ความเชื่อที่ว่าการวินิจฉัยภาวะออทิสติก (Autism Spectrum Disorder) ในวัยผู้ใหญ่เป็นเรื่องไร้ประโยชน์ หรือเป็นเพียงการหาสาเหตุมาแก้ตัวให้กับความผิดพลาดในอดีต เป็นสิ่งที่หลายคนยังเข้าใจผิดอยู่มาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำความเข้าใจตนเองผ่านมุมมองของความเห็นอกเห็นใจตนเองในคนออทิสติก คือก้าวสำคัญที่ช่วยปลดล็อกความเจ็บปวดในอดีต และนำไปสู่การเยียวยาจิตใจในปัจจุบันได้
⏱ ใช้เวลาอ่านประมาณ 13 นาที
ข้อเข้าใจผิดที่ 1: การวินิจฉัยออทิสติกในวัยผู้ใหญ่ไม่มีประโยชน์
หลายคนอาจคิดว่าเมื่อโตแล้ว ประสบการณ์ชีวิตก็ผ่านมามาก การจะมาตรวจวินิจฉัยว่าตนเองเป็นออทิสติกหรือไม่นั้นดูไม่จำเป็นเสียแล้ว แต่เรื่องราวจากผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยในวัยผู้ใหญ่กลับสะท้อนมุมมองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างเช่นกรณีของ ดร. แคลร์ แจ็ค ที่เล่าว่าเมื่อเธอไปพบแพทย์เพื่อขอรับการประเมินออทิสติก แพทย์ถามว่าเธอจะได้รับประโยชน์อะไรจากการวินิจฉัยนี้ ซึ่งสำหรับเธอแล้ว คำตอบคือการได้ทำความเข้าใจชีวิตของเธอที่ผ่านมา – ชีวิตที่เต็มไปด้วยการตัดสินใจที่น่าสงสัย ความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว และประวัติการทำงานที่ผันผวน ความรู้สึกเหมือนชีวิตที่เต็มไปด้วยศักยภาพแต่กลับไม่ได้รับการเติมเต็ม ความไม่แน่นอน และความสงสัย ที่เธอต้องเผชิญมาตลอดพร้อมกับความวิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ และความผิดปกติในการกิน การวินิจฉัยนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อหาข้ออ้าง แต่เพื่อมอบความเข้าใจอันลึกซึ้ง ซึ่งเป็นรากฐานของความเห็นอกเห็นใจตนเอง
ตัวอย่างจริง: เรื่องราวที่เปลี่ยนไปเมื่อเข้าใจ
-
แคทเธอรีน วัย 60 กว่าปี: เธอมองว่าการประเมินนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถึงแม้จะเกษียณแล้ว ไม่ต้องการความช่วยเหลือในที่ทำงาน และมีวิธีจัดการสุขภาพจิตที่ดีขึ้น แต่เธอยังรู้สึกเหมือนถูกหลอกหลอนด้วยบางสิ่งที่เธอทำในอดีต เธอเพียงต้องการมองย้อนกลับไปและเข้าใจว่าทำไม เพื่อที่จะได้ใจดีกับตัวเองมากขึ้น
-
เอมิลี วัย 40 กว่าปี: เหตุผลของเอมิลีคล้ายกัน เธอต้องการทำความเข้าใจอดีตเพื่อก้าวไปข้างหน้าในความสัมพันธ์ใหม่และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับลูกๆ ที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอรู้สึกผิดอย่างมหันต์ที่ไม่สามารถรับมือกับการเป็นแม่ได้ในวัยสาวและออกจากบ้านไป เธอเชื่อว่าการรู้ว่าตัวเองเป็นออทิสติกจะช่วยให้เธอมีความเห็นอกเห็นใจต่อตัวเองในวัยเยาว์มากขึ้น และคลายความรู้สึกผิดที่เป็นกำแพงกั้นระหว่างเธอกับลูก
การวินิจฉัยออทิสติกอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงมุมมองที่มีต่อตัวเองในวัยเยาว์ได้ในทันที แต่มันคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากในการก้าวไปสู่มุมมองใหม่ หลายคนพบว่าตนเองเปลี่ยนจากการประเมินการกระทำและการเลือกในอดีตอย่างรุนแรง ไปสู่ความเข้าใจในตนเองที่เปี่ยมด้วยความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น โดยตระหนักว่าตนเองได้เลือกสิ่งเหล่านั้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ข้อเข้าใจผิดที่ 2: ความผิดพลาดในอดีตคือความล้มเหลวส่วนบุคคล
บ่อยครั้งที่คนออทิสติกต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งความคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วความทุกข์ใจเหล่านี้ไม่ได้มาจากความล้มเหลวส่วนบุคคล แต่มาจากความไม่เข้าใจในตนเองเป็นเวลาหลายปี การตัดสินตนเองตามความคาดหวังของคนทั่วไป (neurotypical) และการเชื่อว่าความยากลำบากของตนเองสะท้อนถึงข้อบกพร่องส่วนตัว แทนที่จะเป็นความแตกต่างที่แท้จริงในวิธีการทำงานของสมอง
แชนเทลล์ใช้การวินิจฉัยของเธอเป็นตัวเร่งให้ทำงานร่วมกับนักบำบัดที่เชี่ยวชาญด้านการบำบัดเด็กในตัว (inner child therapy) เป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเด็กไม่ดี แต่ตระหนักว่าเธอเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่เข้าใจผิด พยายามทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ประสบกับอาการ Meltdowns อย่างรุนแรงเพราะถูกผลักดันให้อยู่ในสถานการณ์ที่เธอไม่สามารถทนได้ เธอใช้เวลาหลายปีคิดว่าทุกสิ่งที่ถูกบอกเกี่ยวกับอารมณ์ฉุนเฉียว การดื้อรั้น การก่อกวน และความไม่ดีของเธอนั้นถูกต้อง และมันทำให้เธอเกลียดตัวเอง แต่ตอนนี้ เธอได้เรียนรู้วิธีใหม่ในการมองเห็นตัวเองในวัยเยาว์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเยียวยาและการฟื้นตัวของเธอ
มุมมองออทิสติก: ก้าวสำคัญสู่การเยียวยาจิตใจ
การมองย้อนกลับไปยังประสบการณ์ในอดีตด้วยความเห็นอกเห็นใจตนเองช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนการโทษตนเองไปสู่ความเข้าใจ พร้อมทั้งช่วยให้เราตระหนักและตอบสนองต่อความต้องการในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความเข้าใจในอดีตของเราไม่ได้หมายถึงการแก้ตัวทุกการตัดสินใจที่เราทำไปแล้ว หรือการจมปลักอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว
แต่เป็นการตระหนักว่าเราสามารถทำความเข้าใจชีวิตของเราได้ผ่านความรู้ที่เรามีอยู่ในขณะนั้นเท่านั้น และเมื่อความเข้าใจนั้นเปลี่ยนแปลงไป มันก็เป็นไปได้ที่จะมองเห็นตัวเองในมุมที่แตกต่างออกไป และการเปลี่ยนมุมมองนี้สามารถกำหนดทางเลือกที่เราจะทำนับจากนี้เป็นต้นไป
ความคิดเห็นจากผู้เขียน: การยอมรับคือก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลง
ในฐานะผู้เขียน ผมเชื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้ตอกย้ำความจริงที่ว่า การยอมรับและทำความเข้าใจตนเอง ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยใด เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การวินิจฉัยภาวะออทิสติก ไม่ได้มีไว้เพื่อตีตรา แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงจุดต่างๆ ในชีวิตที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเรื่องราวใหม่ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และความหวัง การเริ่มต้นความเห็นอกเห็นใจตนเองในคนออทิสติก แท้จริงแล้วคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่แท้จริง
คำถามที่พบบ่อย
การวินิจฉัยออทิสติกในวัยผู้ใหญ่มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?
ช่วยให้บุคคลเข้าใจและตีความประสบการณ์ในอดีตใหม่ด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจตนเองมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเยียวยาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทำไมคนออทิสติกจึงมักโทษตัวเองจากความผิดพลาดในอดีต?
บ่อยครั้งเกิดจากการไม่เข้าใจความแตกต่างทางระบบประสาทของตนเอง และการพยายามวัดตนเองกับความคาดหวังของคนทั่วไป (neurotypical) แทนที่จะเป็นความล้มเหลวส่วนบุคคล
การเข้าใจอดีตของตนเองผ่านมุมมองออทิสติกหมายถึงการแก้ตัวหรือไม่?
ไม่ใช่ การทำความเข้าใจอดีตไม่ได้หมายถึงการแก้ตัวทุกการตัดสินใจ แต่เป็นการตระหนักว่าเราตัดสินใจบนพื้นฐานของความรู้ที่เรามีในขณะนั้น ซึ่งเมื่อความเข้าใจเปลี่ยนไป ก็จะช่วยให้เรามองตัวเองและตัดสินใจในอนาคตต่างออกไป
ความเห็นอกเห็นใจตนเองช่วยลดปัญหาสุขภาพจิตในคนออทิสติกได้อย่างไร?
เมื่อเราเลิกโทษตัวเองและมองย้อนกลับไปในอดีตด้วยความเข้าใจ จะช่วยลดความเครียด วิตกกังวล และซึมเศร้าที่มักเกิดจากการไม่เข้าใจความต้องการของตนเอง ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา: psychologytoday.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สัญญาณไฟรถยนต์ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง และปลอดภัย
- โดนเตารีดนาบ ต้องทำอย่างไร? ปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
- แจกฟรี 12 เทมเพลตการ์ดแต่งงาน ลายดอกไม้-ใบไม้ แก้ไขเองได้ เลือกโทนสีได้ตามธีมงาน
- รวม 10 ฟอนต์ภาษาไทยสวย ๆ มีให้เลือกหลายสไตล์ พร้อมลิงก์ดาวน์โหลด
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]