เชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมเพลงเก่าๆ หรือซีรีส์ยุค 80-90s ที่เราอาจไม่เคยดูตอนเด็ก ถึงได้กลับมาฮิตติดชาร์ตหรือเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียได้อีกครั้งในปี 2026 นี้ ล่าสุด Vevo แพลตฟอร์มสตรีมมิงมิวสิกวิดีโอชื่อดัง ได้เผยผลการศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่งในหัวข้อ “Then is Now: A Study on Modern Nostalgia” ซึ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า Gen Z กับความคิดถึง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการค้นพบเพลงและคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่ไม่เพียงแต่สร้างความนิยมชั่วคราว แต่ยังจุดประกายการเชื่อมโยงทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งอีกด้วย
⏱ ใช้เวลาอ่านประมาณ 15 นาที
กรณีศึกษาพลังแห่งความคิดถึง: จากเพลงเก่าสู่ยอดวิวถล่มทลาย
ผลการศึกษาของ Vevo ซึ่งสำรวจผู้บริโภค 1,800 คนจาก Gen X, Millennial และ Gen Z ในสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ได้รวบรวมตัวอย่างที่น่าทึ่งหลายกรณี ที่แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของความคิดถึงส่งผลต่อพฤติกรรมการค้นหาคอนเทนต์อย่างไรบ้าง หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือยอดวิวเพลง “No Ordinary Love” ของ Sade ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 52% หลังจากซีรีส์ “Love Story: John F. Kennedy and Carolyn Bessette” ของ FX ออกอากาศไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
อีกกรณีหนึ่งคือยอดรับชมผลงานของวง The Beatles ที่พุ่งขึ้น 62% บน Vevo หลังจากซีรีส์สารคดี “Anthology” ของวงถูกปล่อยบน Disney+ ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ไม่เว้นแม้แต่เพลง “Sign of the Times” ของ Harry Styles ที่มียอดวิวเพิ่มขึ้นถึง 547% หลังถูกนำไปใช้ประกอบภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ “Project Hail Mary” ของ Amazon MGM Studios ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าคอนเทนต์ใหม่ๆ สามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้คนรุ่นใหม่หันไปค้นหาและดื่มด่ำกับผลงานเก่าๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เจาะลึกปรากฏการณ์ Gen Z กับความคิดถึง ไม่ได้แค่ “ย้อนวันวาน” แต่คือ “สร้างประสบการณ์ใหม่”
ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ที่น่าสนใจที่เรียกว่า “borrowed nostalgia” หรือความคิดถึงที่หยิบยืมมา โดยเป็นความปรารถนาในยุคสมัยที่พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสด้วยตัวเอง ซึ่ง Gen Z และกลุ่ม Millennial ตอนปลายที่เติบโตมากับโลกดิจิทัล กำลังเร่งวงจรความคิดถึงในวัฒนธรรมป๊อปจาก 20-25 ปี ให้สั้นลงอย่างรวดเร็วมาก จากรายงานระบุว่า “ผู้บริโภคที่เติบโตมาในยุคดิจิทัลเหล่านี้โหยหาประสบการณ์ร่วมที่เคยมีอยู่ก่อนที่คอนเทนต์จะพร้อมใช้งานแบบออนดีมานด์ได้ทันที”
เหตุใด Gen Z จึงหลงใหลยุคที่พวกเขาไม่เคยสัมผัส
สำหรับ Gen Z ผู้ซึ่งเกิดมาในยุคที่ทุกอย่างเข้าถึงได้เพียงปลายนิ้ว การเข้าถึงคอนเทนต์จากยุคก่อนหน้าจึงเป็นเรื่องง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ แพลตฟอร์มสตรีมมิงได้ทำลายกำแพงระหว่างรุ่น ทำให้ผู้ชมอายุน้อยเข้าถึง “คอนเทนต์อมตะ” ได้ และช่วยให้พวกเขาสามารถค้นพบและสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งกับช่วงเวลาทางวัฒนธรรมจากหลายทศวรรษก่อนที่พวกเขาจะเกิด Rob Christensen รองประธานบริหารฝ่ายขายทั่วโลกของ Vevo ได้เน้นย้ำถึงความเหนียวแน่นของคอนเทนต์และเพลงที่ปลุกความคิดถึง โดยเขากล่าวว่า “คอนเทนต์ใหม่ในปัจจุบันเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นสำหรับคลังเพลงและคอนเทนต์ย้อนยุค ที่จะถูกค้นพบเป็นครั้งแรก หรือถูกค้นพบอีกครั้งโดยแฟนๆ”
บทบาทของแพลตฟอร์มสตรีมมิงในการจุดประกายความคิดถึง
Vevo และพาร์ทเนอร์ค่ายเพลงต่างให้ความสำคัญกับการเตรียมรับมือกับช่วงเวลาสำคัญที่เกิดจากความคิดถึง ซึ่งถูกกระตุ้นโดยภาพยนตร์ รายการทีวี กิจกรรมสด หรืองานครบรอบต่างๆ แพลตฟอร์มเหล่านี้เต็มไปด้วยเพลงยุค 1980s, 90s และ 2000s ที่มีชีวิตชีวาในภาพยนตร์ รวมถึงซีรีส์ที่มีสคริปต์และไม่มีสคริปต์ ตัวอย่างเช่น เมื่อซีรีส์ใหม่ๆ อย่าง “Stranger Things” ของ Netflix หรือ “Love Story: John F. Kennedy and Carolyn Bessette” ของ FX ปล่อยเพลงเก่าๆ ที่คุ้นหู ยอดวิวบน Vevo ก็จะพุ่งสูงขึ้นตามทันที แสดงให้เห็นว่าการเชื่อมโยงคอนเทนต์ใหม่กับความทรงจำเก่าๆ เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังอย่างมาก
ตัวเลขไม่เคยโกหก: หลักฐานยืนยันอิทธิพลของความคิดถึง
ตัวเลขจากผลการศึกษาตอกย้ำถึงพลังของความคิดถึงในกลุ่ม Gen Z ได้เป็นอย่างดี:
- 64% ของผู้ตอบแบบสำรวจ Gen Z กล่าวว่าความคิดถึง “มีอิทธิพลอย่างมากต่อคอนเทนต์ที่พวกเขาดู”
- 88% ของ Gen Z ระบุว่าความคิดถึง “ทำให้ประสบการณ์ทางอารมณ์รู้สึกซาบซึ้งและลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
- เมื่อเทียบกับ Gen X (54%) และ Millennial (55%) แล้ว Gen Z มีถึง 65% ที่เคยมี “borrowed nostalgia” สำหรับยุคสมัยที่พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสโดยตรง
นอกจากนี้ เพลงฮิตปี 2003 อย่าง “Milkshake” ของ Kelis ยังมียอดวิวเพิ่มขึ้นถึง 66% หลังจากที่ Gap แบรนด์ค้าปลีกนำเพลงนี้ไปใช้ในแคมเปญการตลาดเมื่อปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าความคิดถึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงบันเทิงเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงการตลาดและการค้าอีกด้วย
โอกาสสำหรับผู้สร้างและแบรนด์ในยุค Gen Z กับความคิดถึง
Rob Christensen จาก Vevo ได้เน้นย้ำว่าคอนเทนต์ที่อิงกับความคิดถึงนั้น “ติดหนึบ” และมีคุณค่าสูง เขากล่าวว่า “เรากำลังมุ่งเน้นไปที่ศิลปินและการรับชมผ่านหลายแพลตฟอร์ม เพื่อแสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์จะประสบความสำเร็จเพียงใดเมื่อจับคู่กับความคิดถึง” แม้จะเป็นราคาพรีเมียม แต่ก็ยังคงแข่งขันได้ เพราะตลาดในปัจจุบันไม่ได้วัดกันแค่ขนาดอีกต่อไป
สำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ แบรนด์ หรือนักการตลาด การเข้าใจพฤติกรรมของ Gen Z กับความคิดถึง ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมโยงที่แท้จริงกับกลุ่มเป้าหมาย การนำองค์ประกอบย้อนยุคมาผสมผสานกับความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพลงประกอบจากยุคเก่าในซีรีส์ใหม่ การรีเมคภาพยนตร์คลาสสิก หรือการสร้างแคมเปญการตลาดที่ปลุกความทรงจำ จะช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่แข็งแกร่งและนำไปสู่การค้นพบที่ต่อเนื่อง
มุมมองของผู้เขียน: ความคิดถึงที่ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือวิถีชีวิต
ปรากฏการณ์ที่ Gen Z กับความคิดถึง กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการค้นพบคอนเทนต์ ไม่ได้เป็นเพียงกระแสที่มาแล้วก็ไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล การเข้าถึงข้อมูลและคอนเทนต์อย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ จากสิ่งที่ “เก่า” สำหรับคนรุ่นอื่นได้อย่างง่ายดาย ผู้เขียนมองว่านี่คือโอกาสทองสำหรับอุตสาหกรรมบันเทิงและแบรนด์ต่างๆ ในการนำเสนอเรื่องราวและผลงานที่ไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิง แต่ยังช่วยเชื่อมโยงผู้คนข้ามยุคสมัยผ่านอารมณ์และความรู้สึกคิดถึงร่วมกันได้อย่างลึกซึ้งและยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย
Gen Z คือกลุ่มอายุใด และทำไมความคิดถึงจึงสำคัญต่อพวกเขา?
Gen Z คือผู้ที่มีอายุระหว่าง 14-29 ปีในปี 2026 ผลการศึกษาของ Vevo ชี้ว่าความคิดถึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ Gen Z เพราะช่วยให้พวกเขาสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งกับคอนเทนต์และประสบการณ์ร่วม แม้จะเป็นยุคที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสโดยตรงก็ตาม
"Borrowed nostalgia" คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ Gen Z อย่างไร?
"Borrowed nostalgia" คือแนวโน้มที่ Gen Z หลงใหลหรือโหยหายุคสมัยที่พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสด้วยตนเอง เช่น แฟชั่น เพลง หรือภาพยนตร์จากยุค 80s-90s ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถูกกระตุ้นให้เร็วขึ้นด้วยการเข้าถึงคอนเทนต์ดิจิทัลที่ง่ายดาย
แพลตฟอร์มสตรีมมิงมีบทบาทอย่างไรในการผลักดันกระแสความคิดถึงของ Gen Z?
แพลตฟอร์มสตรีมมิงทำให้ Gen Z สามารถเข้าถึง "คอนเทนต์อมตะ" ได้อย่างง่ายดาย ทำให้พวกเขาสามารถค้นพบและสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับวัฒนธรรมจากหลายทศวรรษก่อนเกิดได้ นอกจากนี้คอนเทนต์ใหม่ๆ ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมไปสู่การค้นพบผลงานเก่าๆ อีกด้วย
แบรนด์และผู้สร้างคอนเทนต์จะใช้ประโยชน์จากเทรนด์ "Gen Z กับความคิดถึง" ได้อย่างไร?
แบรนด์และผู้สร้างสามารถผสมผสานองค์ประกอบย้อนยุคเข้ากับความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพลงประกอบเก่าในซีรีส์ใหม่ หรือสร้างแคมเปญการตลาดที่ปลุกความทรงจำ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับ Gen Z และกระตุ้นการค้นพบคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: variety.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- izna เผยตารางทัวร์ WHO DAT GIRL? 2026 รอบแรกแล้ว
- ดำดิ่งสู่โลกอาชญากรรม: ‘Peaky Blinders ประสบการณ์’ สุดอิมเมอร์ซีฟบุกกรุงลอนดอน!
- อยากเห็นศิลปิน K-POP ที่คุณรักยืนหนึ่งบนเวทีเหมือน RIIZE ไหม? นี่คือคู่มือฉบับเต็ม!
- เตรียมฟิน! ซีรีย์ See You at Work Tomorrow ปล่อยพรีวิวสุดฮา เปิดฉากปะทะระหว่างพัคจีฮยอนและซออินกุก
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]