หลายคนอาจจะคิดว่าความเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเรื่องปกติ ใคร ๆ ก็เป็นกัน แต่จริง ๆ แล้วปัญหาความเหนื่อยล้าทางจิตใจหรือ ภาวะหมดไฟ (Burnout) ในที่ทำงานนั้นส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิดเยอะเลยนะ ล่าสุดมีรายงานจาก Manulife Canada ที่เผยแพร่ผ่าน Yahoo! Finance Canada ออกมาสะท้อนภาพที่น่าตกใจว่าพนักงานคนหนึ่งอาจสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงานไปมากถึง 46 วันต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึงการลาป่วยจริง ๆ แต่เป็นการที่ร่างกายและจิตใจเราไม่พร้อมจะทำงานอย่างเต็มที่นั่นเอง
ภาวะหมดไฟไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ผลกระทบเกินคาด!
เรามักจะมองข้ามสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น รู้สึกไม่อยากตื่นไปทำงาน อ่อนเพลียง่ายกว่าปกติ ไม่มีสมาธิ หรือแม้แต่รู้สึกเบื่อหน่ายกับงานที่เคยรัก แต่สัญญาณเหล่านี้แหละคือจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ที่เรียกว่า ภาวะหมดไฟ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อตัวบุคคลและองค์กรในภาพรวม รายงานของ Manulife Canada ชี้ชัดว่าความเหนื่อยล้าทางจิตใจและภาวะหมดไฟ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พนักงานมีประสิทธิผลลดลงอย่างมาก
ลองนึกภาพว่าพนักงานแต่ละคนไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ตลอด 46 วันต่อปี มันเทียบเท่ากับการที่บริษัทต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายและผลผลิตที่ลดลงมหาศาลเลยทีเดียว ตรงนี้เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ภาวะหมดไฟไม่ใช่แค่ความขี้เกียจ แต่มันคือสภาวะที่ร่างกายและจิตใจถูกใช้งานหนักจนเกินขีดจำกัด ทำให้การทำงานไม่มีคุณภาพ ไม่สร้างสรรค์ และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพกายและใจอื่น ๆ ตามมาได้อีกเพียบ
แล้วเราจะรับมือกับความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟได้อย่างไร?
จริง ๆ แล้ว การป้องกันและจัดการกับภาวะหมดไฟเป็นเรื่องที่ทั้งพนักงานและองค์กรต้องช่วยกัน สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการตระหนักรู้ถึงปัญหา พนักงานเองก็ต้องรู้จักสังเกตตัวเอง ส่วนผู้บริหารหรือหัวหน้างานก็ต้องใส่ใจสัญญาณที่เกิดขึ้นกับลูกน้อง
- จัดตารางเวลาให้ดี: ไม่ใช่แค่ตารางงาน แต่รวมถึงตารางพักผ่อนด้วย การจัดสรรเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวให้สมดุลเป็นสิ่งจำเป็น บางทีเราก็ต้องกล้าที่จะปฏิเสธงานที่มากเกินไปเพื่อรักษาสมดุลของตัวเอง
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ข้อนี้อาจจะดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่หลายคนมองข้าม การนอนหลับที่มีคุณภาพคือยาขนานเอกที่จะช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจให้กลับมาสดชื่น
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การขยับร่างกายไม่ได้ช่วยแค่เรื่องสุขภาพกาย แต่ยังช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังงานให้กับเราได้ด้วย
- หากิจกรรมผ่อนคลาย: ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก ดูหนัง ฟังเพลง ทำอาหาร หรือแม้แต่ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องงาน และเติมพลังบวกให้ชีวิต
- พูดคุยและขอความช่วยเหลือ: อย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียว หากรู้สึกไม่ไหวจริง ๆ การได้ปรึกษาเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต จะช่วยให้เรามองเห็นทางออกและรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น
ถึงเวลาที่องค์กรและพนักงานต้องใส่ใจสุขภาพใจให้มากขึ้น
ส่วนตัวคิดว่ารายงานนี้เป็นเหมือนเสียงเตือนครั้งสำคัญสำหรับทุกองค์กรในประเทศไทยเลยนะ ว่าประเด็นเรื่องสุขภาพจิตและความเหนื่อยล้าจากการทำงานมันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของพนักงานอีกต่อไป แต่มันส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการและความยั่งยืนของธุรกิจเลยล่ะ การลงทุนในสวัสดิการที่ส่งเสริมสุขภาพจิต หรือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและเข้าใจเรื่องนี้ จึงไม่ได้เป็นแค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว สำหรับพนักงานเองก็ต้องไม่มองว่าความเหนื่อยล้าทางจิตใจเป็นเรื่องปกติที่ต้องอดทน แต่ต้องกล้าที่จะส่งสัญญาณและหาทางดูแลตัวเอง ก่อนที่ ภาวะหมดไฟ จะมาพรากวันทำงานดี ๆ ของเราไปถึง 46 วันต่อปี ซึ่งมันเยอะมากจริง ๆ
ที่มา: news.google.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- โรคฉี่หนูคืออะไร? รู้ทันอันตรายจากการเดินลุยน้ำท่วมขัง และวิธีป้องกัน
- เจาะลึก Arya แพลตฟอร์ม AI เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับ CEO Offer Yehudai
- ยิมสมองไฮเทคในนิวยอร์กช่วยผู้สูงอายุรักษาสมองให้เฉียบคม
- ตลาดเทคโนโลยีการนอนหลับปี 2026 2035 เติบโตอย่างไรและมีอะไรน่าจับตา
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]