Skip to content

Apple สร้างสถิติส่วนแบ่งรายได้สมาร์ทโฟนเกือบครึ่งโลกในไตรมาสสองปี 2026

Report: Apple hit a record 49% share of global smartphone revenue for Q2

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวหรือรู้สึกว่าตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงซบเซา ยอดขายไม่กระเตื้องเหมือนเมื่อก่อนแล้วใช่ไหมครับ? ข้อมูลจาก Counterpoint Research ในไตรมาสที่สองของปี 2026 กลับเผยตัวเลขที่น่าสนใจและอาจทำให้หลายคนต้องคิดใหม่ เมื่อ Apple สามารถกวาดส่วนแบ่งรายได้สมาร์ทโฟนทั่วโลกไปได้เกือบครึ่งหนึ่งถึง 49% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสที่สองของบริษัท แม้ว่ายอดส่งมอบโดยรวมของตลาดจะลดลงก็ตาม วันนี้เราจะมาเจาะลึกหักล้างความเชื่อผิดๆ ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ของ Apple และตลาดสมาร์ทโฟนกัน

⏱ ใช้เวลาอ่านประมาณ 13 นาที

ตลาดสมาร์ทโฟนซบเซา… แล้วทำไม Apple ถึงรุ่งสวนกระแส

เป็นที่รับรู้กันดีว่าช่วงที่ผ่านมาตลาดสมาร์ทโฟนเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและปัญหาการขาดแคลนชิป ทำให้ยอดส่งมอบโดยรวมของตลาดลดลงอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ก็คงต้องได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน แต่เอาเข้าจริงแล้ว สถานการณ์กลับเป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงครับ

รายงานจาก Counterpoint Research ชี้ชัดว่า Apple ไม่เพียงแต่รักษาระดับการเติบโตไว้ได้ แต่ยังพุ่งทะยานสร้างสถิติใหม่ ด้วยการมีส่วนแบ่งรายได้สมาร์ทโฟนโลกถึง 49% ในไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งถือเป็นการเติบโตของรายได้ถึง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ส่วนแบ่งยอดส่งมอบของ Apple ก็เพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 21% ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย สถิติเหล่านี้ตอกย้ำว่าแม้ตลาดโดยรวมจะหดตัว แต่ Apple กลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สาเหตุหลักมาจากความต้องการ iPhone 17 Series ที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นพื้นฐานอย่าง iPhone 17 และ iPhone 17 Pro Max ที่เป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายในกลุ่มพรีเมียม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงให้คุณค่าและยินดีที่จะลงทุนกับผลิตภัณฑ์ระดับสูงของ Apple

ส่วนแบ่งรายได้สมาร์ทโฟน Apple

ความเข้าใจผิดเรื่องราคาสินค้า Apple ที่ไม่เคยถูก

“Apple ขึ้นราคาอีกแล้วเหรอ?” เป็นประโยคที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ และเป็นความเชื่อที่ฝังหัวผู้บริโภคหลายคนว่า Apple มักจะปรับขึ้นราคาสินค้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นหรือมีการขาดแคลนชิ้นส่วน แต่สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2026 นี้ เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่คิดครับ

ในขณะที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นๆ ต้องเผชิญกับวิกฤตการขาดแคลนหน่วยความจำและต้นทุนส่วนประกอบที่สูงขึ้น ทำให้หลายแบรนด์ต้องตัดสินใจปรับขึ้นราคาสินค้าของตน แต่ Apple กลับสามารถรักษาระดับราคา iPhone ให้ค่อนข้างคงที่ได้ ซึ่งเป็นความสามารถที่น่าทึ่งในการดูดซับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และยังคงโดดเดี่ยวจากวิกฤตการณ์หน่วยความจำที่รุมเร้าตลาด

แน่นอนว่าราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของ iPhone ก็สูงขึ้นเล็กน้อยจาก 879 ดอลลาร์เป็น 946 ดอลลาร์ แต่การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจาก “Product Mix” หรือการที่ผู้บริโภคหันไปซื้อ iPhone รุ่นพรีเมียมมากขึ้น ไม่ใช่การปรับขึ้นราคาแบบก้าวกระโดดในรุ่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม รายงานก็คาดการณ์ว่า Apple อาจมีการปรับขึ้นราคาในไตรมาสถัดๆ ไป แต่ในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้ Apple แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการจัดการราคาได้อย่างดีเยี่ยม

ส่วนแบ่งรายได้สมาร์ทโฟน Apple

Apple กำลังเสียเปรียบคู่แข่ง Android หรือเปล่า

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่คนมักคิดคือ Apple อาจกำลังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งจากฝั่ง Android โดยเฉพาะ Samsung ที่เป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนานในด้านยอดส่งมอบ แต่ภาพรวมของตลาดสมาร์ทโฟนไม่ได้วัดกันที่ยอดส่งมอบเพียงอย่างเดียวครับ

แม้ว่า Samsung จะยังคงครองอันดับหนึ่งในด้านยอดส่งมอบที่ 23% ซึ่งสูงกว่า Apple ที่ 21% เล็กน้อย แต่หากมองในมุมของรายได้ Apple กลับทิ้งห่างคู่แข่งอย่างขาดลอย ด้วยส่วนแบ่งรายได้เกือบครึ่งหนึ่งของตลาดโลก นั่นหมายความว่า Apple สามารถสร้างรายได้ต่อเครื่องได้มากกว่า และกลุ่มลูกค้าของ Apple ยินดีที่จะจ่ายแพงกว่าเพื่อประสบการณ์ที่เหนือกว่า

ในทางกลับกัน แบรนด์อื่นๆ ในห้าอันดับแรกกลับมียอดส่งมอบลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ Xiaomi ที่มียอดส่งมอบลดลงมากที่สุดถึง 26% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด Apple ยังคงสามารถเสริมสร้างตำแหน่งทางการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จในการเติบโตทั้งด้านมูลค่าและปริมาณการขาย แม้ว่าตลาดส่วนใหญ่จะหดตัวลงก็ตาม การเติบโตนี้โดดเด่นเป็นพิเศษในภูมิภาคอย่างจีน ยุโรป และตลาดเกิดใหม่ต่างๆ ซึ่งการรักษาระดับราคาของ Apple ช่วยเพิ่มคุณค่าที่สัมพัทธ์ในสายตาผู้บริโภค ท่ามกลางการขึ้นราคาของสมาร์ทโฟน Android ในวงกว้าง

มองไปข้างหน้ากับ Apple และตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม

การที่ Apple สามารถสร้างสถิติส่วนแบ่งรายได้สมาร์ทโฟนโลกได้เกือบครึ่งหนึ่งในไตรมาส 2 ปี 2026 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ กลยุทธ์การบริหารจัดการราคาที่ดี และความภักดีของผู้บริโภคต่อระบบนิเวศของ Apple แม้ว่าตลาดโดยรวมจะเผชิญกับความท้าทาย แต่ความต้องการ iPhone รุ่นพรีเมียมยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Apple สามารถเติบโตสวนกระแสได้

แน่นอนว่าในไตรมาสต่อๆ ไป Apple ก็อาจจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากข้อจำกัดด้านอุปทานที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสำหรับ iPhone, iPad และ Mac ตามที่บริษัทได้เตือนไว้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นราคา แต่ด้วยการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ Apple ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนได้ดี และยังคงเป็นผู้นำที่กำหนดทิศทางของตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมได้อย่างน่าจับตาในปี 2026 นี้

คำถามที่พบบ่อย

Apple มีส่วนแบ่งรายได้สมาร์ทโฟนทั่วโลกเท่าไรในไตรมาส 2 ปี 2026?

Apple ทำสถิติใหม่ด้วยส่วนแบ่งรายได้สมาร์ทโฟนทั่วโลกสูงถึง 49% ในไตรมาสที่สองของปี 2026 ครับ

อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้ Apple ประสบความสำเร็จในครั้งนี้?

ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการ iPhone 17 Series ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรุ่นพื้นฐานและ Pro Max รวมถึงการที่ Apple สามารถรักษาระดับราคาไว้ได้ค่อนข้างคงที่ในขณะที่คู่แข่งหลายรายต้องขึ้นราคาครับ

แม้ตลาดสมาร์ทโฟนโดยรวมจะซบเซา Apple ยังคงเติบโตอยู่หรือไม่?

ใช่ครับ แม้ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนโดยรวมในตลาดจะลดลง แต่ Apple กลับมียอดรายได้เพิ่มขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และส่วนแบ่งยอดส่งมอบก็เพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 21% ในไตรมาสเดียวกันครับ

ในอนาคต Apple มีแนวโน้มจะปรับขึ้นราคาสินค้าหรือไม่?

รายงานของ Counterpoint คาดการณ์ว่า Apple อาจมีการปรับขึ้นราคาในไตรมาสถัดๆ ไปครับ แม้ว่าจะสามารถคงราคาไว้ได้ในไตรมาสที่ผ่านมาก็ตาม

ที่มา: 9to5mac.com