Skip to content

อยากติดตามการนอนให้แม่นยำด้วย Apple Watch? อย่ามองข้ามการตั้งค่าสำคัญ!

Tracking sleep with Apple Watch? Use these 5 settings for the best accuracy - Tom's Guide

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเจ้า Apple Watch ที่เราใส่กันอยู่ทุกวันเนี่ย นอกจากจะใช้ดูเวลา รับสาย หรือแจ้งเตือนต่างๆ แล้ว มันยังเป็นผู้ช่วยชั้นดีในการ ติดตามการนอน Apple Watch ของเราได้ด้วยนะ ซึ่งจริง ๆ แล้วฟีเจอร์นี้มันมีประโยชน์กับสุขภาพเรามากกว่าที่คิดเยอะเลยแหละ

การที่เราได้รู้ข้อมูลการนอนของเรา ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เรานอนหลับไปเท่าไหร่ คุณภาพการนอนเป็นยังไง มีช่วงหลับลึก หลับตื้น หรือตื่นกลางดึกบ้างไหม ข้อมูลพวกนี้แหละที่จะช่วยให้เราเข้าใจร่างกายตัวเองได้มากขึ้น แล้วเอาไปปรับปรุงพฤติกรรมการนอนให้ดีขึ้นได้

ทำไมต้องสนใจการติดตามการนอน? ประโยชน์ที่ Apple Watch มอบให้

จริง ๆ แล้วเรื่องการนอนนี่สำคัญมากเลยนะ หลายคนอาจจะคิดว่านอน ๆ ไปก็พอแล้ว แต่คุณภาพการนอนนี่ส่งผลต่อทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเราเลย ตั้งแต่พลังงาน สมาธิ อารมณ์ ไปจนถึงสุขภาพระยะยาวเลยทีเดียว การนอนไม่พอหรือไม่ดีเนี่ย ทำให้เราอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย แถมยังเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อีกด้วย

แล้ว Apple Watch เข้ามาช่วยตรงนี้ยังไง? ง่ายๆ เลยคือมันจะเก็บข้อมูลการนอนของเราอัตโนมัติ ทำให้เราเห็นภาพรวมว่าแต่ละคืนเรานอนได้ดีแค่ไหน ไม่ต้องมานั่งจดนั่งจำเอง แถมข้อมูลที่ได้มาเนี่ยก็ละเอียดพอสมควรนะ ทำให้เราเห็นแพทเทิร์นการนอนของตัวเองว่าช่วงไหนนอนดี ช่วงไหนนอนไม่ดี ซึ่งบางทีเราเองก็ไม่เคยสังเกตมาก่อน

เคล็ดลับเพิ่มความแม่นยำในการติดตามการนอน Apple Watch ที่คุณควรรู้

หลายคนอาจคิดว่าแค่ใส่ Apple Watch นอนไปเฉยๆ ก็พอแล้ว แต่จริงๆ แล้ว เพื่อให้การ ติดตามการนอน Apple Watch ของเราได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุด มันมีเคล็ดลับบางอย่างที่เราควรให้ความสำคัญนะ อย่างเว็บไซต์ Tom’s Guide เองก็เคยแนะนำถึง 5 การตั้งค่าสำคัญ ที่จะช่วยให้การเก็บข้อมูลการนอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งถึงแม้เราจะไม่ได้ลงรายละเอียดทั้งหมดของการตั้งค่าเหล่านั้น แต่หลักการสำคัญก็คือการเตรียมพร้อมและเข้าใจการทำงานของมันนั่นแหละ

นี่คือสิ่งที่เราอยากแนะนำเพื่อให้คุณได้ข้อมูลการนอนที่แม่นยำยิ่งขึ้น:

  • ใส่ให้พอดี: ลองปรับสายนาฬิกาให้กระชับกับข้อมือ ไม่แน่นไปไม่หลวมไป เพราะถ้าหลวมไป เซ็นเซอร์ก็อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือถ้าแน่นไปก็จะอึดอัดได้
  • จัดการแบตเตอรี่: อย่าลืมชาร์จ Apple Watch ให้มีแบตเตอรี่เพียงพอสำหรับการนอนทั้งคืนนะ อย่างน้อยก็ควรมีสัก 30% ขึ้นไป เพื่อให้มันทำงานได้ต่อเนื่องโดยไม่ดับกลางคัน
  • เปิดโหมดนอนหลับ (Sleep Focus): ฟีเจอร์นี้จะช่วยปิดการแจ้งเตือนต่างๆ และทำให้หน้าจอมืดลง เพื่อไม่ให้เราถูกรบกวนในระหว่างนอนหลับ แถมยังช่วยให้ Apple Watch โฟกัสกับการเก็บข้อมูลการนอนได้ดีขึ้นด้วย
  • ปรับการตั้งค่าสุขภาพ: ลองเข้าไปเช็คการตั้งค่าในแอป Health บน iPhone ดูว่าข้อมูลส่วนตัว เช่น อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง ถูกต้องไหม เพราะข้อมูลเหล่านี้ก็มีผลต่อการวิเคราะห์สุขภาพของเราด้วยนะ

มุมมองจากบรรณาธิการ: สรุปแล้ว Apple Watch ช่วยให้การนอนดีขึ้นได้จริงหรือ?

จากประสบการณ์ที่เราเห็นและลองใช้เอง ก็ต้องบอกว่า Apple Watch ถือเป็นเครื่องมือที่ดีมากสำหรับคนที่อยากจะเข้าใจและปรับปรุงการนอนของตัวเองนะ แม้ว่าข้อมูลที่ได้อาจจะไม่ได้ละเอียดเท่าอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง แต่ก็เพียงพอที่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้ การที่เราเห็นตัวเลขหรือกราฟการนอนของตัวเองทุกวัน มันช่วยกระตุ้นให้เราหันมาใส่ใจกับการนอนมากขึ้น และทำให้เราอยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดีออกไป ส่วนตัวแล้วคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะลองใช้ฟีเจอร์นี้ดูนะ ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่มี Apple Watch อยู่แล้ว การลองปรับตั้งค่าต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ลองดูแล้วคุณอาจจะตกใจว่าที่ผ่านมาตัวเองนอนได้แย่แค่ไหนก็เป็นได้!

ที่มา: news.google.com