Skip to content

สมองเราถูกสร้างมาให้เข้าอกเข้าใจ ทำไม “การลดทอนความเป็นมนุษย์” ถึงเกิดขึ้นง่ายกว่าที่คิด?

Built to Humanize, Trained to Look Away

เวลาเราพูดถึงคำว่า ‘การลดทอนความเป็นมนุษย์’ หลายคนอาจจะนึกถึงภาพความรุนแรงสุดขั้วอย่างสงคราม หรือการเหยียดเชื้อชาติรุนแรง แต่นักจิตวิทยายุคใหม่บอกว่ามันละเอียดอ่อนและใกล้ตัวกว่านั้นเยอะ จริง ๆ แล้วมันคือความล้มเหลวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่เราลืมไปว่าอีกคนเขาก็มีความคิดความรู้สึกนะ ซึ่งมาจากทางลัดในสมองที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ซับซ้อนนี้ได้ง่ายขึ้น พอคนถูกลดเหลือแค่คำเรียกสั้นๆ ความเป็นมนุษย์ที่ซับซ้อนของเขาก็จะหายไปทันที

การเข้าใจเรื่องนี้มีน้ำหนักในทางปฏิบัติมากนะ เพราะถ้าการลดทอนความเป็นมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของความผิดพลาดทางความคิด ไม่ใช่แค่การกระทำที่มุ่งร้าย นั่นหมายความว่า ‘ความเป็นมนุษย์’ เป็นสิ่งที่เราสามารถฝึกฝนและออกแบบสภาพแวดล้อมให้ส่งเสริมกันได้

3 ข้อคิดจากจิตวิทยา: เข้าใจ ‘การลดทอนความเป็นมนุษย์’ ให้ลึกซึ้งขึ้น

  • แค่คำเรียกก็เปลี่ยนสมอง: เวลาเรามองรูปคนทั่วไปที่ไม่ใช่กลุ่มคนที่มีตราบาป (stigmatized group) ส่วนของสมองที่เรียกว่า medial prefrontal cortex ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการคิดถึงจิตใจผู้อื่นจะทำงานปกติเลยนะ แต่พอเป็นกลุ่มคนที่มีตราบาป สมองส่วนนี้กลับทำงานน้อยลง แถมยังไปกระตุ้นส่วนที่เชื่อมโยงกับความรังเกียจแทน นั่นแปลว่าแค่คำเรียกอย่าง ‘อาชญากร’ หรือ ‘คนติดยา’ ก็สามารถปิดกั้นกระบวนการที่สมองจะรับรู้ว่าเขาคือมนุษย์ที่มีความคิดความรู้สึกเหมือนกับเราไปเลย
  • โดยพื้นฐานแล้วสมองเราชอบเข้าสังคม: น่าแปลกใจนะที่แม้ในยามที่เราพักผ่อน สมองส่วนที่เรียกว่า default mode network กลับทำงานอย่างแข็งขัน และส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเน้นไปที่การคิดถึงคนอื่น สภาพจิตใจของพวกเขา หรือความสัมพันธ์ของเรากับคนเหล่านั้น จริง ๆ แล้วมนุษย์เราถูกสร้างมาให้มี ‘ความสามารถในการคิดถึงจิตใจผู้อื่น’ (mentalize) โดยธรรมชาติด้วยซ้ำไป ไม่ใช่แค่มนุษย์นะ บางทีเรายังไปผูกพันกับสัตว์เลี้ยง เครื่องจักร หรือสิ่งของต่างๆ ด้วยซ้ำ
  • โครงสร้างสังคมต่างหากที่สร้างปัญหา ไม่ใช่ชีววิทยา: ถ้าสมองเราถูกออกแบบมาให้คิดถึงคนอื่นอยู่แล้ว ทำไมเราถึงยังล้มเหลวในการคิดถึงกลุ่มคนบางกลุ่มบ่อยๆ ล่ะ? งานวิจัยบอกว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราสร้างมนุษย์ให้ลดทอนความเป็นมนุษย์นะ แต่มันอยู่ที่โครงสร้างทางสังคมรอบตัวเราต่างหาก ทั้งบรรทัดฐาน ลำดับชั้นทางสังคม และสถาบันต่างๆ ที่ตีตราบางกลุ่มว่า ‘ด้อยกว่า’ ปิดกั้นไม่ให้เราเห็นถึงชีวิตภายในของพวกเขา การแบ่งแยก สื่อที่นำเสนอภาพบางแบบ หรือแม้แต่อัลกอริทึมในโซเชียลมีเดีย ก็ยิ่งจำกัดการพบเจอคนที่เราอาจไม่เคยรู้จัก ปัญหามันคือเราอยู่ในโครงสร้างที่ทำให้ ‘การลดทอนความเป็นมนุษย์’ กลายเป็นเรื่องง่ายไปโดยปริยาย

3 ขั้นตอนง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจให้กัน

  • เปลี่ยนจาก ‘ฉลาก’ เป็น ‘เรื่องราว’ ที่มีมิติ: หลายสิบปีของการวิจัยชี้ว่า การได้ติดต่อสื่อสารอย่างมีความหมายกับคนต่างกลุ่ม ช่วยลดอคติได้มากเลยนะ โดยเฉพาะเมื่อมันเปิดโอกาสให้เราได้รู้จักแต่ละคนจริงๆ ไม่ใช่แค่ยืนยันภาพเหมารวม การเล่าเรื่องราวสำคัญมาก เพราะเมื่อคนจมดิ่งไปกับเรื่องราวที่เล่าได้ดี ความเชื่อและทัศนคติของพวกเขาก็จะเปลี่ยนไปตามนั้น ในการสนทนาหรือการรณรงค์ต่างๆ ลองเปลี่ยนจากการติดป้ายคนอื่นแค่คำเดียว เช่น ‘คนไร้บ้าน’ หรือ ‘ผู้เสพ’ ให้เป็นเรื่องราวที่มีหลายมิติของพวกเขาแทน ไม่ว่าจะเป็นบทบาท ความสามารถ ความฝัน หรือแม้แต่ข้อผิดพลาด
  • ใช้สื่อเป็นสะพาน เมื่อติดต่อโดยตรงไม่ได้: จริง ๆ แล้วเราไม่ได้มีโอกาสไปเจอทุกคน หรือทุกกลุ่มคนโดยตรงเสมอไป โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่อยู่ห่างไกลกัน ในกรณีแบบนี้ การติดต่อแบบ ‘กึ่งสังคม’ (parasocial contact) คือการได้เห็นหรือรู้จักสมาชิกของกลุ่มอื่นซ้ำๆ ผ่านทีวี ภาพยนตร์ พอดแคสต์ หรือโซเชียลมีเดีย ก็ช่วยลดอคติลงได้อย่างมีนัยสำคัญเลยนะ มีงานวิจัยสำคัญที่รวันดาหลังการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พบว่าละครวิทยุที่เล่าเรื่องมิตรภาพและการปรองดองข้ามชาติพันธุ์นานหนึ่งปี ทำให้ผู้ฟังเปลี่ยนมุมมองและพฤติกรรมทางสังคมได้จริง ๆ ลองมองหาเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้เราเห็น ‘ความเป็นมนุษย์’ ของคนอื่นๆ โดยเฉพาะจากชุมชนที่เราไม่ค่อยได้พบเจอในชีวิตประจำวันดูสิ
  • เติมอาหารข้อมูลให้หลากหลาย และฝึกมองในมุมคนอื่น: ฟีดในโซเชียลมีเดียที่ใช้อัลกอริทึมมักจะแสดงแต่สิ่งที่เราสนใจอยู่แล้ว ทำให้เราได้เจอผู้คนและมุมมองที่แตกต่างน้อยลง เพื่อแก้ปัญหานี้ ลองเริ่มจากการติดตามคนหรือช่องทางที่อยู่นอกวงโคจรปกติของคุณดูบ้าง แล้วลองหยุดคิดว่า ‘ถ้าเป็นเราจะรู้สึกยังไง?’ การฝึกมองในมุมของคนอื่นแบบนี้ช่วยกระตุ้นระบบการคิดถึงจิตใจผู้อื่นในสมองที่ปกติแล้วจะถูกกดไว้ด้วยการตีตรา หรือจะเริ่มจากพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างการจินตนาการถึงวันของคนอื่น ความกลัวของเขา หรือเหตุผลที่เขาทำสิ่งต่างๆ ก็ช่วยปรับให้สมองกลับสู่โหมดเห็นอกเห็นใจได้อีกครั้ง

แล้วเราจะเอาชนะ ‘การลดทอนความเป็นมนุษย์’ ได้ยังไง?

จากที่เล่ามา จริงๆ แล้วการลดทอนความเป็นมนุษย์มันไม่ใช่แค่การตั้งใจดูถูกดูแคลน แต่มันเกิดจากการที่เราติดป้ายหรือแบ่งแยกคนโดยไม่รู้ตัว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าปลอบใจนะ เพราะมันหมายความว่าการสร้างความเห็นอกเห็นใจให้กันไม่ใช่เรื่องยากเกินไปเลย เพราะสมองเราถูกออกแบบมาให้ทำแบบนั้นอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แค่เราเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวของคนอื่น ให้เราได้มีโอกาสสัมผัสกับพวกเขา และที่สำคัญคือการฝึก ‘มองในมุมของคนอื่น’ นี่แหละจะช่วยให้เราทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมได้ดีขึ้นเยอะเลย ส่วนตัวคิดว่าการเข้าใจกลไกนี้จะทำให้เรามีสติมากขึ้นเวลาที่เราเผลอตัดสินใครไปแล้ว

ที่มา: psychologytoday.com