เดือนพฤษภาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น Maternal Mental Health Month หรือเดือนแห่งการตระหนักรู้เรื่องสุขภาพจิตคุณแม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องของ สุขภาพจิตคุณแม่หลังคลอด เป็นอะไรที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนกว่าที่หลายคนคิดไว้เยอะมากครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินแค่คำว่า ‘ซึมเศร้าหลังคลอด’ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะอารมณ์และปัญหาสุขภาพจิตที่คุณแม่ต้องเผชิญนั้นมีหลากหลายรูปแบบและอาการต่างกันไป ซึ่งเรียกรวม ๆ ว่า Perinatal Mood and Anxiety Disorders หรือ PMADs
การเป็นคุณแม่มือใหม่ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสุขและความสมหวังอย่างเดียว แต่บ่อยครั้งที่มันมาพร้อมกับความรู้สึกวิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน รู้สึกโดดเดี่ยว หรือแม้แต่ไม่เป็นตัวเอง ซึ่งหลาย ๆ คนก็เลือกที่จะเก็บเงียบไว้ เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกมองว่าไม่เข้มแข็ง หรือไม่เหมาะสมกับการเป็นแม่
PMADs คืออะไร? ทำไมไม่เป็นแค่ซึมเศร้าอย่างเดียว?
จริง ๆ แล้ว PMADs คือกลุ่มอาการทางสุขภาพจิตที่สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ไปจนถึงหลังคลอด ซึ่งไม่ใช่แค่ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาวะอื่น ๆ ที่คุณแม่อาจต้องเผชิญ ซึ่งเราอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจกันไว้ครับ
- Postpartum Depression (ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด): อันนี้คือภาวะที่รู้จักกันดีที่สุดครับ คุณแม่จะรู้สึกเศร้า หมดหวัง หงุดหงิดง่าย รู้สึกผิด หรือไม่สามารถผูกพันกับลูกได้เหมือนที่คาดหวังไว้ บางคนอาจรู้สึกเฉยชา หรือไม่สนใจในสิ่งที่เคยชอบไปเลยครับ
- Postpartum Anxiety (วิตกกังวลหลังคลอด): คุณแม่ที่มีภาวะนี้มักจะรู้สึกเหมือนใจอยู่ไม่สุข คิดมากตลอดเวลา สแกนหาอันตราย หรือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดตลอด บางคนอาจมีอาการแพนิค หัวใจเต้นเร็ว หรือนอนไม่หลับ ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสได้พักผ่อน
- Obsessive-Compulsive Disorder (OCD) and Intrusive Thoughts (ย้ำคิดย้ำทำและมีความคิดรบกวน): เป็นอีกหนึ่งภาวะที่หลายคนไม่ค่อยรู้ครับ คือคุณแม่บางท่านอาจมีความคิดที่ไม่พึงประสงค์หรือน่ากลัวเกี่ยวกับการทำร้ายลูก ซึ่งจริง ๆ แล้วความคิดเหล่านี้มันขัดแย้งกับความรู้สึกรักลูกอย่างมาก และทำให้คุณแม่รู้สึกแย่กับตัวเอง แต่สิ่งสำคัญคือมันไม่ได้แปลว่าคุณแม่ตั้งใจจะทำร้ายลูกนะครับ แค่เป็นอาการของ OCD ที่พบได้บ่อยและรักษาได้
- Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) from Birth Trauma (ความเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจจากการคลอด): การคลอดไม่ได้สวยงามเสมอไปครับ บางครั้งมันอาจเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัว มีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ หรือรู้สึกไม่สามารถควบคุมอะไรได้ ซึ่งอาจทำให้คุณแม่เกิดอาการ PTSD ได้ เช่น ฝันร้าย หวาดระแวง หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง หรือรู้สึกชาด้านอารมณ์
- Bipolar Disorder (ไบโพลาร์) และ Postpartum Psychosis (โรคจิตหลังคลอด): ภาวะเหล่านี้เป็นภาวะที่รุนแรงขึ้น และต้องการการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
จริง ๆ แล้วการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การเป็นคุณแม่นั้น มีทั้งการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ฮอร์โโมน ความสัมพันธ์ และตัวตนที่ยิ่งใหญ่มากครับ ไหนจะการอดนอน ภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์ การพยายามมีบุตร การบาดเจ็บจากการคลอด การให้นมบุตรที่ยากลำบาก การขาดการสนับสนุน หรือประวัติสุขภาพจิตเดิม สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อ สุขภาพจิตคุณแม่หลังคลอด ได้ทั้งนั้นเลยครับ
อย่ารอให้วิกฤติ! สัญญาณที่คุณควรขอความช่วยเหลือ
หลายคนอาจคิดว่าต้องรอให้ทุกอย่างมันแย่จนถึงขีดสุดก่อน ถึงจะไปขอความช่วยเหลือ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ การได้รับการสนับสนุนตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถสร้างความแตกต่างได้มาก คุณไม่จำเป็นต้องรอจนกว่าคุณจะหมดแรงโดยสิ้นเชิงเพื่อที่จะได้รับความดูแลที่สมควร
ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองอ่อนล้า วิตกกังวล รู้สึกไม่เชื่อมโยงทางอารมณ์ สิ้นหวัง นอนไม่หลับ หรือมีแต่ความคิดที่รบกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลา การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่เข้าใจภาวะของคุณแม่และเด็ก จะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ได้ดีขึ้น และที่สำคัญคือ คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในเรื่องนี้
สิ่งสำคัญที่อยากบอก: คุณไม่ได้อยู่คนเดียวและไม่ได้อ่อนแอ
บางทีสิ่งที่ยากที่สุดของการเผชิญกับปัญหาเหล่านี้คือ ความรู้สึกผิดที่คุณแม่หลายคนมักแบกรับ หลายคนรู้สึกว่าตัวเองต้อง ‘แค่รู้สึกขอบคุณ’ ที่มีลูกน้อย และ ‘ไม่ควรบ่น’ หรือรู้สึกแย่ แต่จริง ๆ แล้วความรู้สึกขอบคุณกับความบอบช้ำทางจิตใจมันอยู่ร่วมกันได้ครับ
การที่คนเรามีอารมณ์ขึ้นลงในช่วงตั้งครรภ์หรือหลังคลอด ไม่ได้ทำให้คุณเป็นคนอ่อนแอ ล้มเหลว หรือไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเลย แต่มันทำให้คุณเป็นมนุษย์คนหนึ่งนี่แหละครับ และการได้รับการสนับสนุนที่ดีเป็นเรื่องสำคัญมาก การพูดคุยเรื่องนี้อย่างเปิดเผยจะช่วยลดความละอาย และทำให้คุณแม่กล้าขอความช่วยเหลือมากขึ้น
มุมมองจากบรรณาธิการ: ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับทุกครอบครัว
ในฐานะบรรณาธิการ ผมมองว่าเรื่อง สุขภาพจิตคุณแม่หลังคลอด ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของคุณแม่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของคนในครอบครัวและสังคมโดยรวมที่เราต้องใส่ใจครับ การที่คนรอบข้างเข้าใจว่าคุณแม่กำลังเผชิญกับอะไรอยู่ จะช่วยให้พวกเขาสามารถให้การสนับสนุนได้อย่างถูกจุด และช่วยลดภาระทางใจของคุณแม่ลงได้มาก ส่วนตัวคิดว่าการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและเข้าใจ จะช่วยให้คุณแม่หลาย ๆ คนไม่ต้องทนทุกข์อยู่คนเดียว การให้กำลังใจและยืนยันว่าสิ่งที่พวกเขากำลังรู้สึกนั้นเป็นเรื่องปกติและรักษาได้ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากครับ เพื่อให้คุณแม่ทุกคนได้ฟื้นตัวและสร้างความผูกพันกับลูกได้อย่างมีความสุข
ที่มา: psychologytoday.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สัญญาณไฟรถยนต์ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง และปลอดภัย
- โดนเตารีดนาบ ต้องทำอย่างไร? ปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
- แจกฟรี 12 เทมเพลตการ์ดแต่งงาน ลายดอกไม้-ใบไม้ แก้ไขเองได้ เลือกโทนสีได้ตามธีมงาน
- รวม 10 ฟอนต์ภาษาไทยสวย ๆ มีให้เลือกหลายสไตล์ พร้อมลิงก์ดาวน์โหลด
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]