จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงรู้สึกกันดีว่าสมาธิของเรามันถูกรบกวนและถูกดึงไปง่ายเหลือเกินใช่ไหมครับ? ทั้งจากเทคโนโลยีและปัจจัยทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน จนเกิดความตึงเครียดต่อความสามารถในการจดจ่อของเราอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่วันนี้มีข่าวดีครับ เพราะผู้คนกำลังรวมตัวกันเพื่อปกป้องและสนับสนุนสมาธิของมนุษย์ในรูปแบบใหม่ ๆ ผ่านการเคลื่อนไหวที่เรียกว่า “Attention Activism” หรือกิจกรรมเพื่อสมาธิ ซึ่งหลักสำคัญอย่างหนึ่งของการเคลื่อนไหวนี้คือการสร้าง ‘พื้นที่สมาธิ’ ขึ้นมาเพื่อช่วยเราทุกคนครับ
ทำไมสมาธิเราถึงแย่ลงในยุคนี้?
ต้องยอมรับว่าตั้งแต่มีเทคโนโลยีเข้ามา โดยเฉพาะบรรดาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจของเราให้มากที่สุด มันเหมือนกับมีธุรกิจขนาดใหญ่ที่มองเห็นว่า ‘ความสนใจ’ ของมนุษย์เป็นเหมือนทรัพยากรล้ำค่า ที่ต้องถูก ‘ขุดเจาะ’ ออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลองนึกภาพธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการที่เราไถหน้าจอไปเรื่อย ๆ ดูสิครับ นั่นแหละครับคือภาพของสิ่งที่เรียกว่า ‘extractive attention industries’ หรืออุตสาหกรรมที่เหมือนมา ‘ขุดเจาะ’ ความสนใจของเราไป ซึ่งผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้ทำให้สมาธิของเราถูกกดดันอย่างหนัก และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รู้จัก ‘Attention Activism’ และ 3 เสาหลักสำคัญ
การเคลื่อนไหว Attention Activism นั้นเกิดขึ้นมาเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ โดยมี 3 เสาหลักสำคัญที่ขับเคลื่อนมันไปข้างหน้าครับ
- การศึกษา (Study): คือการทำความเข้าใจอย่างเปิดกว้างว่าสมาธิส่วนรวมของเราคืออะไร มันควรจะเป็นแบบไหน และอะไรคือพลังที่คุกคามมันอยู่ รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ให้คนเห็นถึงปัญหาเหล่านี้
- การจัดระเบียบ (Organizing): คือการรวมกลุ่ม สร้างเครือข่ายความร่วมมือบนพื้นฐานเดียวกันเพื่อปกป้องสมาธิของเราทุกคน
- การสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ (Sanctuary): คือการสร้างและดูแลพื้นที่ที่เอื้อต่อการฝึกฝน ปกป้อง และบ่มเพาะสมาธิส่วนรวมของเรา ให้เป็นพื้นที่ที่ความสนใจของพวกเราจะไม่ถูกรบกวนและถูกดึงไปใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจ
จริง ๆ แล้วนักบำบัดเองก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Attention Activism ด้วยในตัวนะครับ เพราะพวกเขาก็ศึกษาเรื่องสมาธิของตัวเองมาตั้งแต่ตอนเรียน และยังเป็นผู้สนับสนุนดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้าผ่านการใส่ใจและให้ความสนใจ และที่สำคัญที่สุดคือในระหว่างการบำบัด พวกเขาก็ได้เป็นผู้ดูแล ‘พื้นที่สมาธิ’ ที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับลูกค้าของพวกเขาด้วย
แล้ว ‘พื้นที่สมาธิ’ ที่ว่ามันคืออะไรกันแน่?
หัวใจสำคัญของ Attention Activism ก็คือการสร้าง พื้นที่สมาธิ (Attention Sanctuary) ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อมโยงกับวินัยของเราในการฟื้นฟูสุขภาพด้านความสนใจอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำไปที่ 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
- การปกป้อง: รูปแบบของสมาธิที่เปราะบางและเสี่ยงต่อการถูก ‘ขุดเจาะ’ ไปใช้ประโยชน์
- การบ่มเพาะ: รูปแบบของสมาธิที่ไม่สามารถกลายเป็นสินค้าได้ หรือไม่สามารถนำไปแสวงหาผลกำไรได้
หลายคนอาจคิดว่ามันคืออะไรที่ซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้ว พื้นที่สมาธิ มีอยู่รอบตัวเราครับ เช่น ห้องเรียนที่ทุกคนตั้งใจเรียนรู้, สถานที่ที่มีประวัติยาวนานในการเป็นพื้นที่ให้มนุษย์ได้ใช้สมาธิอย่างวัดวาอาราม, ห้องสมุด, หรือพิพิธภัณฑ์ และแน่นอนว่า ‘พื้นที่ของการบำบัด’ เองก็ถือเป็น พื้นที่สมาธิ โดยธรรมชาติ การที่ลูกค้าและนักบำบัดตกลงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายด้านสุขภาพ ผ่านการใช้เวลาร่วมกันและการมีอยู่ร่วมกัน มันสร้างเงื่อนไขพิเศษที่เรียกว่า ‘sanctuary’ ซึ่งช่วยให้เกิดคุณภาพของการจดจ่อร่วมกันที่เข้มข้นและมีประสิทธิภาพครับ
นักบำบัดกับบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นที่สมาธิ
แม้ว่าการบำบัดจะเป็นรูปแบบหนึ่งของ พื้นที่สมาธิ ที่ทรงพลัง แต่ก็ต้องต่อสู้ในภูมิทัศน์ที่ถูกรุกรานโดยอุตสาหกรรมที่เข้ามา ‘ขุดเจาะ’ ความสนใจของเรา หรือที่เรียกว่า ‘human fracking’ ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ การบำบัดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ทั้งตัวนักบำบัดเองหรือลูกค้าสามารถรับมือกับโลกใหม่นี้ได้
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีข้อผูกมัดที่กระตือรือร้นและร่วมมือกันมากขึ้น นักบำบัดด้วยการฝึกฝนของพวกเขา ย่อมรู้ดีว่าจะส่งเสริมการสร้าง พื้นที่สมาธิ ได้อย่างไร และในฐานะนักบำบัดและนักเคลื่อนไหวเพื่อสมาธิ พวกเขาก็อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะให้ความรู้แก่ผู้อื่นภายนอกพื้นที่การบำบัด เกี่ยวกับวิธีที่จะกำหนดเวทีเพื่อเผชิญหน้ากับประเด็นเฉพาะของยุคสมัยนี้ร่วมกับนักเคลื่อนไหวเพื่อสมาธิคนอื่น ๆ
องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Strother School of Radical Attention (SoRA) ซึ่งเกิดจากการทำงานของ Friends of Attention (กลุ่มศิลปิน นักเคลื่อนไหว และนักวิชาการ) ก็ได้มุ่งเน้นพัฒนาโปรแกรมที่เกี่ยวกับการบ่มเพาะรูปแบบของสมาธิที่ไม่สามารถกลายเป็นสินค้าได้ เพื่อสร้างความร่วมมือข้ามสาขาวิชา และกำหนดแนวทางสำหรับการสร้าง พื้นที่สมาธิ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาการเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ
มุมมองจากเรา: ‘พื้นที่สมาธิ’ สำคัญกว่าที่คิดสำหรับทุกคน
จริง ๆ แล้วประเด็นเรื่องสมาธิที่ถูกดึงไปจากโลกดิจิทัลมันใกล้ตัวเรามาก ๆ ครับ ผมมองว่าแนวคิดเรื่อง พื้นที่สมาธิ นี้ไม่ได้จำกัดแค่ในวงการบำบัดหรือจิตวิทยาเท่านั้น แต่มันเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรตระหนักและเริ่มสร้างขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการปิดแจ้งเตือนในบางช่วงเวลา การกำหนดขอบเขตการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัล หรือแม้แต่การหาเวลาสงบ ๆ อยู่กับตัวเอง การปกป้องความสามารถในการจดจ่อของเราถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิตที่ดีในยุคที่ทุกอย่างแข่งขันกันเรียกร้องความสนใจ ดังนั้น การที่เราเข้าใจและเริ่มลงมือสร้าง ‘พื้นที่สมาธิ’ ของตัวเองขึ้นมา จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุขขึ้นได้จริง ๆ ครับ
ที่มา: psychologytoday.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- 25 ไอเดียทรงผมไปงานแต่ง สวยแพงแบบไม่แย่งซีนเจ้าสาว
- รวม 25 คำคมหนังผี ประโยคเด็ดสุดคลาสสิกชวนหลอน พร้อมคำแปล
- สัญญาณไฟรถยนต์ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง และปลอดภัย
- โดนเตารีดนาบ ต้องทำอย่างไร? ปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]