Skip to content

ยิมสมองไฮเทคในนิวยอร์กช่วยผู้สูงอายุรักษาสมองให้เฉียบคม

Exclusive | High-tech ‘brain gym’ at NYC assisted living is helping seniors preserve their cognitive skills - New York Post

เชื่อว่าหลายคนมีความเข้าใจผิดๆ ว่าเมื่ออายุมากขึ้น ภาวะสมองถดถอยหรือความสามารถในการจดจำและการคิดวิเคราะห์ที่ลดลงเป็นเรื่องธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราบอกว่าความเชื่อนี้อาจไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด และมีวิธีที่เราสามารถท้าทาย ‘ความเชื่อ’ ที่ว่านี้ได้ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ? ปัจจุบันนี้มีเครื่องมือล้ำสมัยที่เข้ามาช่วยบริหารสมองผู้สูงอายุได้อย่างสนุกและมีประสิทธิภาพ ทำให้การดูแลสมองให้ฟิตและเฟิร์มเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป!

⏱ ใช้เวลาอ่านประมาณ 14 นาที

ไม่ใช่แค่การนั่งสมาธิ แต่คือการออกกำลังกายสมองด้วยเกมสนุก

หลายคนอาจคิดว่าการบริหารสมองผู้สูงอายุต้องเป็นการนั่งสมาธิ เล่นเกมกระดานเงียบๆ หรือแก้ปริศนาอักษรไขว้เท่านั้น แต่ที่ The Bristal at York Avenue ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรูในแมนฮัตตัน สหรัฐอเมริกา ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ที่ไม่เหมือนใครด้วย ‘BrainFit‘ ซึ่งเป็นระบบออกกำลังกายสมองแบบแรกเริ่มในลักษณะที่สนุกสนานและโต้ตอบได้ราวกับกำลังเล่นเกมอาเขต

ลองจินตนาการถึงเครื่องเกมที่ดูคล้ายกับ “Dance Dance Revolution” แต่แทนที่จะใช้เท้าควบคุมจังหวะ คุณต้องใช้ไม้ควบคุมที่เหมือนไม้กลองตีเป้าหมายที่ปรากฏขึ้นบนผนัง LED ขนาดยักษ์ที่ส่องแสงวาบๆ ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฝึกฝนทักษะหลากหลาย ทั้งการจดจำรูปแบบ เวลาตอบสนอง การประสานงานระหว่างมือและตา และความคล่องตัว ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกเล่นเกมได้หลายประเภทที่เน้นการจับคู่ความจำ การจดจำลำดับ การจัดเรียงกิจกรรม การทรงตัว ความคล่องตัว และแม้กระทั่งความท้าทายแบบ dual-tasking หรือการทำงานสองอย่างพร้อมกัน รวมถึงการแข่งขันแบบทีมด้วย

บริหารสมองผู้สูงอายุ

คำบอกเล่าจากผู้ใช้งานจริง การบริหารสมองที่ไม่ใช่แค่สนุก

คุณ Richard Stapen วัย 78 ปี ผู้อยู่อาศัยคนแรกที่ได้ทดลองใช้เทคโนโลยี BrainFit เล่าว่าเครื่องนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปสมัยเรียน และยังกระตุ้นความเป็นนักกีฬาในตัวเขาที่เคยตีกลองมาก่อน เขาเล่น BrainFit สัปดาห์ละสองครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที และเชื่อว่ามันช่วย “เพิ่มพูนความจำ” ได้อย่างมาก

ด้านคุณ Mary Ann Caws วัย 93 ปี ก็รู้สึกประทับใจไม่แพ้กัน เธอบอกว่ามันเป็นวิธีที่สนุกที่ช่วยให้เธอแข็งแรงขึ้นและมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดีขึ้น “คุณลืมไปเลยว่ามันกำลังช่วยคุณอยู่ เพราะเกมมันสนุกมากจนไม่รู้สึกเหมือนกำลังออกกำลังกายเลย” เธอกล่าว เธอเข้าร่วมเซสชัน BrainFit เดือนละครั้ง แต่ก็กระตือรือร้นที่จะเพิ่มความถี่เพราะรู้สึกถึงความสำเร็จหลังแต่ละครั้ง

บริหารสมองผู้สูงอายุ

ความเชื่อผิดๆ เรื่องสมองเสื่อมถอย ผู้สูงอายุจะดูแลสมองอย่างไร

หลายคนมักคิดว่าการเสื่อมถอยทางปัญญาเมื่ออายุมากขึ้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ ดร. Rob Winningham ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับยิม BrainFit ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ได้เปิดเผยความจริงที่น่าสนใจว่า การออกกำลังกายทางกายภาพเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับการบันทึกไว้ดีที่สุดในการปรับปรุงความสามารถทางการรู้คิดในผู้สูงอายุ และ BrainFit ก็ผสานการออกกำลังกายทั้งสองส่วนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของ BrainFit คือการฝึกแบบ dual-tasking หรือการทำกิจกรรมทางปัญญาและทางกายภาพไปพร้อมกัน ดร. Winningham อธิบายว่าหากคุณสามารถเดินได้ แต่ไม่สามารถเดินไปคุยไปได้ นั่นอาจเป็นสัญญาณของสุขภาพสมองที่ถดถอย การฝึก dual-tasking อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการช่วยให้ผู้สูงอายุที่ประสบภาวะบกพร่องทางปัญญาในระยะแรกเริ่ม มีพัฒนาการที่สำคัญทั้งในด้านความสามารถในการรับรู้ ความจำ และคุณภาพชีวิตโดยรวม

การมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายทั้งทางปัญญาและทางกายภาพ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที จะกระตุ้นการหลั่งโปรตีน BDNF (brain-derived neurotrophic factor) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยในการสร้างความจำใหม่ๆ และช่วยให้สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้อย่างอิสระ

การบริหารสมองผู้สูงอายุด้วย BrainFit เหมาะกับใครบ้าง

แม้ BrainFit จะสามารถปรับปรุงการทำงานของสมองสำหรับคนทุกวัยได้ แต่ก็อาจไม่ให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกันกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมระยะกลางถึงระยะปลาย อย่างไรก็ตาม ดร. Winningham ย้ำว่าเครื่องมือนี้ยังคงช่วยปรับปรุงการเคลื่อนไหวและลดความเสี่ยงของการหกล้ม ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในผู้ที่มีภาวะสมองถดถอย

นอกจากนี้ การฝึกแบบ dual-tasking ของ SMARTfit (ผู้ผลิตเทคโนโลยี BrainFit) ยังแสดงให้เห็นว่าช่วยเสริมสร้างการทำงานของ Executive Function ในผู้สูงอายุที่มีภาวะความบกพร่องทางปัญญาเล็กน้อย (MCI) ซึ่งเป็นระยะที่อยู่ระหว่างภาวะสูงวัยปกติกับภาวะสมองเสื่อม “งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับ MCI สามารถมีพัฒนาการที่สำคัญในความสามารถในการตั้งใจและสร้างความทรงจำใหม่ๆ ได้ หากพวกเขามีส่วนร่วมในโปรแกรมเช่นเดียวกับที่พบใน BrainFit Gym” ดร. Winningham กล่าวในปี 2026 นี้ เทคโนโลยีเช่นนี้กำลังเป็นความหวังใหม่ในการดูแลสุขภาพสมองของผู้สูงอายุ

ความคิดเห็นจากผู้เขียน: ดูแลสมองให้แอคทีฟเป็นสิ่งสำคัญ

สิ่งที่ BrainFit แสดงให้เห็นคือการเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อการดูแลสุขภาพสมองของผู้สูงอายุ จากเดิมที่อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องที่เคร่งเครียดหรือน่าเบื่อ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและเข้าถึงได้ง่าย การผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายกายและสมองเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกแบบ dual-tasking ที่เน้นการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สมองยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีดูแลสุขภาพสมองของผู้สูงอายุในครอบครัว หรือแม้แต่ตัวคุณเอง การเปิดรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทำให้การบริหารสมองเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่แค่การรักษาสมรรถภาพทางสมองไว้เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและความสุขในการใช้ชีวิตประจำวันด้วย เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งเชื่อว่าความเสื่อมถอยทางสมองเป็นเรื่องที่คุณต้องยอมรับเพียงอย่างเดียว ลองค้นหาทางเลือกใหม่ๆ ที่จะช่วยให้สมองของคุณยังคงเฉียบคมและมีชีวิตชีวาต่อไปได้ในปี 2026 นี้

คำถามที่พบบ่อย

BrainFit คืออะไรและช่วยบริหารสมองผู้สูงอายุได้อย่างไร?

BrainFit คือระบบออกกำลังกายสมองแบบไฮเทคที่ใช้เกมสไตล์อาเขตบนผนัง LED ขนาดใหญ่ ผู้ใช้งานจะใช้ไม้ควบคุมเพื่อตีเป้าหมายที่ปรากฏ ช่วยฝึกทักษะด้านความจำ การประสานงาน เวลาตอบสนอง และความคล่องตัว ทำให้การบริหารสมองเป็นเรื่องสนุกและโต้ตอบได้

BrainFit มีประโยชน์อย่างไรต่อผู้สูงอายุบ้าง?

BrainFit ช่วยเพิ่มพูนความจำ ทักษะการรู้คิด การตัดสินใจ และความคล่องตัว นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งโปรตีน BDNF ซึ่งดีต่อการสร้างความจำใหม่ๆ และลดความเสี่ยงของการหกล้ม ช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Dual-tasking ใน BrainFit สำคัญอย่างไร?

Dual-tasking หรือการทำกิจกรรมทางปัญญาและทางกายภาพไปพร้อมกัน เป็นประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของ BrainFit ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการรับรู้และความจำ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะความบกพร่องทางปัญญาเล็กน้อย (MCI) การฝึกนี้ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงการทำงานของสมอง

BrainFit เหมาะกับผู้สูงอายุทุกคนหรือไม่?

BrainFit เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการรักษาสมรรถภาพทางสมองและผู้ที่มีภาวะความบกพร่องทางปัญญาเล็กน้อย (MCI) แต่สำหรับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมระยะกลางถึงระยะปลาย ผลลัพธ์ในการปรับปรุงการทำงานของสมองอาจไม่ชัดเจนเท่า อย่างไรก็ตามยังคงช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวและลดความเสี่ยงหกล้มได้

ที่มา: news.google.com