Skip to content

Gemini ช่วยเขียน: ฟีเจอร์ AI สุดเจ๋งใน Google Docs ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามี!

I'm officially a 'thought leader' on paper, thanks to a Gemini rewrite

จริง ๆ แล้วในโลกของการเขียนงาน ไม่ว่าจะเป็นบทความ อีเมล หรือแม้แต่รายงาน หลายคนคงเจอปัญหาที่ว่าเขียนไปแล้วรู้สึกว่ายังไม่โดนใจ หรือบางทีก็อยากได้สไตล์การเขียนที่แตกต่างออกไป ใช่ไหมล่ะ? ล่าสุด ผมได้ลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า **Gemini ช่วยเขียน** ซึ่งมาพร้อมกับบริการ Google One (แพ็กเกจ AI Pro) ที่ผมสมัครไว้ และสารภาพเลยว่ามันเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจและมีประโยชน์มากๆ สำหรับนักเขียนหรือใครก็ตามที่ต้องทำงานกับข้อความในชีวิตประจำวัน

ฟีเจอร์นี้ไม่ได้มีแค่ใน Google One เท่านั้นนะ แต่คนที่ใช้ Google Workspace ก็น่าจะเข้าถึงได้เหมือนกัน หรือถ้าใครยังไม่มีแพ็กเกจพรีเมียม ก็ยังสามารถใช้ผ่านแอป Gemini บนคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน Android ได้อีกทางหนึ่ง จุดเด่นที่สำคัญคือตอนนี้มันเป็นฟีเจอร์สำหรับเดสก์ท็อป และยังรองรับแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้นนะ (อันนี้แอบเสียดายเล็กน้อย อยากให้มีภาษาไทยเร็วๆ เลย)

Gemini ช่วยเขียน ทำอะไรได้บ้าง?

อย่างที่บอกไปว่า Gemini Rewrite หรือที่ผมขอเรียกว่า **Gemini ช่วยเขียน** เนี่ย เป็นฟีเจอร์ที่รวมอยู่ใน Google Docs, Gmail และ Gemini web app เลยครับ ซึ่งส่วนตัวผมทำงานใน Google Docs เป็นหลัก ก็เลยได้ลองใช้มันตรงนั้นแหละ พอเรากดปุ่ม Gemini มันก็จะเปิดกล่องข้อความขึ้นมา ให้เราใส่คำสั่งได้เลยว่าจะให้ AI ช่วยสร้างเนื้อหาใหม่ หรือปรับแก้ข้อความที่เราเลือกไว้

นอกจากปุ่ม “Rephrase” ที่เป็นการปรับสำนวนแล้ว ยังมีปุ่ม “More” ที่ซ่อนตัวเลือกเจ๋งๆ ไว้อีกเพียบเลยนะ ซึ่งแต่ละอันก็คือตัวช่วยชั้นดีที่จะปรับสไตล์งานเขียนของเราได้ตามต้องการ:

  • Shorten: ย่อข้อความให้สั้นกระชับ
  • Elaborate: ขยายความให้ละเอียดมากขึ้น
  • More Formal: ปรับให้เป็นทางการมากขึ้น
  • Bulletize: จัดรูปแบบเป็นหัวข้อย่อยแบบ Bullet Points
  • Summarize: สรุปใจความสำคัญ

ส่วนตัวแล้ว ผมชอบตัวเลือก Shorten, Elaborate และ Bulletize มากที่สุดเลยนะ เพราะมันช่วยให้เรานำเสนอข้อมูลสำคัญได้เร็วขึ้น เหมาะสำหรับคนอ่านที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือต้องการจับประเด็นสำคัญๆ ได้ทันที

ปรับโทน เปลี่ยนสไตล์: มากกว่าแค่การเขียนซ้ำ

นอกจากการปรับสไตล์แล้ว สิ่งที่ผมรู้สึกว่ามีประโยชน์มากๆ อีกอย่างคือการปรับโทนของข้อความครับ ตอนนี้มีสองตัวเลือกหลักๆ คือ ‘Formal’ (ทางการ) และ ‘Casual’ (ไม่เป็นทางการ) ซึ่ง AI จะช่วยตรวจจับโทนเดิมของข้อความเราก่อน แล้วค่อยแนะนำตัวเลือกที่เหมาะสม

สิ่งที่ทำให้ Gemini ช่วยเขียน เหนือกว่าแค่การปรับโทนธรรมดา คือฟีเจอร์ ‘Match writing style’ ครับ สมมติว่าเราปรับโทนของข้อความส่วนแรกไปแล้ว แล้วอยากให้ข้อความส่วนที่เหลือทั้งเอกสารมีโทนเดียวกัน ก็แค่ไฮไลต์ข้อความส่วนที่เหลือ แล้วเลือกฟีเจอร์นี้ AI ก็จะจดจำโทนที่เราเคยเลือกไว้และปรับให้ทั้งเอกสารมีโทนเดียวกันเลย สะดวกมากๆ

หลายคนอาจคิดว่ามันจะช่วยเปลี่ยนทั้งเอกสารทีเดียวได้ไหม? จริงๆ แล้ว ถ้าจะให้เปลี่ยนทั้งเอกสารเลยทีเดียว อาจจะต้องใช้ Custom Prompt (การป้อนคำสั่งเอง) บอก AI ไปเลยครับ เพราะถ้าเราไฮไลต์ข้อความเยอะๆ AI มักจะกลับไปใช้การย่อหรือสไตล์ทั่วไปแทน

สร้างสรรค์ได้ตามใจด้วย Custom Prompt

สิ่งที่ผมเซอร์ไพรส์ที่สุดคือความสามารถในการปรับแต่งด้วย Custom Prompt หรือการป้อนคำสั่งที่เราต้องการได้เลยครับ ในฐานะคนที่เคยเรียนวิชาเขียนเชิงเทคนิคและจบสายวิทยาศาสตร์มา บางทีผมก็มีปัญหาในการหาโทนเสียงหรือวิธีการเขียนที่เหมาะสมนะ เพราะคุ้นชินกับการเขียนแบบตรงไปตรงมาตามหลักวิทยาศาสตร์

แต่ด้วย Gemini ช่วยเขียน ผมสามารถบอก AI ให้เขียนในโทนที่แตกต่างออกไปได้เลย เช่น ผมลองสั่งให้ AI เขียนข้อความในโทนที่ ‘เป็นกลางมากขึ้นเพื่อกลุ่มคนอ่านที่ไม่เชื่อเรื่องนี้’ หรือแม้แต่ ‘ปรับให้เนื้อหาเข้าใจง่ายสำหรับเด็กประถม’ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็ออกมาดีมากๆ ช่วยให้ผมเห็นมุมมองและแนวทางการนำเสนอใหม่ๆ ที่ไม่เคยคิดถึง

ข้อดีอีกอย่างคือ AI จะถือว่านี่คือ ‘การแก้ไข’ ไม่ใช่การเขียนทับของเดิมทันที ทำให้เราสามารถเปรียบเทียบงานเขียนเวอร์ชันเดิมกับเวอร์ชันที่ AI ช่วยแก้ได้ก่อนที่จะตัดสินใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง ผมชอบตรงนี้มากเลย เพราะผมเป็นคนชอบเก็บฉบับร่างเก่าๆ ไว้เปรียบเทียบเสมอ เพื่อดูว่าอะไรดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้น

มุมมองจากบรรณาธิการ: Gemini ช่วยเขียน เป็นแค่เครื่องมือ หรืออนาคตการเขียน?

ส่วนตัวผมมองว่าฟีเจอร์ **Gemini ช่วยเขียน** นี้เป็นเครื่องมือที่น่าสนใจและมีประโยชน์มากสำหรับยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ใช่แค่สำหรับนักเขียนมืออาชีพเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับทุกคนที่ต้องทำงานเกี่ยวกับข้อความและต้องการปรับปรุงคุณภาพงานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สำหรับนักเขียนเอง ถึงแม้ AI จะยังไม่สามารถแทนที่ ‘เสียง’ หรือ ‘เอกลักษณ์’ เฉพาะตัวของมนุษย์ได้ทั้งหมด แต่ก็เป็น ‘ผู้ช่วย’ ที่ดีเยี่ยมในการปรับปรุงโครงสร้าง เพิ่มความชัดเจน หรือแม้แต่ช่วยมองเห็นงานเขียนของเราในมุมที่ต่างออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ หรือต้องการเรียนรู้โครงสร้างภาษาที่ถูกต้อง เครื่องมือนี้ถือเป็นตัวช่วยชั้นยอดที่ช่วยให้การสื่อสารมีคุณภาพมากขึ้นได้จริง ๆ ครับ

ที่มา: androidpolice.com