แอปเปิลเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus และเพิ่มรุ่นใหม่อย่าง iPhone X อย่างเป็นทางการ โดย ไอโฟน 8 นั้นมาพร้อมกับดีไซน์เดิม ส่วน iPhone X จะเป็นดีไซน์ใหม่

iPhone 8 มาพร้อมกับหน้าจอ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ส่วน iPhone 8 Plus มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว

ราคา

ไอโฟน 8 มีให้เลือก 2 ความจุ คือ 64GB ราคา 699 ดอลลาร์ หรือประมาณ 23,300 บาท และรุ่น 256GB ราคา 849 ดอลลาร์ ราคา 28,000 บาท

ส่วนไอโฟน 8 พลัส มี 2 ความจุเช่นกันคือ 64GB ราคา 799 ดอลลาร์ ประมาณ 26,400 บาท และ 256GB ราคา 949 ดอลลาร์ หรือ 31,400 บาท

เปิดให้สั่งจองในต่างประเทศ 15 กันยายน 2560 และขายจริง 22 กันยายน 2560 ส่วนกำหนดการวางขายในไทยยังไม่มีประกาศออกมา

ข้อมูลทั่วไป

ในแง่การออกแบบของไอโฟน 8 จะไม่แตกต่างจาก iPhone 7 เท่าไหร่หนัก มีการเปลี่ยนวัสดุที่ใช้จากเดิมที่เป็นอะลูมิเนียมมาเป็นกระจกแทน มีการเคลมว่านี่คือกระจกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขอบอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ และเลือกใช้สีเดียวกับกระจกเพื่อให้ดูกลมกลื่น

จอภาพ Retina HD ที่สวยงามยิ่งกว่าที่เคย ด้วยการแสดงผลแบบ True Tone แบบที่เคยใช้ใน iPad Pro ที่ให้ ขอบเขตสีที่กว้างขึ้น ความแม่นยำของสีดีขึ้น ปรับไวท์บาลานซ์ให้ ตรงกับสภาพแสงรอบๆ ตัวคุณโดยอัตโนมัติ และรองรับ 3D Touch

 

กล้องคู่ที่ดีขึ้น มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 12MP ที่ล้ำหน้ากว่าเดิม ด้วยเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และไวขึ้น ฟิลเตอร์สีใหม่ พิกเซลที่เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น รวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหว แบบออปติคอลสำหรับรูปภาพและวิดีโอ

โหมดภาพถ่ายบุคคลบน iPhone 8 Plus ทำได้ดียิ่งขึ้น ทั้งฉากหน้าที่คมชัดกว่าและฉากหลังที่เบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติกว่าเดิม

เลนส์มุมกว้างและเลนส์เทเลโฟโต้บน iPhone 8 Plus ไม่เพียงแต่สามารถซูมออปติคอลได้เท่านั้น แต่ยังซูมดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่าสำหรับรูปภาพ และ 6 เท่าสำหรับวิดีโออีกด้วย

รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@60fps และรองรับการถ่ายวีดีโอ Slo-Mo 1080p@240fps

ชิพตัวใหม่ล่าสุด ชื่อ A11 Bionic ขุมพลังเบื้องหลังที่ให้ประสบการณ์ในการใช้งานและการเล่นเกมที่แตกต่างไปจากเดิม ใครเคยใช้ iPhone 7 มาก็คงทราบกันว่าเล่นเกมลื่นแค่ไหน

พร้อมคอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์ ซึ่งเร็วกว่าชิพ A10 Fusion ถึง 70% และคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์ที่เร็วขึ้นสูงสุดถึง 25%

GPU แบบ 3 คอร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบโดย Apple เร็วกว่าชิพ A10 Fusion ถึง 30%

กันน้ำกันฝุ่น ผ่านมาตรฐาน IP68

รองรับ Wireless charging สามารถชาร์จกับแท่นชาร์จและแผ่นรองชาร์จ แบบไร้สายตามโรงแรม ร้านกาแฟ และสนามบินต่างๆ ทั่วโลกได้

2 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here