เวลาพูดถึงคนที่มีภาวะบุคลิกภาพหลงตัวเอง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ นาร์ซิสซัส (Narcissist) หลายคนอาจจะนึกถึงคนที่เอาแต่ตัวเองเป็นหลัก ไม่สนใจความรู้สึกคนอื่นเลย หรือที่หนักหน่อยก็คือไม่มี ความเห็นอกเห็นใจนาร์ซิสซัส แบบคนทั่วไปได้ใช่ไหมครับ? จริง ๆ แล้วความเชื่อนี้ก็มีส่วนจริงนะ แต่ก็ไม่ได้ถูกต้องไปทั้งหมดเสียทีเดียว เพราะงานวิจัยและประสบการณ์จากนักบำบัดหลายคนบอกว่า คนกลุ่มนี้ก็สามารถเรียนรู้ที่จะมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้เหมือนกันครับ เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาและกระบวนการที่แตกต่างออกไป
คนนาร์ซิสซัสเรียนรู้ “ความเห็นอกเห็นใจ” ได้อย่างไร?
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) นั้นมีอยู่สองแบบหลัก ๆ คือ
- Cognitive Empathy (ความเข้าใจเชิงรับรู้): คือการที่เราเข้าใจความคิด ความรู้สึก หรือมุมมองของคนอื่นได้ด้วยเหตุผล เหมือนเราใช้สมองคิดวิเคราะห์ว่า “ถ้าเป็นเขา เขาจะรู้สึกยังไงนะ” ซึ่งความสามารถนี้ นาร์ซิสซัสทุกคนสามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ครับ
- Emotional Empathy (ความเข้าใจเชิงอารมณ์): คือการที่เราสามารถ “รู้สึก” ไปกับคนอื่นได้จริง ๆ เหมือนเราเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์นั้นแล้วสัมผัสอารมณ์นั้นด้วยตัวเอง แบบนี้แหละที่คนมักจะบอกว่านาร์ซิสซัสขาดไป แต่จริง ๆ แล้ว นาร์ซิสซัสบางคนก็สามารถพัฒนาสิ่งนี้ได้เช่นกันครับ แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในภายหลัง ในสถานการณ์เฉพาะบางอย่าง และเป็นไปในรูปแบบที่ต่างออกไป
จากการทำงานของนักบำบัดอย่าง Elinor Greenberg Ph.D. พบว่าการที่คนนาร์ซิสซัสจะพัฒนาความเห็นอกเห็นใจเชิงอารมณ์ได้ มักจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาอยู่ในภาวะที่สบายใจ ไม่รู้สึกถูกคุกคาม และมักจะเป็นกับคนที่มองพวกเขาในแง่ดี ชื่นชม หรือมีสถานะที่ต่ำกว่าพวกเขา ที่สำคัญคือ คน ๆ นั้นต้องเคยผ่านประสบการณ์ที่เจ็บปวด คล้าย ๆ กับที่ตัวนาร์ซิสซัสเองเคยเจอมาในอดีตด้วยครับ เหมือนกับเคสของ “แบร์รี่” ลูกค้าของเธอ ที่รู้สึกเห็นอกเห็นใจเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ทำงานให้เขา เพราะเด็กหนุ่มเล่าเรื่องที่โดนพี่ชายทำร้ายเหมือนกับที่แบร์รี่เคยเจอมาเป๊ะ ๆ เลย
ขั้นตอนการบำบัดเพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจนาร์ซิสซัส
แล้วนักบำบัดเขาใช้วิธีไหนในการช่วยคนกลุ่มนี้ให้พัฒนาความเห็นอกเห็นใจได้บ้าง? นี่คือ 10 ขั้นตอนที่ Dr. Greenberg แนะนำครับ
- ประเมินเบื้องต้น: ต้องเริ่มจากการประเมินก่อนว่าลูกค้ามีความเข้าใจเชิงรับรู้และเชิงอารมณ์อยู่ในระดับไหน
- เริ่มต้นจากจุดที่มี: ให้เริ่มจากความสามารถที่พวกเขามีอยู่แล้ว ไม่ใช่พยายามสร้างใหม่ทั้งหมด
- สร้างความตระหนักรู้: ถ้าความเข้าใจเชิงรับรู้ยังอ่อนแอ ก็ต้องเริ่มจากการทำให้พวกเขารู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรใช้ความเห็นอกเห็นใจ
- ใช้เทคนิคต่าง ๆ: ใช้บทบาทสมมติ (Role Play) หรือวิธีอื่น ๆ ที่ทำให้พวกเขาคิดว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับการกระทำของพวกเขา
- ให้การบ้าน: การฝึกฝนเป็นสิ่งสำคัญครับ การบ้านจะช่วยให้พวกเขามีโอกาสใช้ความเข้าใจเชิงรับรู้นอกห้องบำบัด
- สร้างเครือข่ายประสาท: การทำซ้ำ ๆ จะช่วยให้สมองสร้างเครือข่ายประสาท ทำให้ความเข้าใจเชิงรับรู้กลายเป็นนิสัยอัตโนมัติ
- ให้กำลังใจ: ทุกครั้งที่แสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจได้ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน ก็ต้องชี้ให้เห็นและชื่นชม
- สร้างความคาดหวัง: บอกลูกค้าว่าคุณเชื่อว่าพวกเขาสามารถพัฒนาความเห็นอกเห็นใจได้จริง ทั้งเชิงรับรู้และเชิงอารมณ์
- สังเกตสัญญาณแรก: ต้องคอยสังเกตสัญญาณที่บอกว่าความเห็นอกเห็นใจเชิงอารมณ์กำลังจะมา เช่น พวกเขาสนใจความรู้สึกคนอื่นมากขึ้น หรือเข้าใจคุณค่าของการแสดงความเห็นอกเห็นใจ
- ถามคำถามต่อเนื่อง: คอยถามไถ่เรื่องการบ้าน หรือตัวอย่างการแสดงความเห็นอกเห็นใจ เพื่อให้เรื่องนี้ยังคงอยู่ในความสนใจตลอดการบำบัด
เราลองมาดูตัวอย่างจากเคสของ “จอน” วัย 45 ปี ที่เป็นนาร์ซิสซัสประเภทชอบแสดงออก เขามีประวัติหย่าร้างสองครั้งจากการนอกใจ โกหก และขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เขารักและมีความเห็นอกเห็นใจสุนัขของเขามาก โดยเฉพาะตัวที่เขาเรียกว่า “หัวใจของเขา” นักบำบัดจึงเริ่มจากการถามถึงความรู้สึกที่เขามีต่อสุนัข แล้วค่อย ๆ เชื่อมโยงไปถึงคนในชีวิตของเขา
จอนถูกชวนให้เข้ากลุ่มบำบัดเพื่อเรียนรู้ปฏิกิริยาของคนอื่นต่อพฤติกรรมของเขาในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีการใช้เทคนิค “เกสตัลท์บำบัดแบบเก้าอี้สองตัว” (Gestalt 2-chair work) และบทบาทสมมติ เพื่อฝึกซ้อมการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ และที่สำคัญคือ มีการบ้านให้จอนฝึกหยุดคิดถึงการตอบสนองของคนอื่นก่อนจะพูดอะไรออกไป และขอให้เพื่อนที่ไว้ใจบอกปฏิกิริยาที่แท้จริงของพวกเขาด้วย
การที่นักบำบัดอธิบายหลักการทางประสาทวิทยา (Neuroscience) เรื่องการสร้างนิสัยใหม่ผ่านการทำซ้ำ ๆ เป็นพันครั้ง ช่วยให้จอนเข้าใจและไม่รู้สึกอับอายกับความพยายามที่ดูเหมือน “ฝืนธรรมชาติ” ของเขา ซึ่งสุดท้ายแล้ว ความเห็นอกเห็นใจเชิงอารมณ์แรกที่จอนสัมผัสได้คือ ความรู้สึกที่มีต่อเจ้าของสุนัขที่กำลังเศร้าโศกจากการสูญเสียสัตว์เลี้ยงของเขาเองครับ
สรุปแล้ว ความเห็นอกเห็นใจนาร์ซิสซัสเกิดขึ้นได้จริงหรือ?
จากทั้งหมดที่เล่ามา เรามองว่าเรื่อง ความเห็นอกเห็นใจนาร์ซิสซัส ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยครับ หลายคนอาจจะเคยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วมันคือเส้นทางที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความพยายามอย่างมากจากทั้งตัวบุคคลและนักบำบัด สำหรับคนที่มีความสัมพันธ์กับนาร์ซิสซัส อาจจะรู้สึกมีหวังขึ้นมาบ้างว่าอย่างน้อยก็มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวคิดว่าการทำความเข้าใจกระบวนการนี้ ไม่ใช่แค่ช่วยนาร์ซิสซัสเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรามองคนที่อยู่รอบข้างเรา โดยเฉพาะคนที่มีบุคลิกภาพที่ท้าทายแบบนี้ ด้วยมุมมองที่ลึกซึ้งและมีความหวังมากขึ้นด้วยครับ
ที่มา: psychologytoday.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สัญญาณไฟรถยนต์ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง และปลอดภัย
- โดนเตารีดนาบ ต้องทำอย่างไร? ปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
- แจกฟรี 12 เทมเพลตการ์ดแต่งงาน ลายดอกไม้-ใบไม้ แก้ไขเองได้ เลือกโทนสีได้ตามธีมงาน
- รวม 10 ฟอนต์ภาษาไทยสวย ๆ มีให้เลือกหลายสไตล์ พร้อมลิงก์ดาวน์โหลด
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]