรับรูปภาพ และ 6 เท่าสำหรับวิดีโอ

รองรับการถ่ายวีดีโอ 4k @60fps

รองรับ Wireless charging

ในที่สุดไอโฟนก็รองรับ Wireless charging ซะที